
นายกฯพอใจขีดความสามารถการแข่งขันไทยดีขึ้น 2 อันดับ
นายกฯ พอใจอันดับขีดความสามารถไทยปรับสูงขึ้น 2 อันดับจากปีที่แล้ว สะท้อนให้เห็นรัฐบาลเดินมาถูกทาง เชื่อนักลงทุนมั่นใจ ดันเศรษฐกิจโตเกิน 3.5%
[caption id="attachment_214343" align="aligncenter" width="503"]
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด[/caption]
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับทราบรายงานผลดัชนีความสามารถทางการแข่งขันระดับโลก (Global Competitiveness Index :GCI)ประจำปี 2560 โดย World Economic Forum หรือ ดับบลิวอีเอฟ และพอใจที่อันดับขีดความสามารถของไทยปรับขึ้นจากอันดับที่ 34 เมื่อปีที่แล้ว เป็นอันดับที่ 32 ในปีนี้ โดยระบุว่า ผลสำเร็จที่เกิดขึ้นสะท้อนว่ารัฐบาลเดินมาถูกทางแล้วและเชื่อว่าสิ่งนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติ
“การขยับขึ้นแต่ละอันดับไม่ใช่เรื่องง่าย และเป็นสิ่งที่ท้าทายความสามารถของทุกภาคส่วน โดยในช่วง 2-3ปีที่ผ่านมารัฐบาลพยายามอย่างยิ่งยวดในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทุกด้าน โดยเฉพาะการคมนาคมขนส่งและระบบอินเทอร์เน็ต รวมทั้งการพัฒนาศักยภาพคนเพื่อรองรับการก้าวไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ทำให้อันดับขีดความสามารถหลายด้านปรับดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด เช่น สัดส่วนการเป็นสมาชิกโทรศัพท์เคลื่อนที่จากอันดับที่ 55 ในปีที่แล้ว เป็นอันดับที่ 5 ในปีนี้ และการเข้าศึกษาในระดับมัธยม จากอันดับที่ 84 เป็นอันดับที่ 8 ส่วนการพัฒนาด้านนวัตกรรมและความพร้อมทางเทคโนโลยี ก็ได้รับการจัดอันดับที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญด้วย”
นายกรัฐมนตรียังกล่าวอีกว่าประเด็นทางด้านการเงินและการตลาดของไทยก็ได้รับการยอมรับในระดับสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก เช่น การจัดหาเงินทุนผ่านทางตลาดทุนในประเทศ ความพร้อมของบริการทางการเงิน ความแข็งแกร่งของระบบธนาคารความเพียงพอของทุนร่วมเสี่ยง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่รัฐบาลจะต้องพัฒนาให้ดีขึ้นไปอีกและกำลังดำเนินการอยู่คือการสร้างเสถียรภาพทางการเมืองการพัฒนากฎหมายการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาและการกระจายความเจริญด้านเทคโนโลยีไปยังพื้นที่ภูมิภาคทั่วประเทศ
“นายกฯ เน้นย้ำว่า นอกจากสิ่งที่รัฐบาลและความร่วมมือของทุกส่วนจะเป็นปัจจัยหนึ่งของความสำเร็จแล้ว ความสม่ำเสมอของการส่งข้อมูลความก้าวหน้าในเรื่องต่าง ๆ ของประเทศไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น องค์การการค้าโลก(WTO)กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF)ฯลฯก็เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญจึงฝากกำชับหน่วยงานที่รับผิดชอบไว้ด้วย
ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าดัชนีความสามารถทางการแข่งขันนี้มีความเชื่อมโยงกับแนวโน้มการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยแม้ว่าข้อมูลส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องนักธุรกิจหรือผู้ประกอบการแต่รัฐบาลยืนยันว่าจะไม่ทอดทิ้งพี่น้องเกษตรกรแลผู้มีรายได้น้อยและเมื่อประเมินจากตัวเลขการส่งออกและการบริโภคภายในประเทศแล้วคาดว่าเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวได้มากกว่าที่ธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย หรือเอดีบี คาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 3.5”
[caption id="attachment_214343" align="aligncenter" width="503"]
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับทราบรายงานผลดัชนีความสามารถทางการแข่งขันระดับโลก (Global Competitiveness Index :GCI)ประจำปี 2560 โดย World Economic Forum หรือ ดับบลิวอีเอฟ และพอใจที่อันดับขีดความสามารถของไทยปรับขึ้นจากอันดับที่ 34 เมื่อปีที่แล้ว เป็นอันดับที่ 32 ในปีนี้ โดยระบุว่า ผลสำเร็จที่เกิดขึ้นสะท้อนว่ารัฐบาลเดินมาถูกทางแล้วและเชื่อว่าสิ่งนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติ
“การขยับขึ้นแต่ละอันดับไม่ใช่เรื่องง่าย และเป็นสิ่งที่ท้าทายความสามารถของทุกภาคส่วน โดยในช่วง 2-3ปีที่ผ่านมารัฐบาลพยายามอย่างยิ่งยวดในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทุกด้าน โดยเฉพาะการคมนาคมขนส่งและระบบอินเทอร์เน็ต รวมทั้งการพัฒนาศักยภาพคนเพื่อรองรับการก้าวไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ทำให้อันดับขีดความสามารถหลายด้านปรับดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด เช่น สัดส่วนการเป็นสมาชิกโทรศัพท์เคลื่อนที่จากอันดับที่ 55 ในปีที่แล้ว เป็นอันดับที่ 5 ในปีนี้ และการเข้าศึกษาในระดับมัธยม จากอันดับที่ 84 เป็นอันดับที่ 8 ส่วนการพัฒนาด้านนวัตกรรมและความพร้อมทางเทคโนโลยี ก็ได้รับการจัดอันดับที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญด้วย”
“นายกฯ เน้นย้ำว่า นอกจากสิ่งที่รัฐบาลและความร่วมมือของทุกส่วนจะเป็นปัจจัยหนึ่งของความสำเร็จแล้ว ความสม่ำเสมอของการส่งข้อมูลความก้าวหน้าในเรื่องต่าง ๆ ของประเทศไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น องค์การการค้าโลก(WTO)กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF)ฯลฯก็เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญจึงฝากกำชับหน่วยงานที่รับผิดชอบไว้ด้วย
ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าดัชนีความสามารถทางการแข่งขันนี้มีความเชื่อมโยงกับแนวโน้มการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยแม้ว่าข้อมูลส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องนักธุรกิจหรือผู้ประกอบการแต่รัฐบาลยืนยันว่าจะไม่ทอดทิ้งพี่น้องเกษตรกรแลผู้มีรายได้น้อยและเมื่อประเมินจากตัวเลขการส่งออกและการบริโภคภายในประเทศแล้วคาดว่าเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวได้มากกว่าที่ธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย หรือเอดีบี คาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 3.5”






