thansettakij
thansettakij
“นิพิฏฐ์”หนุนแก้ไพรมารีโหวตให้เป็นเรื่องของพรรคการเมือง

“นิพิฏฐ์”หนุนแก้ไพรมารีโหวตให้เป็นเรื่องของพรรคการเมือง

10 ก.ค. 60 | 09:59 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ก.ค. 60 | 16:59 น.
“นิพิฏฐ์”  เห็นพ้อง กรธ.แก้ไพรมารีโหวตให้ กกต.ไม่มีสิทธิ์แจกใบแดง -ใบเหลืองเรื่อง ชี้ค่าใช้จ่ายสุงไม่คุ้มเหมือนขี่ช้างจับตั๊กแตน ส่วนบัญชีรายชื่อเชื่อจะทำคนช่วยงานพรรคไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง  ถ้าส่งคนดีแต่ไม่มีโอกาสชนะสุดท้ายพรรคก็เจ๊ง เทียบกับบริษัทจะไม่ให้สาขากำหนดนโยบายให้สำนักงานใหญ่

Ni

วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แก้ไขระบบไพรมารีโหวตให้เป็นเรื่องภายในของพรรคการเมือง โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่มีสิทธิ์แจกใบแดง ใบเหลืองว่า ถือเป็นการทำตามหลักที่ถูกต้อง ส่วนรายละเอียดคงต้องให้ กรธ.ยกร่างและประกาศให้ชัดว่าจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร แค่ไหน

รองหัวหน้าพรรค ปชป.ตั้งข้อสังเกตอีกว่า การทำไพรมารีโหวตนี้จะลงทุนสูงมากแต่คนมามีส่วนร่วมน้อย ไม่ตรงกับเจตนารมย์ของคนร่างกฎหมายนี้ และใครจะเป็นคนออกค่าใช้จ่ายส่วนนี้ เพราะในอดีตที่ผ่านมา ที่เราเคยทำแบบทางอ้อมใช้การประกาศผ่านรถโฆษณาหาเสียงและใช้การบอกต่อแบบปากต่อปากของกรรมการสาขาเขต  จึงกล้าฟังธงว่าจะเป็นการขี่ช้างจับตั๊กแตน เพราะสมาชิกพรรคส่วนใหญ่ต้องทำมาหากินและจะยิ่งมีปัญหาในทางปฏิบัติกับพรรคการเมืองที่ตั้งใหม่ หรือพรรคที่มีสมาชิกในเขตเลือกตั้ง หรือเขตจังหวัดนั้นน้อย ก็จะไม่ได้ผล เพราะคนจะมาโหวตน้อยลงไปด้วย

นายนิพิฏฐ์ กล่าวต่อว่า ที่สำคัญ เมื่อมีสมาชิกพรรคน้อย หรือคนมาโหวตน้อยก็สามารถแทรกแซง หรือถูกครอบงำ หรือถูกซื้อได้ง่ายมากกว่าเดิมและเป็นการลงทุนซื้อเสียงที่ต่ำ โดยเป็นการซื้อเสียงทางอ้อม คือซื้อเสียงตั้งแต่คัดเลือกตัวผู้สมัครลงในนามพรรคโดยซื้อผ่านกรรมการสาขา หรือสมาชิกพรรคที่จัดตั้งไว้แล้วและเป็นการซื้อโดยมีกฎหมายรับรองด้วย แม้เจตนารมย์ของผู้ร่างกฎหมายจะหวังดี แต่ผลที่ออกมาจะต่าง ไม่เป็นไปตามที่คิด และยังมีปัญหาในกรณีการส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อที่ กำหนดให้สมาชิกพรรค 1 คนเลือกผู้สมัครได้ 15 คนจากบัญชีรายชื่อของพรรค 150 คน เพราะที่สุดแล้ว คนดี คนมีความรู้ความสามารถเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่พรรคส่งลงเพื่อจะให้มาช่วยงานจะไม่ได้รับเลือกตั้ง เพราะสมาชิกพรรคในแต่ละเขตเลือกตั้ง ไม่รู้จักคนเหล่านี้ จะเกิดปัญหา ผู้สมัครในระบบบัญชีรายชื่อจะไม่กระจายตามรายภาค ไม่กระจายตามสัดส่วนของส.ส.ชายและหญิงที่รัฐธรรมนูญกำหนด อาจขัดรัฐธรรมนูญตามมาอีก

" ยกตัวอย่าง เขตเลือกตั้งหนึ่ง มีสมาชิกพรรค ก. 300 คน แต่ในเขตเลือกตั้งนั้นมีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 100,000 คน พรรคการเมืองนอกจากมองหาคนดีแล้ว ก็ต้องส่งคนที่มีโอกาสชนะเลือกตั้งด้วย ไม่ใช่คิดแค่ว่าคน 300 คนจะเลือกเท่านั้น แต่ต้องดูว่า คู่แข่งขันของพรรคเป็นใคร หากส่งอดีตมหาเปรียญ 6 ประโยค แข่งกันอดีต ส.จ.แล้วจะชนะหรือไม่ หากส่งคนดีแต่ไม่มีโอกาสชนะเลือกตั้งทั้ง 350 เขต ส่งไปแพ้หมด ที่สุดพรรคก็อยู่ไม่ได้ พรรคเจ๊ง ก็ต้องยุบไป ฉะนั้นการส่งคนลงสมัครเลือกตั้งส.ส.นอกจากจะเป็นคนดีแล้ว ก็ต้องฟังกรรมการบริหารพรรคด้วยคือได้ทั้งคนดีและมีโอกาสชนะเลือกตั้งด้วย ไม่ใช่ฟังแต่เสียงของสมาชิก หรือกรรมการสาขาเขต หากเปรียบเทียบกับบริษัทที่มีสาขาทั่วโลก ไม่มีบริษัทใดที่จะให้สาขามีอำนาจเหนือมากำหนดนโยบายให้สำนักงานใหญ่ทำตาม ไม่เช่นนั้นบริษัทสำนักงานใหญ่จะมีไว้ทำไม และหากทำตามสาขาย่อย เสียหายบริษัทล้มละลายจนปิดกิจการ ใครรับผิดชอบ" รองหัวหน้าพรรค ปชป.กล่าว
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • politics