svasdssvasds

วิพากษ์‘ยิ่งลักษณ์’ปิดคดีข้าว หวังผลคะแนนนิยมการเมือง?

06 ส.ค. 2560 เวลา 2:30 น. 189
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เข้าแถลงปิดคดีด้วยวาจา “คดีจำนำข้าว” ที่ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ส่งให้อัยการสูงสุดฟ้องร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในข้อหาละเว้นปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ ปล่อยปละละเลยให้มีการดำเนินโครงการจนก่อให้เกิดความเสียหาย ทั้งในแง่งบประมาณแผ่นดิน และก่อให้เกิดทุจริตทุกขั้นตอน โดยมีการรับทราบ แต่ไม่ระงับยับยั้งความเสียหายนั้น

อดีตนายกรัฐมตรีได้หยิบยกประเด็นขึ้นแถลงต่อศาล 6 ประเด็น เพื่อตอกยํ้าให้ศาลเห็น ตั้งแต่ถูกดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรมและไม่ชอบด้วยกฎหมาย นโยบายจำนำข้าวเป็นนโยบายสาธารณะที่เป็นประโยชน์ และดำเนินการตามกฎหมาย ไม่ได้เพิกเฉย ละเลย และไม่มีอำนาจระงับยับยั้งโครงการตามอำเภอใจ กระบวนการ ขั้นตอน และวิธีการบริหารนโยบายรับจำนำข้าวเป็นไปตามรัฐธรรมนูญกฎหมาย ระเบียบ และมติคณะรัฐมนตรีการไม่ระงับยับยั้งโครงการเนื่องจากโครงการมีประโยชน์ ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายตามคำฟ้อง ไม่ได้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลใดหรือโดยทุจริต ตามมาตรา 157 ประมวลกฎหมายอาญา หรือ มาตรา 123/1 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และไม่ได้ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในการระบายข้าว

การแถลงครั้งนี้ ยังมี“วาทกรรม” สำคัญและโดดเด่นที่มีการหยิบยกขึ้นมาขยายวง ขยายผลหลังการแถลงปิดคดี เช่น เป็นเหยื่อของเกมการเมืองที่ลึกซึ้ง นโยบายจำนำข้าวมุ่งช่วยเหลือชาวนา ไม่ใช่พาณิชย์นโยบาย ดิฉันไม่ได้ทำอะไรผิด และขอยืนยันในความบริสุทธิ์ พร้อมกับยืนยันมีการติดตามตรวจสอบตามระเบียบของการบริหารราชการแผ่นดินอันเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี จึงไม่สามารถที่จะยกเลิก และเปลี่ยนแปลงได้ตามอำเภอใจ ในลักษณะที่นึกจะทำก็ทำหรือนึกจะเลิกก็เลิก เพราะที่มาของโครงการมีกระบวนการตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายผูกพันให้ต้องปฏิบัติ

[caption id="attachment_190257" align="aligncenter" width="503"] คมสัน โพธิ์คง รองคณบดีฝ่ายวิชาการ และอาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต คมสัน โพธิ์คง รองคณบดีฝ่ายวิชาการ และอาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต[/caption]

การแถลงปิดคดีจำนำข้าวด้วยวาจาของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ทำให้มีเสียงสะท้อนและวิพากษ์วิจารณ์ตามมา
นายคมสัน โพธิ์คง รองคณบดีฝ่ายวิชาการ และอาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้ความเห็นกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า นางสาวยิ่งลักษณ์แถลงหรือโต้แย้งหลักฐานของ ป.ป.ช.ค่อนข้างยกหลักฐานมาอ้างลอยเกินไป เช่น กรณีที่ยกว่ามีการนำเสนอหลักฐานการสอบสวนเป็นหลัก นางสาวยิ่งลักษณ์ลืมไปว่าระบบศาลเป็นระบบไต่สวน ไม่ใช่ระบบกล่าวหา เพราะฉะนั้นข้อเท็จจริงศาลสามารถแสวงหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้ แม้จะอยู่ในชั้นพิจารณาของศาลก็ตาม

รวมทั้งที่พูดถึงทีดีอาร์ไอก็เป็นข้อทักท้วงที่เกิดขึ้นก่อนมาแล้ว นางสาวยิ่งลักษณ์ยืนยันว่าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงนโยบายได้ ทั้งที่นโยบายมันทำให้เกิดความเสียหายก็ต้องทบทวนนโยบายใหม่ เพราะเขาไม่ได้เสนอถึงขั้นบอกว่าจะจำนำข้าวไม่ได้ แต่กลับยืนยัน และเรื่องการรับผิดชอบในฐานะนายกรัฐมนตรี การที่เป็นหัวหน้ารัฐบาล จะเปลี่ยนแปลงนโยบายต่อรัฐสภาไม่ได้หรือ เพราะเป็นการบริหารของคณะรัฐมนตรี จึงเห็นว่าคำแถลงปิดคดีของนางสาวยิ่งลักษณ์เป็นการตอบแบบลอยๆ ไม่เคลียร์ ไม่สามารถชี้ให้ชัดๆ ว่ามีปัญหาอะไร

ส่วนการแถลงในลักษณะอย่างนี้เป็นการหวังผลในทางการเมืองหรือไม่ นายคมสัน ระบุว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องเขียนชี้แจงต่อศาล ซึ่งก็เขียนได้หมด จะหวังผลก็ได้ แต่ดูแล้วการใช้สำนวนโวหารที่ยาวถึง 19 หน้า ถามว่าชาวบ้านจะอ่านจบไหม ไม่มีทางอ่านหมด ก็คงมีวาทกรรมเพียงไม่กี่คำเวลาไปหาเสียง กลั่นแกล้งโดยนั้นโดยนี้ ตุลาการภิวัฒน์บ้าง จะออกไปลักษณะอย่างนั้น เพราะฉะนั้นการแถลงที่หวังผลทางการเมืองจะทำให้เกิดผลน้อย เพราะชาวบ้านไม่ได้อ่าน ส่วนชาวบ้านที่เชื่อก็ไม่ได้เชื่อจากคำแถลงนี้ ดูง่ายๆ จากรัฐธรรมนูญ ไม่ได้อ่านสักคนแต่ก็รับตั้งเยอะ

“หากดูจากรูปการณ์ ประเมิน ติดตามข้อมูล การสืบพยาน และจากการแถลงของ ป.ป.ช. มีนํ้าหนักมากกว่าคุณยิ่งลักษณ์ ขณะที่การชี้แจงของนางสาวยิ่งลักษณ์มันเบามาก ผมจึงมองว่ารอดยาก ค่อนข้างลำบาก ทางออกก็ต้องรออุทธรณ์ เพราะคดีจำนำข้าวความเสียหายมันสูงมาก และเป็นความเสียหายที่เป็นความจริง มีพยานหลักฐาน มีการท้วงติงก่อนหน้าแล้วว่ามีปัญหา ข้อสำคัญคือมันดันมีหลักฐานเรื่องข้าวสูญหาย มีการทุจริตหลายเรื่องที่จะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นในความเห็นส่วนตัว ผมจึงเห็นว่ายากมากที่จะรอด เพราะการที่ยิ่งลักษณ์แถลงปิดคดีก็เป็นการพิสูจน์ลอยๆ ทำให้มันลอยทุกเรื่อง ผมเข้าใจว่าคดีจำนำข้าวค่อนข้างยาก ใครเป็นทนายให้คุณยิ่งลักษณ์ เก่งจริงก็ลำบาก นํ้าตาก็ช่วยได้แค่ร้องไห้ต่อไป แต่ในทางกฎหมายมันลำบากมาก ช่วยเรียกร้องความเห็นใจก็ได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น”

ด้านนายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ชี้ว่าการแถลงปิดคดีจำนำข้าวของนางสาวยิ่งลักษณ์ แทนที่จะสรุปรวบยอดหลักฐานและเหตุผลมาแสดงให้ปรากฏต่อศาล ว่าตนเองได้ปฏิบัติหรือไม่ละเว้นการปฏิบัติอย่างถูกต้องชอบธรรมอย่างไร กลับกลายเป็นว่า

เป็นการออดอ้อนทางการเมืองต่อสาธารณะที่มุ่งต่อฐานคะแนนเสียงว่า “เป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง...เกิดในต่างจังหวัด ...เห็นความทุกข์ยากของชาวนา...ดิฉันไม่ได้ทำผิดอะไร...”

และปัดความรับผิดชอบไปสู่หน่วยงานและบุคคลอื่น ทั้งๆ ที่ตนเป็นทั้งนายกรัฐมนตรีและเป็นประธานกรรมการนโยบายข้าวมีอำนาจสูงสุดที่มีหน้าที่กำกับ และยับยั้งได้โดยตรง

[caption id="attachment_190256" align="aligncenter" width="503"] ประพันธุ์ คูณมี ประพันธุ์ คูณมี[/caption]

++ไม่มีสาระแก่การพิจารณาคดี
นายประพันธุ์ คูณมี ทนายความชื่อดัง อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ให้ความเห็นต่อการแถลงการณ์ด้วยวาจาของ นางสาวยิ่ง ลักษณ์ โดยชี้ใน 9 ประเด็น ดังนี้

1.เป็นการอ่านเอกสารคำแถลงที่ทนายความหรือทีมงานร่างให้เป็นหนังสือ มิใช่การแถลงด้วยวาจาแต่อย่างใด

2.ผู้แถลงมีเจตนาและเป้าหมายแถลงต่อประชาชนที่เป็นฐานคะแนนนิยมทางการเมืองของตน มากกว่าประสงค์แถลงต่อศาลเพื่อเสนอข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายว่า คดีนี้จำเลยควรชนะคดี ศาลควรพิพากษายกฟ้องโจทก์ ด้วยเหตุผลอย่างไร

3.คำแถลงเป็นไปในลักษณะออดอ้อน โอดครวญ ค่อนแคะแขวะคนอื่นโดยเฉพาะกับ ป.ป.ช., คสช. และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมากกว่าการแถลงปิดคดี ถือเป็นการแถลงที่ไม่เหมาะสม พาดพิงบุคคลภายนอกโดยไม่เป็นธรรมและน่ารังเกียจ

4.มีลักษณะหมิ่นเหม่ต่อการหมิ่นหรือละเมิดศาล โดยเฉพาะการแถลงลักษณะอบรมสอนศาลให้ตัดสินคดีให้เป็นประโยชน์กับตน อย่าฟังคำสั่ง คสช. ส่อพฤติกรรมที่ไม่เคารพศาลและกระบวนการยุติธรรม

5.อ้างแต่ว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรม จาก ป.ป.ช. จากการดำเนินการของรัฐในการเรียกให้รับผิดต่อความเสียหาย นโยบายจำนำข้าวดีวิเศษ แต่ไม่มีข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายใดมาหักล้างหายนะที่เกิดขึ้นหลายแสนล้าน ยังดื้อรั้นยืนกระต่ายขาเดียวว่าตนไม่ผิด ยิ่งเจือสมว่าจำเลยปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตและก่อให้เกิดความเสียหายใหญ่หลวงแก่รัฐ

6.หลายเรื่องหลายประเด็นไม่เป็นความจริง เช่น อ้างว่านายกรัฐมนตรีไม่มีอำนาจยุติโครงการจำนำข้าวที่เสียหายและทุจริต หรืออ้างว่า ป.ป.ช. สตง.ไม่มีหน้าที่ขอให้ทบทวนยกเลิก สถาบันอื่นไม่เกี่ยวข้อง ทั้งๆ ที่ตนมีอำนาจตามกฎหมาย และหน่วยอิสระที่ตรวจสอบ มีหน้าที่เสนอต่อรัฐบาล

7.รัฐธรรมนูญไม่ได้ห้ามให้รัฐบาลเสนอนโยบายสาธารณะ เพื่อแก้ปัญหาแก่ประชาชน แต่ก็ไม่อนุญาตให้เสนอนโยบายที่ก่อความเสียหายแก่รัฐและประชาชน และการอ้างว่าการจำนำข้าวอย่างที่ตนทำ รัฐบาลอื่นก็ทำแบบนี้มา 30 ปีแล้ว ถือเป็นการแถลงเท็จ เพราะไม่เคยมีรัฐบาลไหนทำแบบจำเลย

8.คำแถลงด้วยวาจา นอกจากไม่มีอะไรใหม่จากที่เคยแถลงต่อสภา ซึ่งถูกสภานิติบัญญัติถอดถอนด้วยคะแนน 190:18 คงมีเพียงคำออดอ้อนรำพึงรำพัน ค่อนแคะแขวะคนอื่นเท่านั้นที่เป็นเรื่องใหม่ อันไม่เป็นสาระแก่การพิจารณาคดี

9.การใช้มวลชนมาเป็นกองเชียร์ หรือหลอกผู้หลักผู้ใหญ่ คนสำคัญให้มาเชียร์ตนโดยหวังผลทางคดีนั้น หลอกคนและทำได้เพียงครั้งเดียวในคดีซุกหุ้นเท่านั้น จะใช้มุกเดิมๆ อีกต่อไปคงไร้ผล มวลชนเข็ดและคนรู้ทันแล้ว

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,285 วันที่ 6 -9 สิงหาคม พ.ศ. 2560