
ผ่าขุมทรัพย์‘อปท.’ เงินฝากสะสมเฉียด 3 แสนล้าน
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ มีแนวคิดจะนำเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่มีงบประมาณ 2 แสนล้านบาท นำมาจ้างงาน ส่งเสริมให้เกิดวิสาหกิจชุมชน และการท่องเที่ยวระดับชุมชน เพื่อให้เกิดการจ้างงานและมีเม็ดเงินหมุนเวียนสู่ระดับท้องถิ่น โดยให้ อปท.เป็นหน่วยงานหลักในการเสนอโครงการที่ดีๆ เข้ามา
[caption id="attachment_179840" align="aligncenter" width="503"]
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี[/caption]
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า กรมบัญชีกลางได้ตรวจสอบบัญชีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พบว่า ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2554-2559 อปท.มีรายได้สูงกว่าค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เงินสะสมของอปท.เพิ่มขึ้นทุกปี ปัจจุบัน อปท.มีเงินสะสม 384,544 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นเงินสะสมของกทม. 25,810 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรูปของเงินสดฝากธนาคาร และเงินฝากประจำ ประมาณ 292,827 ล้านบาท ซึ่งเงินฝากจำนวนนี้หักภาระหนี้สินทั้งหมดแล้ว กระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทยจะหารือร่วมกัน เพื่อกำหนดแนวทางการบริหารเงินฝากให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อชุมชนและประชาชนในทองถิ่น
ค่าใช้จ่ายของอปท. ไม่รวมกทม. ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร 27% ของค่าใช้จ่ายรวม และรายจ่ายค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง 20% ของค่าใช้จ่ายรวม ค่าใช้จ่ายรวม 522,258.04 ล้านบาท ส่งผลให้รายได้สูงกว่าค่าใช้จ่าย 57,676.40 ล้านบาท
ในแต่ละปีรัฐบาลต้องตั้งงบประมาณเพื่อเป็นเงินอุดหนุนในกับท้องถิ่นปีละกว่า 2 แสนล้านบาท โดยปี 2557 ตั้งงบอุดหนุน อปท. 215,024.84 ล้านบาท ปี 2558 จำนวน 257,930.08 ล้านบาท ปี 2559 จำนวน 246,226.97 ล้านบาท
ปี 2558 รายได้รวม 579,934.44 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายรวม 522,258.04 ล้านบาท รายได้สูงกว่าค่าใช้จ่าย 57,676.40 ล้านบาท ปี 2559 รายได้รวม 570,847.50 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายรวม 514,376.77 ล้านบาท รายได้สูงกว่าค่าใช้จ่าย 56,470.73 ล้านบาท
การที่ค่าใช้จ่ายของอปท.น้อยกว่ารายรับที่ได้รับทุกปี ทำให้เงินถูกเก็บสะสมไว้ ไม่ได้กระจายสู่ระบบเศรษฐกิจ ดังนั้นเพื่อให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืนทางเศรษฐกิจระดับท้องถิ่น กระทรวงการคลังมีความเห็นว่า อปท.ควรเพิ่มรายจ่ายด้านการลงทุนสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐาน หรือรายจ่ายเกี่ยวกับส่งเสริมอาชีพในชุมชน เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนในท้องถิ่นและทำให้เกิดความเข้มแข็งของการขยายตัวเศรษฐกิจระดับภูมิภาคในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบบัญชีของกรมบัญชีกลางพบว่า อปท.ส่วนใหญ่นำรายได้ไปลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ ส่วนใหญ่เป็นก่อสร้างอาคารมากที่สุด รองลงมาได้แก่ การซื้อที่ดิน ส่วนการก่อสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เช่น ถนน สะพาน อ่างเก็บนํ้า มีน้อยมาก
สะท้อนจากข้อมูลทรัพย์สินของอปท. ณ ปีงบ ประมาณ 2559 มีสินทรัพย์ที่เป็นอาคาร 155,645.60 ล้านบาท ที่ดิน 37,017.53 ล้านบาท ถนน 5,433.95 ล้านบาท สนามกีฬา 2,040.56 ล้านบาท บ้านพัก 1,954.02 ล้านบาท รั้ว 1,469.60 ล้านบาท บ่อนํ้า 1,353.52 ล้านบาท อ่างเก็บนํ้า 805.34 ล้านบาท สระว่ายนํ้า 224.49 ล้านบาท สนามเด็กเล่น 201.48 ล้านบาท
ส่วนการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่จะนำไปซื้อยานพาหนะและขนส่ง 104,458.17 ล้านบาท ครุภัณฑ์ สำนักงาน 40,918.54 ล้านบาท คอมพิวเตอร์ 7,645.42 ล้านบาท ครุภัณฑ์โฆษณาและเผยแพร่ 7,045.12 ล้านบาท ครุภัณฑ์ไฟฟ้าและวิทยุ 7,006.74 ล้านบาท ครุภัณฑ์การศึกษา 6,771.61 ล้านบาท
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,318
วันที่ 30 พฤศจิกายน - 2 ธันวาคม พ.ศ. 2560
[caption id="attachment_179840" align="aligncenter" width="503"]
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า กรมบัญชีกลางได้ตรวจสอบบัญชีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พบว่า ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2554-2559 อปท.มีรายได้สูงกว่าค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เงินสะสมของอปท.เพิ่มขึ้นทุกปี ปัจจุบัน อปท.มีเงินสะสม 384,544 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นเงินสะสมของกทม. 25,810 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรูปของเงินสดฝากธนาคาร และเงินฝากประจำ ประมาณ 292,827 ล้านบาท ซึ่งเงินฝากจำนวนนี้หักภาระหนี้สินทั้งหมดแล้ว กระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทยจะหารือร่วมกัน เพื่อกำหนดแนวทางการบริหารเงินฝากให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อชุมชนและประชาชนในทองถิ่น
ค่าใช้จ่ายของอปท. ไม่รวมกทม. ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร 27% ของค่าใช้จ่ายรวม และรายจ่ายค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง 20% ของค่าใช้จ่ายรวม ค่าใช้จ่ายรวม 522,258.04 ล้านบาท ส่งผลให้รายได้สูงกว่าค่าใช้จ่าย 57,676.40 ล้านบาท
ในแต่ละปีรัฐบาลต้องตั้งงบประมาณเพื่อเป็นเงินอุดหนุนในกับท้องถิ่นปีละกว่า 2 แสนล้านบาท โดยปี 2557 ตั้งงบอุดหนุน อปท. 215,024.84 ล้านบาท ปี 2558 จำนวน 257,930.08 ล้านบาท ปี 2559 จำนวน 246,226.97 ล้านบาท
ปี 2558 รายได้รวม 579,934.44 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายรวม 522,258.04 ล้านบาท รายได้สูงกว่าค่าใช้จ่าย 57,676.40 ล้านบาท ปี 2559 รายได้รวม 570,847.50 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายรวม 514,376.77 ล้านบาท รายได้สูงกว่าค่าใช้จ่าย 56,470.73 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบบัญชีของกรมบัญชีกลางพบว่า อปท.ส่วนใหญ่นำรายได้ไปลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ ส่วนใหญ่เป็นก่อสร้างอาคารมากที่สุด รองลงมาได้แก่ การซื้อที่ดิน ส่วนการก่อสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เช่น ถนน สะพาน อ่างเก็บนํ้า มีน้อยมาก
สะท้อนจากข้อมูลทรัพย์สินของอปท. ณ ปีงบ ประมาณ 2559 มีสินทรัพย์ที่เป็นอาคาร 155,645.60 ล้านบาท ที่ดิน 37,017.53 ล้านบาท ถนน 5,433.95 ล้านบาท สนามกีฬา 2,040.56 ล้านบาท บ้านพัก 1,954.02 ล้านบาท รั้ว 1,469.60 ล้านบาท บ่อนํ้า 1,353.52 ล้านบาท อ่างเก็บนํ้า 805.34 ล้านบาท สระว่ายนํ้า 224.49 ล้านบาท สนามเด็กเล่น 201.48 ล้านบาท
ส่วนการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่จะนำไปซื้อยานพาหนะและขนส่ง 104,458.17 ล้านบาท ครุภัณฑ์ สำนักงาน 40,918.54 ล้านบาท คอมพิวเตอร์ 7,645.42 ล้านบาท ครุภัณฑ์โฆษณาและเผยแพร่ 7,045.12 ล้านบาท ครุภัณฑ์ไฟฟ้าและวิทยุ 7,006.74 ล้านบาท ครุภัณฑ์การศึกษา 6,771.61 ล้านบาท
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,318
วันที่ 30 พฤศจิกายน - 2 ธันวาคม พ.ศ. 2560






