
ม็อบ"คนอยากเลือกตั้ง" ประกาศยุติชุมนุม
นับตั้งแต่เช้าวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ประมาณ 500 คน ได้รวมตัวกันบริเวณหอประชุมใหญ่ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ หลังจากที่พักค้างคืนภายในหอประชุมศรีบูรพา เตรียมเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ 1.ให้รัฐบาลจัดการเลือกตั้งภายในเดือนพฤศจิกายน ปีนี้ 2.คสช.ต้องลาออกยุติบทบาท และเปลี่ยนสถานะรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ เป็นรัฐบาลรักษาการ และ 3.กองทัพต้องยุติการสนับสนุนรัฐบาลในทุกด้าน
กระทั่งเวลา 9 นาฬิกา กลุ่มผู้ชุมนุมไม่สามารถออกจากรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ เพราะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 20 กองร้อยหรือประมาณ 3,000 นาย ตรึงกำลังแน่น ขณะที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ และรอบทำเนียบรัฐบาลถูกประกาศ เป็นพื้นที่ควบคุม หากประชาชนเข้ามาในบริเวณดังกล่าวจะถูกควบคุมตัวและดำเนินคดีตามกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในระหว่างที่ผู้ชุมนุมพยายามฝ่าวงล้อมของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อออกจากรั้วธรรมศาสตร์ ปรากฎมีฝนตกลงมาอย่างหนัก กอร์ปกับอากาศที่ร้อนอบอ้าว ทำให้ผุ้ชุมนุมหลายคนเป็นลมหลายคน รวมทั้งนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว หนึ่งในแกนนำผู้ชุมนุมถึงกับเป็นลมคาที่ชุมนุมแต่ยังฝืนเดินหน้าต่อหลังได้รับการปฐมพยาบาล
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ว่า รัฐบาลไม่ปิดกั้นการชุมนุม แต่ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ซึ่งการบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้งเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย พร้อมกับยืนยันว่า ทุกคนสามารถคิดต่างได้ แต่ต้องไม่ผิดกฏหมาย และหลังจากนี้จะบังคับใช้กฏหมายให้เข้มงวดขึ้น
“วันนี้ไม่ได้ปิดกั้นเขา แต่ข้อเรียกร้องต่าง ๆ ยังเป็นแบบเดิม ๆ ตอนนี้กำลังตรวจสอบทั้งหมดว่าการ์ดต่าง ๆ มีคดีความหรือไม่ รัฐบาลจำเป็นต้องใช้กฏหมายในการรักษาความสงบเรียบร้อย ไม่ใช่ว่าจะไปบังคับใช้กฏหมายกับคนที่เห็นต่าง เห็นต่างได้แต่ต้องไม่ผิดกฏหมาย จำคำพูดผมไว้นะ เพราะฉะนั้นการดำเนินคดีต่าง ๆ ต้องจริงจังมากขึ้น ผมให้ประเทศเสียหายไม่ได้”
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่าหากกลุ่มผู้อยากเลือกตั้งฝ่าฝืนจะจับกุมทันที เนื่องจากศาลปกครองยกคำร้องขอการขอคุ้มครองชั่วคราวในการชุมนุม พร้อมแนะนำให้กลุ่มคนอยากเลือกตั้งตั้งตัวแทนเข้ายื่นหนังสือต่อรัฐบาลแทนการเคลื่อนขบวนได้
รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง กล่าวอีกว่า การทำงานของรัฐบาลครบรอบ 4 ปี ว่า รัฐบาล คสช.พยายามทำงานในทุกมิติ โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่อย่างหนัก ต้องสั่งการ 21 กระทรวงเพียงคนเดียว ที่ผ่านมาการทำงานก็ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น พร้อมยืนยันว่า ตลอดเวลาที่อยู่ในอำนาจ ก็ได้ขับเคลื่อนงาน โดยเฉพาะการปฏิรูปประเทศ
พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ระบุว่า กฎหมายคสช. ได้ไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ต่อพนักงานสอบสวนสน.ชนะสงคราม เพื่อให้ดำเนินการ จำนวน 5 คน คือ นายรังสิมันต์ โรม นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นายเอกชัย หงส์กังวาน นางสาวณัฏฐา มหัทธนา และนายปิยะรัตน์ จงเทพ ในข้อหาร่วมกันมั่วสุม หรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆที่มีจำนวนเกิน 5 คน โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตหัวหน้าคสช. หรือผู้ได้รับมอบหมาย
สำหรับเหตุผลที่ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของ น.ส.ชลธิชาเนื่องจาก น.ส.ชลธิชา ซึ่งเป็นผู้จัดชุมนุมยังไม่ได้ดำเนินการอุทธรณ์คำสั่งของผู้กำกับการ สน.ชนะสงคราม ที่กำหนดเงื่อนไขการชุมนุมและสั่งห้ามจัดการชุมนุมสาธารณะ ตามขั้นตอนและวิธีการแก้ไขความเดือดร้อนเสียหายตามที่กฎหมายกำหนด น.ส.ชลธิชา จึงไม่มีสิทธิฟ้องคดีนี้ต่อศาลปกครอง และขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ผู้กำกับการ สน.ชนะสงคราม ชดใช้ค่าเสียหายได้ ส่วนนายอานนท์ไม่ได้เป็นผู้แจ้งการชุมนุมสาธารณะ จึงไม่เป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนเสียหายในคดีนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์การชุมนุมในช่วงบ่าย แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งกว่า 200 คน พยายามเจรจาต่อรองกับทางเจ้าหน้าตำรวจขอเคลื่อนขบวนมาปักหลักชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แต่ไม่ได้รับอนุญาต หลังจากที่นายอานนนท์ นำภา พามวลชนส่วนหนึ่งดาวกระจายไปยังเชิงสะพานมัฆวานฯ แต่ไม่สามาถเดินทางต่อไปได้ เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ตั้งแนวกั้นอย่างแน่นหนา
อีกด้านหนึ่งนายรังสิมันต์ โรม และนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ พร้อมแกนนำบางส่วน ได้ประกาศขอเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว และขอให้มวลชนที่ชุมนุมอยู่บริเวณ ม.ธรรมศาสตร์แยกย้ายกันกลับบ้าน หรือบางส่วนอาจตามไปที่ สน.ด้วยก็ได้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวไปที่ สถานีตำรวจชนะสงคราม
กระทั่งเวลา 9 นาฬิกา กลุ่มผู้ชุมนุมไม่สามารถออกจากรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ เพราะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 20 กองร้อยหรือประมาณ 3,000 นาย ตรึงกำลังแน่น ขณะที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ และรอบทำเนียบรัฐบาลถูกประกาศ เป็นพื้นที่ควบคุม หากประชาชนเข้ามาในบริเวณดังกล่าวจะถูกควบคุมตัวและดำเนินคดีตามกฎหมาย
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ว่า รัฐบาลไม่ปิดกั้นการชุมนุม แต่ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ซึ่งการบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้งเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย พร้อมกับยืนยันว่า ทุกคนสามารถคิดต่างได้ แต่ต้องไม่ผิดกฏหมาย และหลังจากนี้จะบังคับใช้กฏหมายให้เข้มงวดขึ้น
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่าหากกลุ่มผู้อยากเลือกตั้งฝ่าฝืนจะจับกุมทันที เนื่องจากศาลปกครองยกคำร้องขอการขอคุ้มครองชั่วคราวในการชุมนุม พร้อมแนะนำให้กลุ่มคนอยากเลือกตั้งตั้งตัวแทนเข้ายื่นหนังสือต่อรัฐบาลแทนการเคลื่อนขบวนได้
พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ระบุว่า กฎหมายคสช. ได้ไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ต่อพนักงานสอบสวนสน.ชนะสงคราม เพื่อให้ดำเนินการ จำนวน 5 คน คือ นายรังสิมันต์ โรม นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นายเอกชัย หงส์กังวาน นางสาวณัฏฐา มหัทธนา และนายปิยะรัตน์ จงเทพ ในข้อหาร่วมกันมั่วสุม หรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆที่มีจำนวนเกิน 5 คน โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตหัวหน้าคสช. หรือผู้ได้รับมอบหมาย
อีกด้านหนึ่งนายรังสิมันต์ โรม และนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ พร้อมแกนนำบางส่วน ได้ประกาศขอเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว และขอให้มวลชนที่ชุมนุมอยู่บริเวณ ม.ธรรมศาสตร์แยกย้ายกันกลับบ้าน หรือบางส่วนอาจตามไปที่ สน.ด้วยก็ได้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวไปที่ สถานีตำรวจชนะสงคราม






