
ผู้อำนวยการใหญ่ WHO ชื่นชมไทยที่มีบทบาทในประเด็นสุขภาพโลกอย่างแข็งขัน
นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีที่ได้ต้อนรับผู้อำนวยการใหญ่ WHO ในโอกาสเดินทางเยือนไทยครั้งนี้ โดยฝ่ายไทยจะสนับสนุนนโยบายของผู้อำนวยการใหญ่ WHO ทั้งในเรื่องหลักประกันถ้วนหน้า ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข สุขภาพของผู้หญิง เด็ก วัยรุ่น และอื่น ๆ ซึ่งล้วนเป็นเรื่องที่ไทยให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน และหวังว่า WHO จะทำงานร่วมกับหน่วยงานไทยอย่างใกล้ชิด ตามที่ได้กำหนดในแผนยุทธศาสตร์ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับองค์การอนามัยโลก (WHO – Royal Thai Government Country Cooperation Strategy - CCS) ต่อไป พร้อมอวยพรให้การประชุม PMAC ประจำปีนี้ประสบความสำเร็จดังที่ตั้งใจไว้
ผู้อำนวยการใหญ่ WHO ชื่นชมไทยที่มีบทบาทในประเด็นสุขภาพโลกอย่างแข็งขัน โดยเฉพาะความสำเร็จในการยุติปัญหาการถ่ายทอดเชื้อ HIV จากแม่สู่ลูก กามโรค หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และโรคเท้าช้าง รวมทั้งชื่นชมนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนให้ภาคประชาสังคมมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพได้อย่างทั่วถึง ซึ่งสามารถช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้อย่างแท้จริง และหวังว่าความร่วมมือระหว่างไทย – WHO ในมิติต่าง ๆ จะมีพลวัตมากยิ่งขึ้นในอนาคต ซึ่งฝ่ายไทยเน้นย้ำว่า ประเทศไทยต้องการให้ประชาชนมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ตามเป้าหมายที่ 3 ของการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และไทยได้พิสูจน์แล้วว่า ประเทศที่มีรายได้ปานกลางสามารถประสบความสำเร็จด้านการขยายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่เป็นสาธารณสุขขั้นพื้นฐานที่ประชาชนควรได้รับให้ครอบคลุมประชากรกลุ่มต่าง ๆ ได้ รวมทั้งมีระบบให้บริการสาธารณสุขแก่ผู้โยกย้ายถิ่นฐานและผู้ติดตาม ตามนโยบายไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยรัฐบาลไทยยินดีที่จะเผยแพร่ประสบการณ์ความสำเร็จต่าง ๆ ให้กับประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ ต่อไป
ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่าไทยมีแนวคิดจะจัดตั้ง ASEAN Centre for Active Aging and Innovation ขึ้นในประเทศภายในปี 2562 เพื่อเป็นกลไกสำคัญของภูมิภาคในการเชื่อมโยงความร่วมมือกับองค์การระหว่างประเทศต่าง ๆ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันถึงการขยายความร่วมมือระหว่างไทย- WHO ให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น โอกาสนี้ ผู้อำนวยการใหญ่ WHO ได้มอบโล่เกียรติยศแก่ไทย เพื่อยกย่องผลงานที่สามารถขจัดโรคเท้าช้างให้หมดไปจากไทย เมื่อปี 2560






