thansettakij
thansettakij
“บิ๊กตู่” รอพรรคใหม่ชวนร่วมงาน รอดูนโยบายว่าตรงกับตัวเองหรือไม่  ทบ.1ยันไม่มีการตั้งพรรคในทำเนียบ

“บิ๊กตู่” รอพรรคใหม่ชวนร่วมงาน รอดูนโยบายว่าตรงกับตัวเองหรือไม่ ทบ.1ยันไม่มีการตั้งพรรคในทำเนียบ

10 เม.ย. 61 | 10:51 น.
อัปเดตล่าสุด :10 เม.ย. 61 | 17:51 น.
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เเละหัวหน้าคสช.ให้สัมภาษณ์ถึงการตัดสินใจทางการเมือง หลังมีข่าวนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี สนับสนุนตั้งพรรคการเมืองและจะเชิญให้เป็นที่ปรึกษาพรรค ว่า “วันนี้เขาหารือกันอยู่ก็ให้เขาหาหรือกันไป ก็ยังไม่เกิดความชัดเจนเกิดขึ้น และถ้าเขาตั้งพรรคขึ้นมาวันข้างหน้าก็ต้องไปดูว่าพรรคไหนเป็นอย่างไรเราควรจะสนับสนุนหรือเปล่า หรือจะสนับสนุนพรรคไหนอย่างไรแต่วันนี้เค้ายังไม่มาเชิญซักคนเลย”

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีทราบหรือไม่ว่าขณะนี้มีการเคลื่อนไหวที่จะมีการตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่และจะเสนอให้ไปเป็นที่ปรึกษาพรรค พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “เขาก็คุยกันอยู่ละมั้ง ผมเห็นเขาคุยกันอยู่ แต่เขายังไม่พูดอะไรกับผม และยังไม่มีการทาบทามแต่ถ้ามีการทาบทามก็ต้องขอคิดดูก่อน ผมบอกแล้วว่าผมจะต้องพิจารณาใคร่ครวญอีกที ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ นโยบายของพรรคตรงกับที่ผมได้ทำมาแล้วหรือเปล่า มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงและดีขึ้นหรือไม่เพราะถึงอย่างไรผมก็ต้องไปเลือกตั้งเหมือนกับคนอื่นเขาเช่นกันเพราะฉะนั้นถ้าพรรคนี้ดี ผมก็จะเลือกพรรคนี้ จะสนับสนุนพรรคไหนที่ดีแล้วเขามาขอให้ผมไปช่วยผมก็จะพิจารณา ส่วนจะดีหรือจะเสียผมก็ยังไม่รู้เลย”

20180410032239

เมื่อถามว่า การที่พรรคการเมืองจะมาเชิญให้ไปเป็นที่ปรึกษาพรรคจะไม่ปฏิเสธใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ยังไม่ได้รับแล้วจะไปปฏิเสธยังได้อย่างไร ถึงวันนี้ยังไม่มีใครมาเชิญ และวันนี้ยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นว่าจะพูดคุยอะไรกันได้หรือเปล่า เพราะมีหลายพรรคก็บอกว่าจะไม่มาคุยแล้วจะเลือกตั้งท่าเดียวเมื่อไม่มาคุยแล้วจะเลือกตั้งได้อน่างไร ต้องมาคุยกันก่อน

เมื่อถามว่าที่หลายพรรคการเมืองไม่อยากมาคุยเพราะเกรงการผูกมัด พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะไปผูกมัดอะไร ต้นไม่ได้เชิญมาพูดคุยเพื่อให้แสดงความเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยแต่ต้องการให้มาพูดคุยว่าจะทำอย่างไรให้กับประเทศ ตนก็จะฟังว่าเขาจะพูดอะไร

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะประกาศความชัดเจนของตัวเองเมื่อไหร่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ก็คงใกล้ที่จะเลือกตั้งละมั้ง เพราะผมเองไปเป็นส.ส.ไม่ได้อยู่แล้ว เมื่อเริ่มมีการพูดคุยผมก็คงมีความชัดเจนว่าจะเอาอย่างไรต่อไป”

ต่อข้อถามว่า ความตั้งใจของนายกจะเข้าไปเป็นประธานที่ปรึกษาพรรคหรือเป็นแค่สมาชิกพรรค พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่รู้ แต่ทุกคนก็ต้องเป็นสมาชิกพรรค ทั้งนี้เมื่อถึงวันที่ต้องตัดสินใจเมื่อเค้าเสนอมาต้นก็ต้องดูว่าเขาจะมาขอให้ไปทำหน้าที่อะไร เพราะให้ไปสมัครเป็น ส.ส.ก็ไปไม่ได้ ถ้าจะให้สมัครเป็นอย่างอื่นก็ต้องดูว่าที่เสนอมานั้นมีความเหมาะสมหรือไม่ที่ตนจะไปช่วยงานเขา แล้วมีใครรับรองได้หรือไม่ว่าเมื่อตนไปอยู่พรรคการเมืองไหนแล้วพรรคนั้นจะชนะ

เมื่อถามว่าหากในการเลือกนายกรัฐมนตรีในรัฐสภา นายกฯคิดว่าเพื่อความสง่างามควรให้ ส.ส.เป็นผู้เสนอชื่อ หรือควรให้ ส.ว.เสนอชื่อนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้ถ้าตั้งได้โดยการเสนอชื่อจากศศก็เป็นเรื่องดีมิใช่หรือแต่ถ้าขัดแย้งกันมากๆตั้งนายกรัฐมนตรีไม่ได้ไม่ยอมกันก็ต้องเอาคนนอกมาใครก็ได้ ก็ไปเลือกมา

เมื่อถามว่าแต่ขณะนี้ดูเหมือนจะมีชื่อของพล.อ. ประยุทธ์เพียงผู้เดียวนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “สื่อเป็นคนทำให้ฉันดังเอง ก็ ลองยกชื่อคนอื่นเข้ามาเป็นนายกคนนอกบ้าง” เมื่อถามว่าถ้าไม่ใช่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์คิดว่าควรจะเป็นชื่อใคร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่รู้เหมือนกันยังนึกไม่ออก ตัวเองยังไม่ได้นึก

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถึงวันนี้ไม่รังเกียจการเมืองแล้วใช่หรือไม่พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ ผมเคยรังเกียจใครที่ไหน ผมไม่ได้รังเกียจการเมือง ผมเพียงแต่รังเกียจการเมืองที่ไม่สุจริต ไม่มีธรรมาภิบาล ผมรังเกียจการเมืองที่สร้างความขัดแย้ง พอใจกันหรือยัง หรืออยากจะให้เป็นเหมือนเมื่อปี 2557 หรืออย่างไร ดังนั้นเมื่อเราไม่พอใจการเมืองแบบนั้นก็ต้องไปเลือกกันแบบใหม่ ส่วนจะเลือกใครก็ตามสะดวกพวกท่านเถอะ แต่ถ้าผมลงไปอยู่ด้วยตรงนี้ มีใครรับประกันได้บ้างว่าผมจะได้ ก็ไม่มีใครรู้ว่ามันคุ้มค่าหรือเปล่า มันคุ้มค่ากับประเทศชาติและคุ้มค่ากับตัวผมหรือไม่ ซึ่งความคุ้มค่าของผมหมายถึงจะได้ทำงานของผมก็แค่นั้นเอง จะไปคิดอะไรมาก มันเป็นทั้งชะตากรรมและชะตาแบ ที่สื่อถามแบบนี้จะเอาให้ได้กันหรืออย่างไร”
20180410032244 ผู้สื่อข่าวถามถึงการวิพากษ์วิจารณ์การลงพื้นที่ของพล.อ.ประยุทธ์ในขณะนี้ว่าเป็นการเริ่มต้นในการหาเสียง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนต้องลงพื้นที่อยู่แล้ว สี่อย่าไปให้ความสำคัญกับคนที่มองว่าเป็นการหาเสียง ตนต้องการจะลงพื้นที่ไปในทุกจังหวัด ตั้งใจไว้ว่าก่อนจะหมดหน้าที่จะลงพื้นที่ไปในทุกจังหวัดและทุกกลุ่มจังหวัดให้ได้มากที่สุดแค่นั้นเอง เพียงแต่มาตรงกับช่วงเวลาของโรดแมปพอดี

“แล้วจะให้ผมไปทำในตอนไหน ผมก็อยากลงไปพบประ ชาชนในทุกพื้นที่และการลงไปก็ไม่ได้ฟังเพียงแต่ส่วนราชการเพียงอย่างเดียว ได้ไปแอบฟังประชาชนพูดบ้างและถามในสิ่งที่ประชาชนอยากจะพูด ซึ่งแม้บางครั้งจะไม่ได้พูดโดยตรงก็ส่งเป็นคลิปหรือเอสเอ็มเอสมา ผมก็นำข้อมูลไปซักไซร้ไล่เลียง ไม่ใช่ว่าทางราชการเสนออะไรมาก็ฟังอย่างเดียว ผมก็ต้องฟังทั้งสองฝ่าย การที่นายกฯลงพื้นที่ไม่ใช่ฟังแต่สิ่งดีๆ สิ่งไม่ดีก็เจอและนำมาแก้ไข” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีคำขอของพรรคการเมืองในการเปิดประชุมพรรค พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า หากพรรคไหนจะขอประชุม ก็ให้ขอมาที่ คสช. หลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง รับรองคำขอจดทะเบียนตั้งพรรคแล้ว พรรคที่ส่งคำขอมา ก็มีอนุมัติไป้างแล้ว ใครที่ไม่ได้ส่งเรื่องมาก็ไม่ได้อนุมัติ โดยที่ผ่านมาตนได้รับรายงานว่า มี 3-4 พรรคส่งคำขอมา ตนก็อนุญาตให้หมด

ส่วนกรณีการเลือกตั้งท้องถิ่นว่า จะต้องมีเลือกตั้งท้องถิ่น และคงจะมีก่อนสักครั้ง หรือสองครั้ง แต่จะต้องดูสถานการณ์ก่อน เชื่อว่าทุกคนมีความพร้อมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเลือกวันไหนก็พร้อมหมด ที่มีการออกมาโวยวายทุกวันนี้ แต่เมื่อถึงเวลาเลือกตั้งก็ขานรับพร้อม แต่พอกำหนดการณ์ออกมาแบบนี้ ก็มีเสียงค้าน ผมไม่พร้อม เวลาไม่พอ สื่อก็นำไปขยายความให้คนเหล่านี้อยู่ได้ ซึ่งที่ผ่านมาพวกเขาไม่ได้ทำอะไรกันเลยหรืออย่างไร

“ผมไปเฝ้าบ้านเขาสักวัน เหมือนสื่อเฝ้าฉันหรือเปล่า ก็เปล่าเลย แต่พอไปเฝ้ามากๆ ก็บอกว่าไปละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งฉันขี้เกียจไปเฝ้า หรือตามใครแล้ว” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
7c5k7cbik9e59b7eikbci นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีที่พรรคการเมืองประกาศสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์มาเป็นนายกรัฐมนตรีนอกบัญชีในสมัยหน้าว่า เป็นสิทธิของพรรคการเมืองที่จะประกาศ คงไม่สามารถไปกำหนดทิศทางได้ แต่เมื่อประกาศออกมาแล้วก็ขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะชอบหรือไม่ และสุดท้ายขึ้นอยู่กับที่ประชุมรัฐสภาว่าจะตัดสินใจเลือกกันอย่างไร

“เบื้องต้นหากสภาผู้แทนราษฎรเสนอคนในบัญชีรายชื่อและสามารถเลือกกันได้ข้อยุติ ก็ไม่มีการเลือกนายกรัฐมนตรีนอกบัญชี ดังนั้นหากเลือกกันได้ แม้จะมีการสนับสนุนคนนอกอย่างไร ก็ไม่มีประโยชน์”

ประธาน กรธ. ยังกล่าวถึงแผนปฏิรูปประเทศที่ประกาศใช้แล้วว่า เป็นเพียงโครงร่างกว้าง ๆ จะต้องทำแผนปฏิบัติการก่อนจึงจะลงรายละเอียดเรื่องงบประมาณได้ ดังนั้นที่มีการระบุว่าต้องใช้เงินจำนวนมากนั้นไม่เป็นความจริง เพราะขณะนี้ยังไม่ได้ทำแผนปฏิบัติการ ส่วนหนึ่งสามารถดำเนินการได้ในรัฐบาลชุดนี้ ส่วนที่เหลือรัฐบาลชุดต่อไปก็เข้ามาทำต่อตามแผนปฏิรูปที่วางเป้าหมายเอาไว้ หากรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาแล้วเห็นว่ามีวิธีการอื่นที่ดีกว่าก็สามารถปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ได้

นายมีชัย ยังอวยพรคนไทยเนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ หรือปีใหม่ไทยว่า ขอให้คนไทยทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง มั่งมีศรีสุข เตือนประชาชนอย่าประมาทในการใช้ชีวิต เพราะกว่าจะเกิดมาเป็นคน และกว่าจะโตมาเป็นเรื่องยากลำบาก หากประมาทเพียงนิดเดียว อาจถึงแก่ชีวิตได้ ดังนั้นอะไรที่จะเป็นเหตุให้ประมาทก็ไม่ควรทำ เช่น หากจะขับรถ ต้องไม่ดื่มสุราจนกว่าจะถึงที่หมาย

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองประสานเพื่อขอพูดคุยกับคสช. ว่า มีพรรคการเมืองไม่กี่พรรคประสานเข้ามาเพื่ออยากพูดคุยกับ คสช. ตนจึงได้ส่งเรื่องดังกล่าวไปให้ คสช.พิจารณา เบื้องต้นสามารถพูดคุยกันได้โดยจำเป็นต้องรอให้ร่างกฎหมายที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญบังคับใช้ก่อน ส่วนที่พรรคเพื่อไทยเห็นว่า คสช.ไม่มีอำนาจในการกำหนดวันเลือกตั้งจึงไม่จำเป็นต้องมาร่วมพูดคุยด้วยนั้น ไม่เป็นไร ไม่ว่ากัน เชื่อว่าแม้พรรคใหญ่ไม่ได้เข้าร่วม จะไม่มีปัญหาอะไร และถ้ามีพรรคการเมืองมาร่วมพูดคุยน้อยก็ไม่จำเป็นต้องจัดก็ได้

นายวิษณุ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม การพบกันตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่53/2560 เป็นการพบกันตอนที่กฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งได้ประกาศใช้แล้ว โดยเราเดาว่า เป็นในเดือน มิ.ย. ซึ่งในคำสั่งเขียนเผื่อไว้ว่า อาจจะเชิญพรรคการเมืองมาร่วมพูดคุยด้วยก็ได้ แต่ไม่ได้เขียนว่า ต้องให้มา เพราะถ้าเขียนว่า ต้องให้มาแล้วไม่มา การประชุมจะเป็นโมฆะ แต่วันนี้สามารถพบกันได้แม้จะก่อนเดือน มิ.ย.ก็ตาม ทุกอย่างอะลุ่มอล่วย ไม่มีอะไรบังคับตายตัว เพียงแต่การพูดคุยจะยังไม่ถึงขั้นพูดเรื่องของการปลดล็อกและการเลือกตั้ง

“สำหรับเจตนาในการพบกันเดือน มิ.ย. คือ การพูดถึงโรดแมปต่อไป เมื่อกฎหมายได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ครม. คสช. กรธ. สนช. กกต. และพรรคการเมืองด้วยก็ได้ มาหารือว่า จะปลดล็อกเมื่อใด และจะกำหนดการเลือกตั้งได้เมื่อใด โดยรัฐบาลจะออกพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง แล้วให้ กกต.เป็นผู้กำหนดวัน กกต.จะต้องดูความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากไม่สามารถกะเกณฑ์คนเดียวได้ โดยจะถามว่าจะพร้อมเลือกตั้งประมาณสักเดือนไหน ม.ค. หรือ ก.พ.62 ไหวไหม กกต.อาจเตรียมวันมาเองแล้วถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะอำนาจกำหนดอยู่ที่ กกต. ซึ่งวันดังกล่าวอาจจะได้วันเลือกตั้งเลยหรือยังไม่ได้ก็ได้”นายวิษณุ กล่าว

นายวิษณุกล่าวว่า แม้ในอดีต กกต.จะสามารถกำหนดวันเลือกตั้งเพียงหน่วยงานเดียวเองได้ แต่วันนี้สถานการณ์บ้านเมืองไม่ปกติ มีคำสั่งหัวหน้า คสช. และอะไรต่อมิอะไรอยู่มากมาย จึงต้องให้มีการหันเข้าหากัน เพื่อกำหนด ซึ่ง กกต.ยังเป็นหน่วยงานหลักในการกำหนดการเลือกตั้งอยู่ดี แต่ถ้าหน่วยงานอื่นไม่เห็นด้วยกับ กกต.ก็ไม่สามารถกำหนดวันเลือกตั้งได้
พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองในขณะนี้ ว่า ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง เป็นการแสดงความคิดเห็น ในช่วงที่ให้แต่ละพรรคการเมืองได้ยืนยันสถานภาพของพรรคและสมาชิกพรรค ซึ่งยังอยู่ในกรอบ และเป็นเรื่องปกติของการเมือง

ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์เลื่อนพบปะกับนักการเมืองออกไปนั้น พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า ไม่ทราบและไม่มีข้อมูล แต่คงไม่ทำให้ต้องเลื่อนการปลดล็อคทางการเมืองไปด้วย และการที่ให้กลุ่มการเมืองหรือพรรคการเมืองได้มีการประชุมในช่วงนี้ ก็เป็นไปตามกระบวนการของกกต. ซึ่งการอนุมัติให้แต่ละพรรคการเมืองจัดกิจกรรมต่างๆ ขึ้นอยู่กับ กกต. คสช.ไม่ได้พิจารณาเพียงผู้เดียว ยืนยันว่าทุกอย่างจะเสมอภาค และเป็นไปด้วยความยุติธรรม

ต่อกรณีที่มีกระแสข่าวว่า จะตั้งพรรคการเมืองในทำเนียบรัฐบาลนั้น พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า ไม่ขอแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ และหากมีนายทหารไปตั้งพรรคการเมือง หรือร่วมพรรคการเมือง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนเตรียมทหารรุ่น16 หรือรุ่นใดก็ตาม ถ้าเกษียณอายุราชการไปแล้ว ก็เป็นเรื่องส่วนตัวสามารถทำได้ ก็ไม่มีปัญหา
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • politics