
ที่นี่ไม่มีความลับ : เปิดประวัติศาสตร์ ‘พลังดูด’ สวนทางปฏิรูปการเมือง!
กระแสเริ่มต้นจากข่าว ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เดินเครื่องในการเตรียมตั้งพรรคเพื่อผลักดัน ลุงตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ อีกคำรบ ด้วยการทาบทามมุ้งการเมือง กลุ่มต่างๆ เข้าร่วมพรรคที่เชื่อกันว่านั่นคือ “พรรคพลังประชารัฐ” ไม่ว่าข่าวการพูดคุยกับกลุ่มวังนํ้ายมของ สมศักดิ์ เทพสุทิน บ้านริมนํ้าของ สุชาติ ตันเจริญ ก๊วนกปปส.ในพรรคประชาธิปัตย์ และล่าสุดพลังชล ของ สนธยา คุณปลื้ม พร้อมกับการเตรียมยกทัพใหญ่ไปครม.สัญจรสัปดาห์หน้าถึงบุรีรัมย์ ถิ่นผู้มากบารมีอย่าง เนวิน ชิดชอบ ช็อตทางการเมืองคงมีขาเมาธ์ เอาไปนินทากันสนั่น
เข้าทางพรรคการเมืองเก๋ากึ๊กอย่างประชาธิปัตย์ ที่หัวขบวนอย่าง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไล่ทุบทันทีว่าการใช้ตำแหน่งเข้าล่อในการ “ดูด” เข้าพรรค รวมทั้งตัดกำลังคู่แข่งด้วยการห้ามไม่ให้นายทุนทุกท่อนํ้าเลี้ยงลงขันช่วยพรรค โดยใช้อำนาจรัฐเข้าข่มขู่ ตามด้วยหางแถวอย่าง วัชระ เพชรทอง ที่ออกมาปูดว่ามีการใช้เงิน 4 หมื่นล้านบาทหนุน “บิ๊กตู่” สืบทอดอำนาจต่อ แม้ลุงตู่ จะปฏิเสธคอเป็นเอ็น แต่คอการเมืองเชื่อไปแล้วว่า “พลังดูด” มีจริง
รุ่งขึ้นอีกปี ขบถรัฐบาลบรรหาร แตกทัพมาร่วมกับ ความหวังใหม่ ของพ่อใหญ่จิ๋ว-พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ “พลังดูด” เดียวกันทำให้พ่อใหญ่จิ๋วชนะการเลือกตั้งก้าวขึ้นเป็นนายกฯก่อนที่ ทักษิณ ชินวัตร จะใช้ “โคตรพลังดูด” นามสูตรนักเล่นหุ้น ที่นิยม “ควบรวมกิจการ” เพื่อความเป็นหนึ่ง จึงชนะอย่างถล่มทลาย เป็นนายกฯ ในเวลาต่อมา
ครั้งนี้ก็เช่นกัน แม้ คสช. จะประกาศปฏิรูปการเมือง คิดสูตรการเลือกตั้งใหม่เป็นสัดส่วนผสม หวังว่าจะปฏิรูปการเมืองได้ แต่ท้ายสุดความมั่นใจต่อ การเอาชนะเกมเลือกตั้ง “ตีลังกาคิด” แบบไหนก็สู้สูตร “พลังดูด” ไม่ได้ เพราะฉะนั้นปฏิรูปการเมืองจึงมีค่าแค่ “ลมปาก” เสียเวลา เสียเงิน เสียโอกาสประเทศแค่ไหน ก็ไม่สามารถหลุดพ้น “วงจรอุบาทว์” ในการเลือกตั้งของนักการเมืองไทย คิดแล้วมีแต่เศร้าใจ
.....................
คอลัมน์ | ที่นี่... ไม่มีความลับ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ| ฉบับ 3362 ระหว่างวันที่ 3-5 พ.ค.2561






