
ไฟเขียวปรับสถานะมูลนิธิศูนย์รับมือภัยพิบัติเอเซียเป็นองค์กรระหว่างประเทศ
วันนี้ (20 กุมภาพันธ์ 2561) เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)คุ้มครองการดำเนินงานของศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย พ.ศ. .... ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว ตามที่กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เสนอ และให้ส่งคณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณา ก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติต่อไป
สาระสำคัญของเรื่องคือ เป็นการเปลี่ยนสถานะของมูลนิธิศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย (Asian Disaster Preparedness Center – ADPC) เป็นองค์กรระหว่างประเทศ โดยกฎบัตรของศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย 1.กำหนดให้มีการจัดตั้งศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย เรียกโดยย่อว่า “ADPC” เป็นองค์การระดับภูมิภาคที่เป็นอิสระ ไม่แสวงหาผลกำไร มีสถานะเป็นองค์การระหว่างประเทศ มีการจัดการ การจัดสรรเจ้าหน้าที่ และการดำเนินการที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง โดยมีความมุ่งหมายในด้านวิทยาศาสตร์ การศึกษา การพัฒนา และมนุษยธรรมและให้ ADPC มีที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลางเตรียมความพร้อมสำหรับการป้องกันภัยพิบัติทางธรรมชาติ และเพื่อลดผลกระทบจากภัยพิบัติที่มีต่อชุมชนในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก
โดยกำหนดให้ภาคีผู้ลงนามกฎบัตรฯ (ซึ่งประกอบด้วย ไทย กัมพูชา จีน ปากีสถาน บังกลาเทศ เนปาล ศรีลังกา ฟิลิปปินส์ และอินเดีย) เป็นสมาชิกผู้ก่อตั้ง ADPC โดยสมาชิกไม่ต้องจ่ายค่าสมาชิก แต่อาจบริจาคให้กองทุนของ ADPC โดยสมัครใจ ทั้งนี้ กฎบัตรฯ จะยังไม่มีผลใช้บังคับจนกว่ารัฐภาคีผู้ลงนามก่อตั้งจะให้สัตยาบันครบทุกประเทศ (ขณะนี้เหลือเพียงประเทศไทยที่ยังมิได้ให้สัตยาบัน) และเมื่อกฎบัตรฯ มีผลใช้บังคับ ศูนย์ฯ จึงจะสามารถเปลี่ยนสถานะเป็นองค์การระหว่างประเทศ
ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองการดำเนินงานของศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย พ.ศ. ....กำหนดให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป โดยให้ยอมรับนับถือว่าศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย มีฐานะเป็นนิติบุคคล และให้ถือว่ามีภูมิลำเนาในประเทศไทย
ให้ทรัพย์สินหรือสินทรัพย์ของศูนย์ฯ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ของศูนย์ และผู้เชี่ยวชาญชาวต่างประเทศที่ศูนย์แต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ หรือได้รับเชิญอย่างเป็นทางการให้มาปฏิบัติงานให้แก่ศูนย์ ได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันตามที่ระบุไว้ในกฎบัตรของศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย ซึ่งทำขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 รวมทั้งความตกลงในเรื่องเอกสิทธิ์และความคุ้มกันที่จะทำกันต่อไป ระหว่างรัฐบาลไทยกับศูนย์ฯ ภายใต้กรอบแห่งกฎบัตรของศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชียดังกล่าว และให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
สาระสำคัญของเรื่องคือ เป็นการเปลี่ยนสถานะของมูลนิธิศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย (Asian Disaster Preparedness Center – ADPC) เป็นองค์กรระหว่างประเทศ โดยกฎบัตรของศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย 1.กำหนดให้มีการจัดตั้งศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย เรียกโดยย่อว่า “ADPC” เป็นองค์การระดับภูมิภาคที่เป็นอิสระ ไม่แสวงหาผลกำไร มีสถานะเป็นองค์การระหว่างประเทศ มีการจัดการ การจัดสรรเจ้าหน้าที่ และการดำเนินการที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง โดยมีความมุ่งหมายในด้านวิทยาศาสตร์ การศึกษา การพัฒนา และมนุษยธรรมและให้ ADPC มีที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลางเตรียมความพร้อมสำหรับการป้องกันภัยพิบัติทางธรรมชาติ และเพื่อลดผลกระทบจากภัยพิบัติที่มีต่อชุมชนในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก
ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองการดำเนินงานของศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย พ.ศ. ....กำหนดให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป โดยให้ยอมรับนับถือว่าศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย มีฐานะเป็นนิติบุคคล และให้ถือว่ามีภูมิลำเนาในประเทศไทย
ให้ทรัพย์สินหรือสินทรัพย์ของศูนย์ฯ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ของศูนย์ และผู้เชี่ยวชาญชาวต่างประเทศที่ศูนย์แต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ หรือได้รับเชิญอย่างเป็นทางการให้มาปฏิบัติงานให้แก่ศูนย์ ได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันตามที่ระบุไว้ในกฎบัตรของศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย ซึ่งทำขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 รวมทั้งความตกลงในเรื่องเอกสิทธิ์และความคุ้มกันที่จะทำกันต่อไป ระหว่างรัฐบาลไทยกับศูนย์ฯ ภายใต้กรอบแห่งกฎบัตรของศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชียดังกล่าว และให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้






