
นายกฯย้ำ เร่งจัดทำกฎหมายแล้วเสร็จปี 60
นายกฯ ย้ำ เร่งจัดทำกฎหมายแล้วเสร็จในปี 60 แนะคำนึงถึงผลกระทบผู้มีส่วนได้เสีย ด้าน คณะกก.ที่ปรึกษาปฏิรูปกฎหมาย ชง ร่างกฎหมายใหม่ 2 ฉบับ ให้ ปชช.เข้าถึง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (12 กรกฎาคม) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศ ครั้งที่ 2 /2560 ณ ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามที่ “คณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อกำกับการปฏิรูปกฎหมาย” เสนอให้ปรับปรุงหรือยกเลิกกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพ หรือการดำเนินธุรกิจ รวมถึงกฎหมายที่สร้างภาระโดยไม่จำเป็นต่อประชาชน โดยต้องตรวจสอบและติดตามกฎหมายให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์และการปฏิรูปประเทศ
พร้อมกันนี้ได้เสนอให้จัดทำกฎหมายใหม่ที่จำเป็น คือ จัดทำกฎหมายตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เช่น กฎหมายว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการให้ประชาชนเร่งรัดทวงถาม ฟ้องร้องให้รัฐปฏิบัติตามหน้าที่ของรัฐ (มาตรา 51) กฎหมายว่าด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นต่อโครงการหรือกิจกรรมของรัฐ (มาตรา 58) กฎหมายว่าด้วยการเปิดเผยข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะ (มาตรา 62) และกฎหมายว่าด้วยมาตรการและกลไกป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบ (มาตรา 63)
ส่วนที่สอง คือ ดำเนินการให้ประชาชนเข้าถึงกฎหมายได้โดยสะดวก โดยจัดทำร่างพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมาย พ.ศ. ... และจัดทำร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการบูรณาการระหว่างส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ... (One stop Service)
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า ควรเร่งรัดการจัดทำกฎหมายให้แล้วเสร็จภายในปี 2560 เพื่อ เสนอ สนช. อย่างไรก็ดี ให้คำนึงถึงผลกระทบของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การดำเนินการ และบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญตามมาตรา 77 ที่ต้องมีความชัดเจน และต้องสร้างการรับรู้ สร้างความเข้าใจกับประชาชนให้ทราบถึงปัญหาและการแก้ไขปัญหาโดยการออกกฎหมาย หรือการดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (12 กรกฎาคม) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศ ครั้งที่ 2 /2560 ณ ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามที่ “คณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อกำกับการปฏิรูปกฎหมาย” เสนอให้ปรับปรุงหรือยกเลิกกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพ หรือการดำเนินธุรกิจ รวมถึงกฎหมายที่สร้างภาระโดยไม่จำเป็นต่อประชาชน โดยต้องตรวจสอบและติดตามกฎหมายให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์และการปฏิรูปประเทศ
พร้อมกันนี้ได้เสนอให้จัดทำกฎหมายใหม่ที่จำเป็น คือ จัดทำกฎหมายตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เช่น กฎหมายว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการให้ประชาชนเร่งรัดทวงถาม ฟ้องร้องให้รัฐปฏิบัติตามหน้าที่ของรัฐ (มาตรา 51) กฎหมายว่าด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นต่อโครงการหรือกิจกรรมของรัฐ (มาตรา 58) กฎหมายว่าด้วยการเปิดเผยข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะ (มาตรา 62) และกฎหมายว่าด้วยมาตรการและกลไกป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบ (มาตรา 63)
ส่วนที่สอง คือ ดำเนินการให้ประชาชนเข้าถึงกฎหมายได้โดยสะดวก โดยจัดทำร่างพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมาย พ.ศ. ... และจัดทำร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการบูรณาการระหว่างส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ... (One stop Service)
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า ควรเร่งรัดการจัดทำกฎหมายให้แล้วเสร็จภายในปี 2560 เพื่อ เสนอ สนช. อย่างไรก็ดี ให้คำนึงถึงผลกระทบของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การดำเนินการ และบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญตามมาตรา 77 ที่ต้องมีความชัดเจน และต้องสร้างการรับรู้ สร้างความเข้าใจกับประชาชนให้ทราบถึงปัญหาและการแก้ไขปัญหาโดยการออกกฎหมาย หรือการดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชน






