
“บิ๊กตู่” มอบ ”ศีลห้า” ให้กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมครม. เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2561 โดยก่อนการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ ได้พบกับนักแสดงจากละคร เรื่อง นายร้อยสอยดาว โดยพล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอให้เรื่องนี้ทำออกมาให้สนุก แต่อย่าให้ตลกมากจนเกินไป ให้มีเนื้อหาสาระ เป็นละครน้ำดี ส่วนตัวยังไม่ได้รับชมละคร แต่จะกลับไปดู
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์สอบถามนักแสดงว่าเล่นไปกี่ตอนแล้ว และแนะนำด้วยว่า จะต้องมีการเตรียมการเพื่ออนาคต เพราะเวลาของเราไม่ได้ยาวมาก อายุยังน้อยก็ต้องเตรียมพร้อมให้มีอาชีพที่มั่นคง เเละขอให้เห็นใจรัฐบาลหรือไม่ที่ต้องแก้ปัญหาทุกวัน โดยนักแสดงบอกกับพล.อ.ประยุทธ์ว่า”มาวันนี้ก็เพื่อมาให้กำลังใจนายกฯด้วย”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นที่ห้องโถงตึกบัญชาการ 1 ศ.ดร.นพ.สิทธิศักดิ์ หรรษาเวก ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายกิจการนิสิต คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำคณะนิสิต ผู้แทนทูตน้ำใจ เข้าพบนายกฯเพื่อประชาสัมพันธ์โครงการ เข็มวันอานันทมหิดล พ.ศ.2561 และน้อมเกล้าฯ เฉลิมพระเกียรติและรำลึกในพระมหากรุณาที่คุณของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8 โดยนิสิตแพทย์จุฬาฯและนายกฯได้ทดลองปั๊มหัวใจทำซีพีอาร์ให้กับผู้ป่วย
จากนั้นนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม พร้อมด้วยนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี องค์กรเครือข่ายทางศาสนา เข้าพบนายกฯเพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์ “งานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา ประจำปี 2561” จากนั้นนายกฯได้เยี่ยมชมนิทรรศการวันวิสาขบูชา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายกฯได้แนะนำกระทรวงวัฒนธรรมและสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ว่าควรประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้แก่นแท้ศาสนา ให้รู้ความสำคัญของทุกๆ ศาสนาคืออะไร ถ้าทุกคนเข้าใจแล้วก็จะไม่ประพฤติผิด จากนั้นนายกฯได้ร่วมเขียนคำอธิษฐานลงในใบโพธิ์ร่วมกิจกรรมวันวิสาขบูชา ที่จะนำไปไว้ที่พุทธมณฑล โดยมีข้อความว่า “ขออนุโมทนาบุญกับพุทธศาสนิกชนทุกคน และขอให้เข้าถึงแก่นแท้ของพุทธศาสนา เพื่อนำความสุขสู่ทุกคน” รวมทั้งได้เขียนบัตรอวยพรวันวิสาขบูชาเพื่อมอบให้กับประชาชนว่า “พุทธศาสนาน้อมนำชีวิต สร้างคุณธรรม จริยธรรม ประเทศสงบสุข ประชาชนปลอดภัย ครอบครัวยั่งยืน”
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอให้ทุกคนร่วมกันบำเพ็ญเพียรพยายามถือศีลภาวนาในวันวิสาขบูชา ขอให้นำสู่การปฏิบัติเข้าถึงแก่นแท้ของศาสนา ซึ่งคิดว่าไม่ยากและหากทุกคนสามารถนับถือศีล 5 ได้ก็จะเป็นต้นทางทั้งหมดในการดำรงชีวิต และจะไม่ทำให้เกิดปัญหา ก็จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น โดยเริ่มจากที่เรานับถือศีล 5 บ้านเมืองก็จะสงบสุข ปลอดภัย และขอให้ทุกคนร่วมกันทำความดีตลอดไป
จากนั้นนายกฯได้เยี่ยมชุมชนคุณธรรม ที่นำหลักศีล 5 มาใช้ในการดำรงชีวิต พร้อมกล่าวว่า “ช่วยทำชุมชนตรงโน้น” (พร้อมชี้มือไปยังทิศทางกลุ่มคนอยากเลือกตั้งชุมนุมอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) และก่อนขึ้นห้องประชุมผู้สื่อข่าวสอบถามนายกฯว่า วันนี้นายกฯสบายใจหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ยิ้ม และหันมาตอบว่า “สบายใจทุกวันนั้นแหละ”
พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ11) ในฐานะทีมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)พร้อมด้วย พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาตแถลงถึงการดูแลสถานการณ์การชุมนุมกลุ่มคนอยากเลือกตั้งที่จะเคลื่อนขบวนมาทำเนียบรัฐบาล
พล.ต.ปิยพงศ์ กล่าวว่า คสช.รับทราบว่าเป็นการจัดกิจกรรมทางการเมือง เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง จัดกำลังมีแผนงานรองรับอำนวยความสะดวกให้การจัดกิจกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมทั้งป้องกันผู้ไม่หวังดีเข้ามาสร้างสถานการณ์ความวุ่นวาย และความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้ และทราบว่าจะเคลื่อนขบวนออกนอกพื้นที่ ซึ่งส่งผลให้ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบด้านจราจร ตนจึงขอความร่วมมือกลุ่มผู้ชุมให้ความร่วม มือเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ทุกอย่างเรียบร้อย ทั้งในส่วนผู้จัดกิจกรรม และประชาชนทั่วไป ต้องไม่เกิดการกระทบกระทั่งขึ้น
พล.ต.ปิยพงศ์ กล่าวต่อว่า การจัดกิจกรรมต่างๆต้องเป็นไปตามกฎหมาย และคำสั่งคสช. และต้องไม่ถูกปลุกเร้าให้เกลียดชังต่อกัน ส่วนการดูแลการจัดกิจกรรมวันนี้ ใช้กรอบกฎหมายปกติ และมอบให้ตำรวจเป็นผู้ดำเนินการหลัก โดยยึดหลักการดูแลอำนวยความสะดวก รักษาความปลอดภัย อีกทั้งการปฏิบัติงานเป็นไปตามขั้นตอนที่เหมาะสมตามอำนาจหน้าที่
พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้ขัดคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 ดังนั้นผู้จัดชุมนุมยื่นขอจัดกิจกรรมไว้ตั้งแต่ต้น ถือว่าไม่เป็นไปตามเงื่อนไขกฎหมาย ผู้กำกับสน.ชนะสงคราม แจ้งให้แกนนำรับทราบแล้ว ทั้งนี้ตำรวจเตรียมพร้อมดูแลสถานการณ์ และยืนยันว่าไม่ได้ไปลิดรอนสิทธิของผู้ชุมนุมแต่อย่างใด แต่เราพยายามทำให้เกิดความปลอดภัยในภาพรวมมากที่สุด
“เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ฝ่ายกฎหมายคสช. ได้ไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ต่อพนักงานสอบสวนสน.ชนะสงคราม เพื่อให้ดำเนินการ จำนวน 5 คน คือ นายรังสิมันต์ โรม นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นายเอกชัย หงส์กังวาน นางสาวณัฏฐา มหัทธนา และนายปิยะรัตน์ จงเทพ ในข้อหาร่วมกันมั่วสุม หรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆที่มีจำนวนเกิน 5 คน โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตหัวหน้าคสช. หรือผู้ได้รับมอบหมาย”
เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะให้ตัวแทนมายื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า หากใช้สิทธิ เสรีภาพตามกฎหมาย ไม่กระทบผู้ใด น่าจะดำเนินการได้ ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังดูอยู่ทั้งนี้จากการประเมินกลุ่มผู้ชุมนุม 300-500 คน อย่างไรก็ตามทางเจาหน้าที่มีแนวคิดไว้ก่อนว่าสิ่งใดที่จะเกิดขึ้นบ้าง เพื่อหาทางออกให้ดีที่สุด
เมื่อถามว่า ตำรวจไม่อนุญาตให้ผู้ชุมุนมเคลื่อนขบวนออกมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่ตอนนี้เคลื่อนขบวนออกจากพื้นที่แล้ว จะมีมาตรการดำเนินการใด ต่อไป พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า การเคลื่อนออกจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นที่ชัดเจนว่ามีความผิด ตามกฎหมาย และขัดคำสั่งคสช.ที่3/2558 ในอนาคตจะมีดำเนินการตามกฎหมายที่เราไม่ได้ไปกลั่นแกล้งใคร จะเมื่อไหร่ หรือรูปแบบใดเป็นเรื่องเจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการ โดยใช้กฎหมายปกติดำเนินการ ขึ้นอยู่กับพยายามหลักฐาน
เมื่อถามว่า จะใช้มาตรการย้อนหลัง หรือไม่ พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการเจรจา หากฝ่าฝืนคำสั่งคสช. หรือกฎหมาย อะไรเป็นความผิดซึ่งหน้าต้องถูกดำเนินการ อะไรที่สามารถดำเนินการภายหลัง เนื่องจากเป็นความผิดต้องถูกดำเนินการภายหลังได้เช่นกัน
เมื่อถามว่า ตำรวจนำกำลังมามากเหมือนเป็นการข่มขู่ผู้ชุมนุม พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า ตนไม่ได้มองแบบนั้น ในเรื่องการควบคุมฝูงชน ถ้าดูประเทศอื่นและตามกฎหมายไทย จำนวนเจ้าหน้าที่คงไม่มีใครเอากำลังมาน้อยกว่าผู้ชุมนุม เพราะเราประเมินสถานการณ์ ตามหลักการไม่ได้ทำร้ายผู้ชุมนุมเพราะเจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้ขัดแย้งกับผู้ใด
เมื่อถามว่าเป็นการรบไปเจรจาไปหรือไม่ พล.ต.ปิยพงศ์ กล่าวว่า ไม่ได้รบ เป็นการรักษาความสงบเรียบร้อยให้เกิดขึ้น ยืนยันว่า คสช.ไม่ได้รังแกประชาชนชนตามการประกาศของกลุ่มผู้ชุมนุม ส่วนที่มีข่าวว่า คสช.ไฟเขียวให้เดินขบวนมาที่ทำเนียบรัฐบาลนั้น ความจริงคือ กลุ่มผู้ชุมนุมได้ดำเนินการอะไรไปบ้าง การที่จะไปทำเนียบรัฐบาลใครจะไปกล้าไฟเขียว อีกทั้งทำเนียบรัฐบาลประกาศเป็นพื้นที่ควบคุม และเจ้าหน้าที่ก็แจ้งแล้วว่าการออกมาชุมนุมนอกมหาวิทยาลัยจะผิดคำสั่ง คสช.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์สอบถามนักแสดงว่าเล่นไปกี่ตอนแล้ว และแนะนำด้วยว่า จะต้องมีการเตรียมการเพื่ออนาคต เพราะเวลาของเราไม่ได้ยาวมาก อายุยังน้อยก็ต้องเตรียมพร้อมให้มีอาชีพที่มั่นคง เเละขอให้เห็นใจรัฐบาลหรือไม่ที่ต้องแก้ปัญหาทุกวัน โดยนักแสดงบอกกับพล.อ.ประยุทธ์ว่า”มาวันนี้ก็เพื่อมาให้กำลังใจนายกฯด้วย”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นที่ห้องโถงตึกบัญชาการ 1 ศ.ดร.นพ.สิทธิศักดิ์ หรรษาเวก ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายกิจการนิสิต คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำคณะนิสิต ผู้แทนทูตน้ำใจ เข้าพบนายกฯเพื่อประชาสัมพันธ์โครงการ เข็มวันอานันทมหิดล พ.ศ.2561 และน้อมเกล้าฯ เฉลิมพระเกียรติและรำลึกในพระมหากรุณาที่คุณของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8 โดยนิสิตแพทย์จุฬาฯและนายกฯได้ทดลองปั๊มหัวใจทำซีพีอาร์ให้กับผู้ป่วย
จากนั้นนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม พร้อมด้วยนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี องค์กรเครือข่ายทางศาสนา เข้าพบนายกฯเพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์ “งานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา ประจำปี 2561” จากนั้นนายกฯได้เยี่ยมชมนิทรรศการวันวิสาขบูชา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายกฯได้แนะนำกระทรวงวัฒนธรรมและสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ว่าควรประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้แก่นแท้ศาสนา ให้รู้ความสำคัญของทุกๆ ศาสนาคืออะไร ถ้าทุกคนเข้าใจแล้วก็จะไม่ประพฤติผิด จากนั้นนายกฯได้ร่วมเขียนคำอธิษฐานลงในใบโพธิ์ร่วมกิจกรรมวันวิสาขบูชา ที่จะนำไปไว้ที่พุทธมณฑล โดยมีข้อความว่า “ขออนุโมทนาบุญกับพุทธศาสนิกชนทุกคน และขอให้เข้าถึงแก่นแท้ของพุทธศาสนา เพื่อนำความสุขสู่ทุกคน” รวมทั้งได้เขียนบัตรอวยพรวันวิสาขบูชาเพื่อมอบให้กับประชาชนว่า “พุทธศาสนาน้อมนำชีวิต สร้างคุณธรรม จริยธรรม ประเทศสงบสุข ประชาชนปลอดภัย ครอบครัวยั่งยืน”
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอให้ทุกคนร่วมกันบำเพ็ญเพียรพยายามถือศีลภาวนาในวันวิสาขบูชา ขอให้นำสู่การปฏิบัติเข้าถึงแก่นแท้ของศาสนา ซึ่งคิดว่าไม่ยากและหากทุกคนสามารถนับถือศีล 5 ได้ก็จะเป็นต้นทางทั้งหมดในการดำรงชีวิต และจะไม่ทำให้เกิดปัญหา ก็จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น โดยเริ่มจากที่เรานับถือศีล 5 บ้านเมืองก็จะสงบสุข ปลอดภัย และขอให้ทุกคนร่วมกันทำความดีตลอดไป
จากนั้นนายกฯได้เยี่ยมชุมชนคุณธรรม ที่นำหลักศีล 5 มาใช้ในการดำรงชีวิต พร้อมกล่าวว่า “ช่วยทำชุมชนตรงโน้น” (พร้อมชี้มือไปยังทิศทางกลุ่มคนอยากเลือกตั้งชุมนุมอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) และก่อนขึ้นห้องประชุมผู้สื่อข่าวสอบถามนายกฯว่า วันนี้นายกฯสบายใจหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ยิ้ม และหันมาตอบว่า “สบายใจทุกวันนั้นแหละ”
พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ11) ในฐานะทีมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)พร้อมด้วย พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาตแถลงถึงการดูแลสถานการณ์การชุมนุมกลุ่มคนอยากเลือกตั้งที่จะเคลื่อนขบวนมาทำเนียบรัฐบาล
พล.ต.ปิยพงศ์ กล่าวว่า คสช.รับทราบว่าเป็นการจัดกิจกรรมทางการเมือง เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง จัดกำลังมีแผนงานรองรับอำนวยความสะดวกให้การจัดกิจกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมทั้งป้องกันผู้ไม่หวังดีเข้ามาสร้างสถานการณ์ความวุ่นวาย และความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้ และทราบว่าจะเคลื่อนขบวนออกนอกพื้นที่ ซึ่งส่งผลให้ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบด้านจราจร ตนจึงขอความร่วมมือกลุ่มผู้ชุมให้ความร่วม มือเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ทุกอย่างเรียบร้อย ทั้งในส่วนผู้จัดกิจกรรม และประชาชนทั่วไป ต้องไม่เกิดการกระทบกระทั่งขึ้น
พล.ต.ปิยพงศ์ กล่าวต่อว่า การจัดกิจกรรมต่างๆต้องเป็นไปตามกฎหมาย และคำสั่งคสช. และต้องไม่ถูกปลุกเร้าให้เกลียดชังต่อกัน ส่วนการดูแลการจัดกิจกรรมวันนี้ ใช้กรอบกฎหมายปกติ และมอบให้ตำรวจเป็นผู้ดำเนินการหลัก โดยยึดหลักการดูแลอำนวยความสะดวก รักษาความปลอดภัย อีกทั้งการปฏิบัติงานเป็นไปตามขั้นตอนที่เหมาะสมตามอำนาจหน้าที่
พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้ขัดคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 ดังนั้นผู้จัดชุมนุมยื่นขอจัดกิจกรรมไว้ตั้งแต่ต้น ถือว่าไม่เป็นไปตามเงื่อนไขกฎหมาย ผู้กำกับสน.ชนะสงคราม แจ้งให้แกนนำรับทราบแล้ว ทั้งนี้ตำรวจเตรียมพร้อมดูแลสถานการณ์ และยืนยันว่าไม่ได้ไปลิดรอนสิทธิของผู้ชุมนุมแต่อย่างใด แต่เราพยายามทำให้เกิดความปลอดภัยในภาพรวมมากที่สุด
“เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ฝ่ายกฎหมายคสช. ได้ไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ต่อพนักงานสอบสวนสน.ชนะสงคราม เพื่อให้ดำเนินการ จำนวน 5 คน คือ นายรังสิมันต์ โรม นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นายเอกชัย หงส์กังวาน นางสาวณัฏฐา มหัทธนา และนายปิยะรัตน์ จงเทพ ในข้อหาร่วมกันมั่วสุม หรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆที่มีจำนวนเกิน 5 คน โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตหัวหน้าคสช. หรือผู้ได้รับมอบหมาย”
เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะให้ตัวแทนมายื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า หากใช้สิทธิ เสรีภาพตามกฎหมาย ไม่กระทบผู้ใด น่าจะดำเนินการได้ ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังดูอยู่ทั้งนี้จากการประเมินกลุ่มผู้ชุมนุม 300-500 คน อย่างไรก็ตามทางเจาหน้าที่มีแนวคิดไว้ก่อนว่าสิ่งใดที่จะเกิดขึ้นบ้าง เพื่อหาทางออกให้ดีที่สุด
เมื่อถามว่า ตำรวจไม่อนุญาตให้ผู้ชุมุนมเคลื่อนขบวนออกมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่ตอนนี้เคลื่อนขบวนออกจากพื้นที่แล้ว จะมีมาตรการดำเนินการใด ต่อไป พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า การเคลื่อนออกจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นที่ชัดเจนว่ามีความผิด ตามกฎหมาย และขัดคำสั่งคสช.ที่3/2558 ในอนาคตจะมีดำเนินการตามกฎหมายที่เราไม่ได้ไปกลั่นแกล้งใคร จะเมื่อไหร่ หรือรูปแบบใดเป็นเรื่องเจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการ โดยใช้กฎหมายปกติดำเนินการ ขึ้นอยู่กับพยายามหลักฐาน
เมื่อถามว่า จะใช้มาตรการย้อนหลัง หรือไม่ พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการเจรจา หากฝ่าฝืนคำสั่งคสช. หรือกฎหมาย อะไรเป็นความผิดซึ่งหน้าต้องถูกดำเนินการ อะไรที่สามารถดำเนินการภายหลัง เนื่องจากเป็นความผิดต้องถูกดำเนินการภายหลังได้เช่นกัน
เมื่อถามว่า ตำรวจนำกำลังมามากเหมือนเป็นการข่มขู่ผู้ชุมนุม พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า ตนไม่ได้มองแบบนั้น ในเรื่องการควบคุมฝูงชน ถ้าดูประเทศอื่นและตามกฎหมายไทย จำนวนเจ้าหน้าที่คงไม่มีใครเอากำลังมาน้อยกว่าผู้ชุมนุม เพราะเราประเมินสถานการณ์ ตามหลักการไม่ได้ทำร้ายผู้ชุมนุมเพราะเจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้ขัดแย้งกับผู้ใด
เมื่อถามว่าเป็นการรบไปเจรจาไปหรือไม่ พล.ต.ปิยพงศ์ กล่าวว่า ไม่ได้รบ เป็นการรักษาความสงบเรียบร้อยให้เกิดขึ้น ยืนยันว่า คสช.ไม่ได้รังแกประชาชนชนตามการประกาศของกลุ่มผู้ชุมนุม ส่วนที่มีข่าวว่า คสช.ไฟเขียวให้เดินขบวนมาที่ทำเนียบรัฐบาลนั้น ความจริงคือ กลุ่มผู้ชุมนุมได้ดำเนินการอะไรไปบ้าง การที่จะไปทำเนียบรัฐบาลใครจะไปกล้าไฟเขียว อีกทั้งทำเนียบรัฐบาลประกาศเป็นพื้นที่ควบคุม และเจ้าหน้าที่ก็แจ้งแล้วว่าการออกมาชุมนุมนอกมหาวิทยาลัยจะผิดคำสั่ง คสช.






