
กทม.ผนึกเอกชนนำร่องเชื่อมกล้องซีซีทีวีถ.พหลโยธิน5-7 ดูแลประชาชน
"อัศวิน"เผยกล้องซีซีทีวีกว่า 5 หมื่นตัวของกทม.ไม่เพียงพอความต้องการประชาชน ต้องประสานเอกชนร่วมด้วยช่วยกัน เริ่มนำร่องที่ถ.พหลโยธิน 5-7 แล้ว
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า มาตรการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งกทม.มุ่งเน้นการติดตั้งกล้องซีซีทีวีเพื่อช่วยเป็นหูเป็นตาในการดูแลพื้นที่ต่างๆอย่างทั่วถึงนั้น ปัจจุบันกทม.มีการกระจายติดตั้งกล้องซีซีทีวีในบริเวณต่างๆรวมจำนวนทั้งสิ้น 53,249 ตัว พร้อมเชื่อมโยงสัญญาณภาพสู่ศูนย์ควบคุมศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) สำนักงานเขต50เขตและสถานีตำรวจ 88แห่ง จำนวน 14,845 ตัว ส่วนอีก 38,404 ตัว เป็นกล้องแบบStand aloneที่บันทึกเหตุการณ์ ณ จุดที่ติดตั้ง
ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวต่อไปว่า กล้องซีซีทีวีที่กทม.ติดตั้งนั้นบางส่วนเป็นกล้องเก่าซึ่งได้ดำเนินการติดตั้งมาเป็นเวลานานมีความคมชัดต่ำแต่การเปลี่ยนกล้องให้มีคุณภาพสูงหรือการติดตั้งกล้องซีซีทีวีเพิ่มเติมในบริเวณอื่นๆให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นก็เป็นส่วนที่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก จึงอาจดำเนินการได้ช้าต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการในหลายๆบริเวณที่ประชาชนเรียกร้องมา ทั้งนี้ตนได้วางแนวทางการประสานเชื่อมกล้องกับภาคเอกชนเพื่อให้สามารถดูแลความปลอดภัยประชาชนได้อย่างรวดเร็ว โดยขณะนี้จะเริ่มดำเนินการที่ถนนพหลโยธินซอย5-7 พื้นที่เขตพญาไทเป็นพื้นที่แรกและจะขยายโครงการไปในพื้นที่อื่นๆที่มีความพร้อมต่อไป
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า มาตรการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งกทม.มุ่งเน้นการติดตั้งกล้องซีซีทีวีเพื่อช่วยเป็นหูเป็นตาในการดูแลพื้นที่ต่างๆอย่างทั่วถึงนั้น ปัจจุบันกทม.มีการกระจายติดตั้งกล้องซีซีทีวีในบริเวณต่างๆรวมจำนวนทั้งสิ้น 53,249 ตัว พร้อมเชื่อมโยงสัญญาณภาพสู่ศูนย์ควบคุมศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) สำนักงานเขต50เขตและสถานีตำรวจ 88แห่ง จำนวน 14,845 ตัว ส่วนอีก 38,404 ตัว เป็นกล้องแบบStand aloneที่บันทึกเหตุการณ์ ณ จุดที่ติดตั้ง
ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวต่อไปว่า กล้องซีซีทีวีที่กทม.ติดตั้งนั้นบางส่วนเป็นกล้องเก่าซึ่งได้ดำเนินการติดตั้งมาเป็นเวลานานมีความคมชัดต่ำแต่การเปลี่ยนกล้องให้มีคุณภาพสูงหรือการติดตั้งกล้องซีซีทีวีเพิ่มเติมในบริเวณอื่นๆให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นก็เป็นส่วนที่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก จึงอาจดำเนินการได้ช้าต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการในหลายๆบริเวณที่ประชาชนเรียกร้องมา ทั้งนี้ตนได้วางแนวทางการประสานเชื่อมกล้องกับภาคเอกชนเพื่อให้สามารถดูแลความปลอดภัยประชาชนได้อย่างรวดเร็ว โดยขณะนี้จะเริ่มดำเนินการที่ถนนพหลโยธินซอย5-7 พื้นที่เขตพญาไทเป็นพื้นที่แรกและจะขยายโครงการไปในพื้นที่อื่นๆที่มีความพร้อมต่อไป






