thansettakij
thansettakij
รัฐทุ่ม4 พันล.พัฒนาระบบอำนวยความสะดวกคนทำธุรกิจ

รัฐทุ่ม4 พันล.พัฒนาระบบอำนวยความสะดวกคนทำธุรกิจ

10 ต.ค. 60 | 12:27 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ต.ค. 60 | 19:27 น.
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า วันนี้ (10 ตุลาคม 2560 ) มีมติเห็นชอบข้อเสนอการพัฒนาระบบอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจแบบครบวงจร (Doing Business Portal) เพื่อรองรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ภายใต้กรอบวงเงิน 4,000 ล้านบาท

โดยการพัฒนาระบบดังกล่าวมีจุดประสงค์ เพื่อเชื่อมโยงกระบวนการให้บริการของหน่วยงานภาครัฐ  ตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ ดำเนินธุรกิจ จนถึงเลิกกิจการ โดยมีขอบเขตการดำเนินงานครอบคลุม 4 ส่วน ได้แก่ 1.การพัฒนาแพลตฟอร์มกลางในการขออนุมัติอนุญาต 2. การพัฒนาระบบกลางในการยืนยันตัวตนออนไลน์ 3. การพัฒนาแพลตฟอร์มกลางเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้าระหว่างประเทศ และ 4. การเชื่อมโยงระบบการทำงานภาครัฐเชิงรุอย่างไรก็ตาม แบ่งการดำเนินงานเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1ภายในปีงบประมาณ 2561 เป็นการวางแผนและพัฒนาระบบนำร่อง ระยะที่ 2 ภายในปีงบประมาณ 2562 เริ่มขยายผลให้ครอบคลุมบริการสำคัญ และระยะที่ 3ภายในปีงบประมาณ 2563 จะขยายผลไปสู่งานบริการอื่น ๆและเชื่อมโยงระบบกับภาคเอกชนต่อไป

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังพิจารณาแล้วไม่ขัดข้องในหลักการตามข้อเสนอ เนื่องจากการจัดทำ Doing Business Potal ไว้ที่จุดเดียวจะเป็นการเชื่อมต่อระบบระหว่างข้อมูลทางศุลกากร (National Single Window ) และการชำระภาษีของกรมสรรพากร ซึ่งจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการประกอบธุรกิจและเพิ่มอันดับในรายงาน Doing Business แต่ควรมีความชัดเจนในด้านการพัฒนาความปลอดภัยทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ดีควบคู่ไปด้วย เพื่อให้ภาคประชาชนเกิดความความมั่นใจในระบบดังกล่าว

kob

"เป็นการปฏิรูปกระบวนการอำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องประชาชน เพราะในอดีตการขออนุญาตเปิดร้านต้องขอใบอนุญาต 6 ใบ กรอกเอกสาร 310 ช่อง ต้องทำเอกสาร 98 ชุด ต้องใช้เงินเท่าไหร่ไม่รู้ แต่ขณะนี้มาที่ Business Portal ของเราที่เดียวสามารถกรอก อัพโหลดข้อมูลต่างๆ สามารถกระจายไปยังหน่วยงานต่างๆ" นายกอบศักดิ์ กล่าว

โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงาน ก.พ.ร., สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.), ธนาคารโลก และกระทรวงการคลัง ในการจัดทำข้อเสนอแนวทางการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการประกอบธุรกิจในประเทศไทย โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากทางธนาคารโลกมาเป็นให้ข้อเสนอแนะในการยกระดับการให้บริการด้วยระบบดิจิทัลให้เข้ากับยุค 4.0 ตามเกณฑ์ประเมินของธนาคารโลก

ทั้งนี้ได้กำหนดเป้าหมายที่จะดำเนินการใน 4 หมวด ได้แก่ 1.License Digitization & Analytics พัฒนาแพลตฟอร์มกลางเพื่อขออนุมัติอนุญาตทุกประเภทออนไลน์ โดยปีงบ 61 จะนำร่อง 50 บริการ/ใบอนุญาต และขยายเป็น 100 บริการ/ใบอนุญาต ในปีงบ 62 และ 150 บริการ/ใบอนุญาต ในปีงบ 62 2.Digital Authentication ระบบยืนยันตัวตนแบบออนไลน์ นำร่องให้บริการร่วมกับสถาบันการเงิน 3.Trade Digitization ระบบกลางเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้าระหว่างประเทศ 4.Digitization Commando บุกสำรวจและเชื่อมโยงระบบการทำงานของหน่วยงานต่างๆ ให้ครอบคลุม 300 บริการ/ใบอนุญาต

จากการสำรวจของสำนักงาน ก.พ.ร.พบว่าประเทศไทยมีกระบวนการอนุญาตรวม 6,636 กระบวนการ มีคู่มือกว่า 682,000 คู่มือ หลังการปฏิรูปครั้งนี้จะเหลือเฉพาะคู่มือกลาง และจะคัดเลือกให้เหลือประมาณ 400 กระบวนการ ซึ่งมีความสำคัญต่อการจัดอันดับของธนาคารโลก, มีความเกี่ยวข้องกับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย, มีการทำธุรกรรมมากกว่า 1.2 แสนครั้ง/ปี หลังจากนั้นจะคัดเลือกอีกครั้งให้เหลือราว 300 กระบวนการ ซึ่งจะสอดรับกับการปฏิรูปด้านกฎหมายที่จะพิจารณาตัดทอนขั้นตอนที่ไม่จำเป็นออกไป เพื่อลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจของประชาชน

นายกอบศักดิ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันประชาชนสามารถใช้บริการขออนุญาต 21 บริการ ได้แก่ การจัดตั้งธุรกิจ, การขึ้นทะเบียนนายจ้าง, การขึ้นทะเบียนลูกจ้าง, การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม, การขอติดตั้งสาธารณูปโภค, การขออนุญาตประกอบธุรกิจร้านอาหาร, การขออนุญาตค้าปลีก เป็นต้น

ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว-9-1
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • politics