svasdssvasds

"หมอวรงค์"โพสต์เฟสบุ๊ค"รู้ทันยิ่งลักษณ์ต่อคำแถลงปิดคดี"จำนำข้าว

02 ส.ค. 2560 เวลา 6:38 น. 151
วันนี้ (2 ส.ค. 2560) นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสเฟซบุ๊คส่วนตัวชื่อ  Warong Dechgitvigrom แสดงความเห็นเกี่ยวกับคดีทุจริตจำนำข้าวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ภายหลังอดีตนายกฯแถลงปิดคดีด้วยวาจา เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยนพ.วรงค์ ใช้หัวข้อในการแสดงความเห็นว่า  "รู้ทันยิ่งลักษณ์ต่อคำแถลงปิดคดี"โดยให้เหตุผลประกอบความเห็นแยกเป็นแต่ละหัวข้อดังนี้

ได้มีโอกาสฟังคำแถลงปิดคดี ของนางสาวยิ่งลักษณ์ มีข้อสังเกต 10 ประเด็นที่ประชาชนต้องตามให้ทัน

1.กล่าวหาว่าอัยการมีการเพิ่มเอกสาร 60000 แผ่นเข้ามาในสำนวน

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ยิ่งลักษณ์เคยกล่าวหาวนเวียนตลอด รวมทั้งเคยร้องต่อศาลและศาลก็ยกคำร้อง เพราะคดีในศาลนักการเมืองนั้นใช้ระบบไต่สวน ศาลท่านต้องแสวงหาข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน โดยให้โอกาสทั้งสองฝ่าย

2.ตำหนิการจัดเกรดข้าว A B C ว่าไม่เคยมีการจัดมาก่อน

การที่ในอดีตไม่มีการจัดเกรดข้าวในคลัง เพราะข้าวทุกกระสอบต้องเป็นข้าวคุณภาพดีทั้งหมด แต่จากการตรวจสอบคลัง พบว่าข้าว 17.76 ล้านตัน มีข้าวที่ดีตรงตามมาตรฐาน 2.2 ล้านตัน อีก 15.56ล้านตัน มีข้าวทั้งผิดชนิด ปลอมปน ต่ำกว่ามาตรฐาน ข้าวเสื่อม ไปจนถึงมีเชื้อรา รวมแล้วเป็นข้าวที่หลากหลายมาก จึงจำเป็นต้องแบ่งเกรดA B Cเพื่อการระบาย ถ้าไม่มีทุจริตยัดไว้ในกองข้าว ก็ไม่ต้องแบ่งเกรด

3. มีการนำข้าวดีไปประมูลขายเป็นอาหารสัตว์

ในสมัยยิ่งลักษณ์ใช้หลักประมูลแบบยกคลัง ถ้ามีการยัดใส้ข้าวก็ถือว่าลบล้างความผิด เพราะประมูลเหมาไปแล้ว ซึ่งเป็นที่รับรู้กัน แต่จากการตรวจคลัง มีการโกงยัดใส้ข้าวหลากหลายมากจึงแบ่งเกรดประมูล โดยแรกๆคัดข้าวดีประมูล ทำๆไปมีปัญหา และแยกยากลำบาก เพราะแม้กองข้าวที่คิดว่าดีก็ยังมียัดใส้ ระยะหลังจึงขายยกคลังแต่แบ่งเป็นA B C การที่อ้างว่าเอาข้าวดีไปขายอาหารสัตว์นั้น มีเจตนาสร้างวาทกรรมบิดเบือนให้คนเข้าใจผิดว่า เป็นข้าวดีทั้งคลังแต่ไปขายเป็นอาหารสัตว์ แต่ในความเป็นจริงข้าวเกรด C เป็นเรื่องปกติที่ต้องมีข้าวดีปะปนบ้าง เพราะไม่สามารถแยกได้

4. ประเด็นความรับผิดทางละเมิดที่อ้างหัวหน้าคสช.ได้สั่งการว่า “โดยไม่ต้องพิจารณาประเด็นยุติธรรม”

เรื่องนี้ทางอัยการเคยหักล้างไปแล้ว โดยฟังเทปรายงานการประชุมแล้ว ไม่มีการพูดคำนั้น แต่มีการถอดเทปรายงานการประชุมผิดพลาดและรับรอง ประเด็นนี้ในที่ประชุมมีผู้หญิงสองคนพูด แต่หลักคือพูดทำนองว่า เรื่องคดีเรื่องความยุติธรรมมีคนทำหน้าที่ไปแล้ว คือ อัยการฟ้องไปแล้ว ส่วนคดีละเมิดคุณก็ดูของคุณไป (หมายถึงท่านจิระชัย)

5. ตำหนิรัฐบาลว่าเป็นตุลาการเสียเองด้วยการออกคำสั่งทางปกครองให้ใช้ค่าเสียหาย

เรื่องนี้มีการถกเถียงกันมากเช่นกัน ฝ่ายยิ่งลักษณ์อยากให้ร้องแพ่ง แต่รัฐบาลจะใช้พรบ.รับผิดทางละเมิด กลายเป็นว่าจำเลยจะขอเลือกใช้กฏหมายที่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง การใช้อำนาจเรื่องนี้ของรัฐบาลมีกฏหมายรองรับ และยิ่งลักษณ์ก็สามารถขอความเป็นธรรมต่อศาลปกครองได้ ซึ่งก็ได้ร้องศาลปกครองอยู่ด้วย รวมทั้งขอคุ้มครองชั่วคราว ครั้งแรกศาลไม่คุ้มครอง กรมบังคับคดีจึงได้อายัดบัญชี ยิ่งลักษณ์ก็ร้องศาลขอคุ้มครองอีก เพียงแต่รอศาลตัดสิน ที่ผ่านมากรมบังคับคดีทำถูกต้องแต่ยิ่งลักษณ์ขอโวยไว้ก่อน

6.อ้างว่าเป็นนโยบายที่ดี ต้องการช่วยชาวนา

ประเด็นช่วยชาวนานั้นไม่มีใครว่า เพราะทุกรัฐบาลก็ต้องช่วยชาวนา แต่ปัญหาคือความเสียหายรวมทั้งการทุจริต การกำหนดรับจำนำที่สูงมากๆ ทำให้ข้าวสารตกค้างขายไม่ได้ปริมาณร่วม 18 ล้านตัน ปริมาณดังกล่าวจึงหลอนตลาดทำให้ราคาข้าวตลาดในประเทศและต่างประเทศตกต่ำ เมื่อมีข่าวว่ารัฐระบายข้าวได้หมด ราคาข้าวจึงปรับสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ที่สำคัญเพราะมีการทุจริตจึงขาดสภาพคล่องเร็วกว่าที่คิด ไม่มีเงินจ่ายค่าข้าวชาวนา จึงเป็นครั้งแรกของประเทศที่ชาวนารวมตัวปิดถนน เข้ากรุงเทพฯมาทวงเงิน รวมทั้งเครียดค่าตัวตายมากที่สุด มีรายงานว่าณ.สิ้นมีนาคม 2559 ประเทศมีภาระดอกเบี้ยสูงถึงวันละ 36 ล้านบาทหรือปีละหมื่นกว่าล้านบาทจากจำนำข้าวของยิ่งลักษณ์

80600 7.อ้างว่า ไม่มีอำนาจระงับยับยั้งโครงการ

ให้เปรียบเทียบดูกับนโยนายอื่น คือเรื่องน้ำ และ ชะลอการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน ยิ่งลักษณ์และคณะรัฐมนตรียังยุติและไม่ดำเนินการตามนโยบายได้เลย ทั้งๆที่เป็นนโยบายเร่งด่วนและเป็นนโยบายที่เคยแถลงไว้ต่อสภาเหมือนกัน แล้วเหตุใดโครงการรับจำนำข้าวจึงมาบอกว่าไม่สามารถระงับยับยั้งได้
อีกทั้งยิ่งลักษณ์และ ครม. ก็เคยมีมติปรับลดราคารับจำนำลงมาจาก 15,000 บาท และแม้สุดท้ายได้กลับไปใช้ 15,000 บาทเท่าเดิมโดยไม่ได้ปรับลดเลยก็ตาม กรณีแสดงให้เห็นว่า นโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาไปแล้ว ย่อมดำเนินการปรับปรุงแก้ไขได้ตามความเหมาะสม

8.อ้างว่าไม่ได้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้เกิดความเสียหายหรือทุจริต

เรื่องนี้มีการเตือนและชี้ปัญหาความเสี่ยงต่างๆของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ก่อนเริ่มโครงการ ขณะเริ่มโครงการ และหลังจากที่ได้ดำเนินโครงการไปแล้ว โดย สตง., ปปช., ธกส., กระทรวงการคลัง, สำนักงบประมาณ ฯลฯ ได้นำบทเรียนต่างๆจากการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวในอดีตที่ผ่านมา และสภาพปัญหารวมทั้งแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแจ้งแก่ยิ่งลักษณ์และ ครม.โดยตรง โดยเตือนล่วงหน้าถึงขนาดว่าบริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด หรือบริษัท สยามอินดิก้าจำกัด มีส่วนในการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ให้พึงระวัง และที่หนักยิ่งขึ้นไปอีก คือการรับจำนำสูงเกินกว่าราคาท้องตลาดประมาณ 50 % และไม่จำกัดปริมาณและวงเงิน จะทำให้โครงการใช้เงินมากและขาดทุนสูง ส่งผลกระทบต่อภาระงบประมาณแผ่นดิน

9.ภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจจีทูจีในเดือนพฤศจิกายน 2555 ยิ่งลักษณ์อ้างว่าได้สั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เรื่องการทำสัญญาซื้อขายแบบจีทูจี เพื่อยืนยันว่าไม่ได้ละเลย

ในเมื่อนายบุญทรงตั้งปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานตรวจสอบ แล้วจะมีปลัดคนไหน จะกล้าตรวจสอบว่า รัฐมนตรีดำเนินการไม่ถูกต้อง ที่สำคัญประเด็นที่ฝ่ายค้านอภิปรายว่าเป็นจีทูจีเก้ คณะกรรมการตรวจสอบ ก็ไม่ได้ตรวจสอบในประเด็นที่ฝ่ายค้านกล่าวหานั่นคือ GSSG มีอำนาจลงนามซื้อข้าวจีทูจีจริงหรือไม่ เพราะเป็นบริษัทเครื่องกีฬาและเครื่องเขียน ข้าวนี้ถูกส่งออกไปยังประเทศจีนหรือไม่ และทำไมชำระด้วยแคชเชียร์เชคที่ซื้อโดยผู้ค้าข้าวในประเทศ รวมทั้งคนของสยามอินดิก้า แต่กรรมการตรวจสอบเพียงแค่ GSSG เป็นรัฐวิสาหกิจของจีนจริงเท่านั้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการสอบนั้นไม่ตรงประเด็น

10.ยิ่งลักษณ์อ้างว่า ได้เปลี่ยนตัวรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ เพื่อประโยชน์ต่อการตรวจสอบ และชี้ให้เห็นว่าไม่ได้ละเลยเรื่องจีทูจี

ประเด็นนี้ยิ่งลักษณ์พูดเพียงบางส่วน เพราะหลังฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจ คือ พฤศจิกายน 2555 ยิ่งลักษณ์ไม่ได้ดำเนินการเปลี่ยนรัฐมนตรีทันทีตามที่อ้าง แต่ปรับนายบุญทรงออกช่วงสิ้นเดือนมิถุนายน 2556 ยิ่งลักษณ์ยังปล่อยให้นายบุญทรงอยู่ต่ออีก 7เดือน เพื่อปฏิบัติภารกิจจีทูจีรอบสอง 14ล้านตันให้เสร็จก่อน เพราะมีการลงนามสัญญาสุดท้ายของจีทูจีรอบสอง ในเดือนมิถุนายน 2556 จึงค่อยปรับนายบุญทรงออก และให้นายนิวัฒน์ธำรงเข้ามา ซึ่งช่วงนายนิวัฒน์ธำรง มีการลงนามจีทูจีกับCOFCO ซึ่งเป็นจีทูจีจริง ที่สำคัญหลังอภิปรายเสร็จ ยิ่งลักษณ์ควรสั่งระงับการเบิกข้าวจากคลังและตรวจสอบให้ถูกต้องเสียก่อน แต่ไม่มีการระงับ ตรวจสอบก็ผิดประเด็น ที่สำคัญยังปล่อยให้มีจีทูจีรอบสองขึ้นอีก
คำแถลงของยิ่งลักษณ์จึงมีลักษณะ เหมือนต้องการแถลงให้คนบางกลุ่มฟัง สิ่งที่ตนเองต้องการสื่อสาร เพื่อประโยชน์บางอย่างเท่านั้นเอง