
เอ็นจีโอผิดหวังครม.ไม่ยกเลิก“พาราควอต”
ภาคประชาชนผิดหวังครม.ไม่มีมติยกเลิกนำเข้าสารกำจัดศัตรูพืช “พาราควอต”แต่สั่ง “สธ.-เกษตร-พาณิชย์”ศึกษาใหม่
นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี (Biothai) กล่าวถึง มติคณะรัฐมนตรี(ครม.) ที่ไม่ยกเลิกการนำเข้าสารกำจัดศัตรูพืช พาราควอต แต่กลับให้กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์(กษ.) กระทรวงพาณิชย์(พณ.) ไปศึกษาใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นมติที่ไม่มีประโยชน์อะไร กลับไปยังจุดเดิมที่มีการพูดคุยกันมานานกว่า 1 ปีแล้ว
ขณะที่ผลการศึกษาของกระทรวงสาธารณสุขก็ชัดเจนถึงผลกระทบ ทั้งด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยมีรายงานผู้ป่วยที่ได้รับพิษจากการใช้สาร พาราควอต หรือเกิดอุบัติเหตุ จนต้องสัมผัสสารชนิดนี้ ทางการแพทย์พบว่าผู้ป่วยจากสาเหตุนี้มีอัตราการเสียชีวิต หรือมีโอกาสตายสูงถึง 20% ซึ่งถือว่ามีอันตรายมาก
นอกจากนี้ในต่างประเทศกว่า 53 ประเทศ ที่ยกเลิกการนำเข้าและห้ามใช้ในประเทศแล้ว โดยล่าสุดประเทศ บราซิล ซึ่งเคยประกาศให้ใช้ได้เฉพาะเครื่องจักรฉีดพ่นเท่านั้น ปัจจุบัน บราซิล ประกาศห้ามนำเข้าและห้ามใช้ในประเทศแล้ว รวมไปถึงประเทศยักษ์ใหญ่อย่างจีนก็ห้ามใช้สารเคมีชนิดนี้เช่นกัน ซึ่งมติ ครม.ที่ออกมาเป็นการยืดเวลา เอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน เพราะท้ายที่สุดก็โยนให้ข้าราชการ 3 กระทรวงไปตกลงกันเอง
นายวิฑูรย์ กล่าวต่อว่า ประเด็นเรื่องของการใช้พาราควอตในเชิงสุขภาพได้ข้อยุติมานานแล้ว โดยกระทรวงสาธารณสุข เห็นว่าสารชนิดนี้มีผลกระทบต่อสุขภาพ ขณะที่กระทรวงเกษตรฯ เองก็มีข้อเสนอทางออก แต่กลับโยนกลับไปให้ถกเถียงกันใหม่ จึงเป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง ดังนั้น จึงขอเรียกร้องประชาชนให้ออกมากดดันหน่วยงานและภาคเอกชนที่จัดจำหน่ายสารเคมีชนิดนี้ เพื่อบอกว่า เราไม่ต้องการสารพาราควอต ที่ทำลายสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
ด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า การให้ยกเลิกการนำเข้าสารพาราควอต ได้สั่งให้กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯ ปรึกษาหารือกัน เพราะต้องฟังเสียงจากทุกฝ่าย ทั้งนี้ฝ่ายเกษตรกรเองยังมีปัญหาเรื่องของทางออกในการใช้สารวัชพืชต้องหาสารอื่นทดแทน แต่เรายังไม่สามารถหาสารอื่นทดแทนได้ ขณะเดียวกันต้องหาแนวทางป้องกันสารพาราควอตในการใช้ให้เกิดความปลอดภัยได้อย่างไร
“ผมห่วงพี่น้องเกษตรกร และผู้บริโภค ก็อยู่ที่ว่าจะใช้สารนี้ได้อย่างไร หากมีความจำเป็นต้องใช้ ซึ่งผมจะหาทางลดการใช้สารเคมีเหล่านี้ได้อย่างไร ถ้าไม่นำเข้าจะใช้วิธีไหนได้บ้าง” นายกรัฐมนตรี ระบุ
นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี (Biothai) กล่าวถึง มติคณะรัฐมนตรี(ครม.) ที่ไม่ยกเลิกการนำเข้าสารกำจัดศัตรูพืช พาราควอต แต่กลับให้กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์(กษ.) กระทรวงพาณิชย์(พณ.) ไปศึกษาใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นมติที่ไม่มีประโยชน์อะไร กลับไปยังจุดเดิมที่มีการพูดคุยกันมานานกว่า 1 ปีแล้ว
ขณะที่ผลการศึกษาของกระทรวงสาธารณสุขก็ชัดเจนถึงผลกระทบ ทั้งด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยมีรายงานผู้ป่วยที่ได้รับพิษจากการใช้สาร พาราควอต หรือเกิดอุบัติเหตุ จนต้องสัมผัสสารชนิดนี้ ทางการแพทย์พบว่าผู้ป่วยจากสาเหตุนี้มีอัตราการเสียชีวิต หรือมีโอกาสตายสูงถึง 20% ซึ่งถือว่ามีอันตรายมาก
นอกจากนี้ในต่างประเทศกว่า 53 ประเทศ ที่ยกเลิกการนำเข้าและห้ามใช้ในประเทศแล้ว โดยล่าสุดประเทศ บราซิล ซึ่งเคยประกาศให้ใช้ได้เฉพาะเครื่องจักรฉีดพ่นเท่านั้น ปัจจุบัน บราซิล ประกาศห้ามนำเข้าและห้ามใช้ในประเทศแล้ว รวมไปถึงประเทศยักษ์ใหญ่อย่างจีนก็ห้ามใช้สารเคมีชนิดนี้เช่นกัน ซึ่งมติ ครม.ที่ออกมาเป็นการยืดเวลา เอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน เพราะท้ายที่สุดก็โยนให้ข้าราชการ 3 กระทรวงไปตกลงกันเอง
นายวิฑูรย์ กล่าวต่อว่า ประเด็นเรื่องของการใช้พาราควอตในเชิงสุขภาพได้ข้อยุติมานานแล้ว โดยกระทรวงสาธารณสุข เห็นว่าสารชนิดนี้มีผลกระทบต่อสุขภาพ ขณะที่กระทรวงเกษตรฯ เองก็มีข้อเสนอทางออก แต่กลับโยนกลับไปให้ถกเถียงกันใหม่ จึงเป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง ดังนั้น จึงขอเรียกร้องประชาชนให้ออกมากดดันหน่วยงานและภาคเอกชนที่จัดจำหน่ายสารเคมีชนิดนี้ เพื่อบอกว่า เราไม่ต้องการสารพาราควอต ที่ทำลายสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
ด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า การให้ยกเลิกการนำเข้าสารพาราควอต ได้สั่งให้กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯ ปรึกษาหารือกัน เพราะต้องฟังเสียงจากทุกฝ่าย ทั้งนี้ฝ่ายเกษตรกรเองยังมีปัญหาเรื่องของทางออกในการใช้สารวัชพืชต้องหาสารอื่นทดแทน แต่เรายังไม่สามารถหาสารอื่นทดแทนได้ ขณะเดียวกันต้องหาแนวทางป้องกันสารพาราควอตในการใช้ให้เกิดความปลอดภัยได้อย่างไร
“ผมห่วงพี่น้องเกษตรกร และผู้บริโภค ก็อยู่ที่ว่าจะใช้สารนี้ได้อย่างไร หากมีความจำเป็นต้องใช้ ซึ่งผมจะหาทางลดการใช้สารเคมีเหล่านี้ได้อย่างไร ถ้าไม่นำเข้าจะใช้วิธีไหนได้บ้าง” นายกรัฐมนตรี ระบุ






