thansettakij
thansettakij
กก.สร้างความปรองดองจัดเวที 4 จังหวัดแจงสาระร่างสัญญาประชาคม

กก.สร้างความปรองดองจัดเวที 4 จังหวัดแจงสาระร่างสัญญาประชาคม

12 ก.ค. 60 | 06:43 น.
อัปเดตล่าสุด :12 ก.ค. 60 | 13:43 น.
“ร่างสัญญาประชาคม” ได้ข้อสรุป "คณะกก.สร้างความปรองดอง" เตรียมจัดเวที 4 จังหวัด "กทม.-โคราช-พิษณุโลก-นครศรีธรรมราช" แจงสาระสำคัญ 17-20 ก.ค.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (12 กรกฎาคม) พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการจัดทำร่างสัญญาประชาคมว่า ขณะนี้ได้ปรับความเหมาะสมของเนื้อหาร่างสัญญาประชาคมตามคำแนะนำของ “คณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง” เรียบร้อยแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างประสานความพร้อมเพื่อเตรียมชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนในภูมิภาคต่างๆระหว่างวันที่ 17 - 20 กรกฎาคมนี้ ในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร นครราชสีมา พิษณุโลก และนครศรีธรรมราช ตามลำดับ

สำหรับการจัดทำ ร่างสัญญาประชาคม ฉบับนี้ได้ดึงความเห็นร่วมที่สอดคล้องและตรงกันของประชาชนในประเด็นการสร้างความสามัคคีปรองดอง จากเวทีการรับฟังทั่วประเทศที่ผ่านมา มาพิจารณาร่วมกับผลการศึกษาด้านการปฏิรูปและการปรองดองของคณะกรรมการต่างๆที่เคยมี อาทิ คณะกรรมการปฏิรูป (คปร.) คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) คณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองของสภาปฏิรูปแห่งชาติ  (สปช.) รวมทั้งรายงานวิจัย การสร้างความปรองดองแห่งชาติ ของสถาบันพระปกเกล้า และคู่มือสันติวิธี สถาบันยุทธศาสตร์สันติวิธี สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยพิจารณาถึงทิศทางร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาติ และความสอดคล้องตามกรอบรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560

โดย “ร่างสัญญาประชาคม” ที่จัดทำขึ้น มีสาระสำคัญถึงความตระหนักร่วมกันต่อปัญหาที่ผ่านมา ความเข้าใจร่วมกันเพื่อการปรับตัวและความจำเป็นที่ทุกคน ต้องร่วมมือร่วมใจเข้ามามีส่วนร่วมแก้ปัญหาของประเทศอย่างจริงจัง  ด้วยคำมั่นต่อกัน ที่เน้นในสำนึกหน้าที่และความรับผิดชอบร่วมกัน ในการสนับสนุน ส่งเสริม เรียนรู้และร่วมมือกันปฏิบัติ โดยยึดมั่นในหลักคุณธรรม จริยธรรม หลักศีลธรรมอันดีงามของการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างถูกต้อง เหมาะสม  ยอมรับความแตกต่างทางความคิด  เคารพและไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่นภายใต้กรอบของกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมที่ยึดเอา หลักความถูกต้อง ชอบธรรม ความเสมอภาคไม่สร้างเงื่อนไขที่อาจก่อให้เกิดความแตกแยกหรือเกลียดชังในสังคม โดยน้อมนำ “ศาสตร์พระราชา” เป็นภูมิคุ้มกันของสังคมร่วมกัน

นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า  สำหรับข้อมูลความเห็นร่วมอื่นๆที่นอกเหนือจากประเด็นการสร้างความสามัคคีปรองดองที่ได้รับจากประชาชนนั้น ถือว่ามีคุณค่าต่อการบริหารงานของรัฐบาลและการจัดการร่วมกันเพื่อการปฏิรูปประเทศในทุกมิติต่อไปและเชื่อมั่นว่าการชี้แจงสร้างการรับรู้ และความเข้าใจกับประชาชนอย่างกว้างขวางใน“ร่างสัญญาประชาคม”ที่ร่วมกันจัดทำขึ้นจะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของความเชื่อมั่น  และไว้ใจกันของสังคมที่จะพัฒนาไปสู่การมีส่วนร่วมและความร่วมมือร่วมใจกันอย่างเป็นรูปธรรม  ในการนำพาประเทศก้าวข้ามปัญหาและอุปสรรคทั้งปวง สู่จุดหมายร่วมกัน คือ การอยู่ร่วมกันอย่างสงบและสันติสุข ด้วยบรรยากาศของการปรองดองสามัคคีกัน

 
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • politics