
แฉบิ๊กรฟม. ติดบ่วงปปช.
ว่าที่ผู้ว่าฯ รฟม.มีปัญหา! “ภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ” มีชนักติดหลัง ปมความผิดอยู่ใน ป.ป.ช.กับ สตง.ทั้งกรณีฉาวเอื้อผู้รับเหมาสายสีนํ้าเงินส่วนต่อขยาย ล่าสุดพัวพันสายสีส้ม แก้สัญญาช่วยผู้รับเหมามีสิทธิ์เรียกร้องเงินเพิ่ม หากรฟม.ส่งมอบพื้นที่ไม่ทัน จับตาพลิกโผ
ความคืบหน้าผลการสรรหาผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ที่มีนายยุทธนา หยิมการุณ เป็นประธานสรรหาส่อแววไม่จบง่ายๆ แม้ผ่านบอร์ด รฟม.ไปแล้ว แต่ต้องการเจรจาค่าตอบแทน (เงินประจำตำแหน่ง) จากคณะอนุกรรมการเจรจาค่าตอบแทนที่มีนายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เป็นประธาน เพื่อส่งกลับมายังบอร์ด หลังจากนั้นให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ตรวจสอบคุณสมบัติเพื่อให้รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมพิจารณาส่งเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)
หนึ่งในบอร์ด รฟม. เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า แม้ว่าจะมีการเสนอรายชื่อผู้ที่ผ่านการสรรหาซึ่งคาดว่าจะเป็นรายชื่อนายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ รองผู้ว่าการ รฟม.(ฝ่ายวิศวกรรมและก่อสร้าง) ให้บอร์ดรับทราบแล้ว แต่ก็ต้องขอความเห็นชอบอีกครั้ง ที่สำคัญปมการร้องเรียนนายภคพงศ์ในหลายความผิดทั้งที่เกิดขึ้นในอดีตและในปัจจุบัน ทั้งปมที่มีการช่วยเหลือผู้รับเหมาสัญญาที่ 2 โครงการรถไฟฟ้าสายสีนํ้าเงินส่วนต่อขยาย ช่วงสนามไชย-ท่าพระ เพื่อเปลี่ยนแปลงงานให้กับผู้รับเหมา ทำให้รฟม.ต้องเสียเงินเพิ่มอีก 290 ล้านบาทขณะนี้เรื่องยังอยู่ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และสำนัก งานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2558
“แม้ทุกครั้งเมื่อมีการสรรหา จะพบว่ามีการร้องเรียนเกิดขึ้นเสมอ แต่ในครั้งนี้ค่อนข้างหนัก ยังมีกรณีที่มีการช่วยเหลือผู้รับเหมาและประมาทเลินเล่อจนทำให้ผู้รับเหมาสัญญาที่ 3 โครงการรถไฟฟ้าสายสีนํ้าเงินส่วนต่อขยายเรียกร้องเงินเพิ่มอีกกว่า 600 ล้านบาท มีผู้ร้องเรียนไปยังกระทรวงคมนาคม สตง.และป.ป.ช.เช่นกัน จนนายฤทธิกา สุภารัตน์ รักษาการผู้ว่าการรฟม.คนปัจจุบันได้มีคำสั่งให้ฝ่ายกฎหมายตั้งกรรมการสอบ โดยขอให้กระทรวงคมนาคมตั้งคนจากกระทรวงมาเป็นประธานสอบ”
ล่าสุดนั้นนายภคพงศ์ยังเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องการให้ความช่วยเหลือผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตะวันออก) โดยระบุว่ามีการปรับแก้สัญญาให้ผู้รับเหมามีสิทธิ์เรียกร้องเงินเพิ่ม กรณีที่รฟม.ไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ได้ตามกำหนด ซึ่งขัดกับเอกสารประกวดราคาที่กำหนดไว้แต่แรกว่าผู้รับเหมาจะได้ขยายเวลาก่อสร้างเท่านั้น แต่ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องเงินเพิ่มจากรฟม. และยังขัดแย้งกับความเห็นของอัยการสูงสุดที่รฟม.ได้สอบถามไปด้วย
“จะมองว่านายภคพงศ์ไม่เหมาะสม มีมลทินหลายเรื่องบอร์ดก็สามารถใช้อำนาจล้มสรรหา เพื่อเปิดให้มีการสรรหาใหม่เพื่อให้มีการยอมรับหรือเลือกคนที่เหมาะสมกว่าก็สามารถทำได้ เพราะถ้าเดินหน้า หากเกิดปัญหาจนนำไปสู่ความเสียหายเกิดขึ้นใครจะรับผิดชอบ”
เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายภคพงศ์ กล่าวชี้แจงว่า กรณีสายสีส้มมีแบ่งสัญญาออกเป็นทั้งหมด 6 สัญญา ประกอบไปด้วยสัญญาใต้ดิน 3 สัญญา (สัญญา 1-2-3) สัญญายกระดับ 1 (สัญญา 4) สัญญาก่อสร้างศูนย์ซ่อมและอาคารจอดแล้วจร 1 สัญญา(สัญญา 5) และสัญญาวางราง 1 สัญญา(สัญญา 6) ทุกสัญญาจัดให้มีการประกวดราคาแบบนานาชาติหรืออินเตอร์เนชั่นแนลบิดดิ้ง ตอนออกทีโออาร์ใช้เป็นสัญญามาตรฐานสำหรับการประกวดราคานานาชาติ ตามขั้นตอนจะต้องมีการส่งร่างสัญญาทุกครั้งให้สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) พิจารณาตรวจร่าง อีกทั้งในช่วงระหว่างการตรวจร่างยังได้มีการอภิปรายในการประชุมบอร์ด รฟม. เนื่องจากจะมีกรณีการเคลมค่าเสียหาย จากการส่งมอบพื้นที่ล่าช้าของรถไฟฟ้าสายสีนํ้าเงิน พิจารณาอยู่ในขณะนั้นด้วย
นายภคพงศ์ระบุด้วยว่า บอร์ดให้ความเห็นว่า ร่างสัญญาดังกล่าวทำไม ไม่เหมือนกับสัญญาของไทยที่เคลมค่าเสียหายได้แต่ระยะเวลาเท่านั้น ไม่มีเรื่องงบประมาณกำหนดเอาไว้ ซึ่งคณะกรรมการได้ชี้แจงว่าเป็นสัญญามาตรฐานสากลเพื่อให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ดังนั้นหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งปฏิบัติงานแล้วเกิดความเสียหาย ล่าช้าผู้รับจ้างก็สามารถที่จะเรียกร้องได้ แต่จะเป็นภาระของผู้รับจ้างที่จะต้องมาพิสูจน์ก่อนที่จะเจรจาต่อรองกันต่อไป
“ได้มีการนำไประบุไว้ในเอกสารประกวดราคาว่าขอตัดช่วงระบุว่าสามารถเรียกร้องค่าเสียหายดังกล่าวออกไปจากกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ให้ผู้รับจ้างได้ ที่สำคัญขณะนั้นอยู่ระหว่างการตรวจร่างเอกสารประกวดราคาของ อสส. หลังจากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนการประกวดราคาจนได้ตัวผู้รับจ้าง ซึ่งสอดคล้องกับกรณีที่อสส.ตรวจร่างสัญญาเสร็จพอดี”
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,319 วันที่ 3 - 6 ธันวาคม พ.ศ. 2560
ความคืบหน้าผลการสรรหาผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ที่มีนายยุทธนา หยิมการุณ เป็นประธานสรรหาส่อแววไม่จบง่ายๆ แม้ผ่านบอร์ด รฟม.ไปแล้ว แต่ต้องการเจรจาค่าตอบแทน (เงินประจำตำแหน่ง) จากคณะอนุกรรมการเจรจาค่าตอบแทนที่มีนายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เป็นประธาน เพื่อส่งกลับมายังบอร์ด หลังจากนั้นให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ตรวจสอบคุณสมบัติเพื่อให้รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมพิจารณาส่งเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)
หนึ่งในบอร์ด รฟม. เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า แม้ว่าจะมีการเสนอรายชื่อผู้ที่ผ่านการสรรหาซึ่งคาดว่าจะเป็นรายชื่อนายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ รองผู้ว่าการ รฟม.(ฝ่ายวิศวกรรมและก่อสร้าง) ให้บอร์ดรับทราบแล้ว แต่ก็ต้องขอความเห็นชอบอีกครั้ง ที่สำคัญปมการร้องเรียนนายภคพงศ์ในหลายความผิดทั้งที่เกิดขึ้นในอดีตและในปัจจุบัน ทั้งปมที่มีการช่วยเหลือผู้รับเหมาสัญญาที่ 2 โครงการรถไฟฟ้าสายสีนํ้าเงินส่วนต่อขยาย ช่วงสนามไชย-ท่าพระ เพื่อเปลี่ยนแปลงงานให้กับผู้รับเหมา ทำให้รฟม.ต้องเสียเงินเพิ่มอีก 290 ล้านบาทขณะนี้เรื่องยังอยู่ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และสำนัก งานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2558
“แม้ทุกครั้งเมื่อมีการสรรหา จะพบว่ามีการร้องเรียนเกิดขึ้นเสมอ แต่ในครั้งนี้ค่อนข้างหนัก ยังมีกรณีที่มีการช่วยเหลือผู้รับเหมาและประมาทเลินเล่อจนทำให้ผู้รับเหมาสัญญาที่ 3 โครงการรถไฟฟ้าสายสีนํ้าเงินส่วนต่อขยายเรียกร้องเงินเพิ่มอีกกว่า 600 ล้านบาท มีผู้ร้องเรียนไปยังกระทรวงคมนาคม สตง.และป.ป.ช.เช่นกัน จนนายฤทธิกา สุภารัตน์ รักษาการผู้ว่าการรฟม.คนปัจจุบันได้มีคำสั่งให้ฝ่ายกฎหมายตั้งกรรมการสอบ โดยขอให้กระทรวงคมนาคมตั้งคนจากกระทรวงมาเป็นประธานสอบ”
“จะมองว่านายภคพงศ์ไม่เหมาะสม มีมลทินหลายเรื่องบอร์ดก็สามารถใช้อำนาจล้มสรรหา เพื่อเปิดให้มีการสรรหาใหม่เพื่อให้มีการยอมรับหรือเลือกคนที่เหมาะสมกว่าก็สามารถทำได้ เพราะถ้าเดินหน้า หากเกิดปัญหาจนนำไปสู่ความเสียหายเกิดขึ้นใครจะรับผิดชอบ”
นายภคพงศ์ระบุด้วยว่า บอร์ดให้ความเห็นว่า ร่างสัญญาดังกล่าวทำไม ไม่เหมือนกับสัญญาของไทยที่เคลมค่าเสียหายได้แต่ระยะเวลาเท่านั้น ไม่มีเรื่องงบประมาณกำหนดเอาไว้ ซึ่งคณะกรรมการได้ชี้แจงว่าเป็นสัญญามาตรฐานสากลเพื่อให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ดังนั้นหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งปฏิบัติงานแล้วเกิดความเสียหาย ล่าช้าผู้รับจ้างก็สามารถที่จะเรียกร้องได้ แต่จะเป็นภาระของผู้รับจ้างที่จะต้องมาพิสูจน์ก่อนที่จะเจรจาต่อรองกันต่อไป
“ได้มีการนำไประบุไว้ในเอกสารประกวดราคาว่าขอตัดช่วงระบุว่าสามารถเรียกร้องค่าเสียหายดังกล่าวออกไปจากกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ให้ผู้รับจ้างได้ ที่สำคัญขณะนั้นอยู่ระหว่างการตรวจร่างเอกสารประกวดราคาของ อสส. หลังจากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนการประกวดราคาจนได้ตัวผู้รับจ้าง ซึ่งสอดคล้องกับกรณีที่อสส.ตรวจร่างสัญญาเสร็จพอดี”
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,319 วันที่ 3 - 6 ธันวาคม พ.ศ. 2560






