
สนช.แบะท่ายืดหยุ่นใช้“พ.ร.ก.ต่างด้าว”
กกร.ร้องสนช. “พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว”กระทบธุรกิจ จี้เปิดให้ลงทะเบียนต่างด้าวอีกครั้ง ด้าน “พรเพชร”เผยเตรียมนำหารือที่ประชุมสัปดาห์หน้า แบะท่าพร้อมยืดหยุ่น
คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) นำโดย นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อสนอปัญหาในภาคปฏิบัติตามพ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2560 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ทางกกร.ได้รับการร้องเรียนจากสมาชิกผู้ประกอบการภาคเอกชนทั่วประเทศถึงปัญหาในการปฏิบัติตามพ.ร.ก.ซึ่งมีผลบังคับใช้ทันที และมีบทลงโทษที่สูงเกินไป ทำให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ ท่องเที่ยวและบริการ และกลุ่มวิถีชุมชนที่จ้างแรงงานต่างด้าว
ดังนั้น จึงขอเสนอความเห็นเพื่อให้นำไปพิจารณาประกอบแนวทางการปฏิบัติโดย 1.เปิดให้มีการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายทั่วประเทศอีกครั้ง 2.ควรให้มีผู้แทนภาคเอกชนหรือกกร.เข้ามีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็นเพื่อให้สามารถปฏิบัติตามพ.ร.ก.ได้และไม่กระทบต่อการจ้างแรงงานต่างด้าวมากเกินไป 3.ควรให้มีการกำหนดกฎหมายอนุบัญญัติเฉพาะในการจ่ายค่าชดเชยแรงงานต่างด้าว ที่มาทำงานกับนายจ้างในประเทศ และ 4.ควรมีการประชาสัมพันธ์พ.ร.ก.ดังกล่าวอย่างเร่งด่วนเพื่อความเข้าใจและตั้งศูนย์ในการให้คำปรึกษาของกระทรวงแรงงาน
ด้านนายพรเพชร กล่าวว่า พ.ร.ก.ดังกล่าวออกโดยฝ่ายบริหาร ซึ่งจะต้องส่งมาให้สนช.รับรอง ถ้ามีมติเห็นชอบก็จะมีผลบังคับใช้เป็นพ.ร.บ. ทางสนช.ได้รับร่าง พ.ร.ก.ซึ่งจะบรรจุเข้าสู่วาระประชุมในสัปดาห์หน้า โดยก่อนที่สนช.จะพิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่ก็จะต้องมีการศึกษา โดยหารือในวิปสนช.ว่าควรจะให้คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องคือคณะกรรมาธิการการพาณิชย์ การอุตสาหกรรม และการแรงงาน ไปศึกษา ซึ่งอาจจะมีข้อสังเกตที่อาจจะนำไปสู่การปรับปรุงร่างพ.ร.ก.ดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐบาล
“เท่าที่ดูเบื้องต้นแล้วส่วนใหญ่น่าจะมีบทเฉพาะกาลเพื่อให้อยู่ในระยะการปรับตัว ถ้าหลังจากนั้นไม่ทำก็จะมีบทลงโทษรุนแรง เช่น พ.ร.บ.อาวุธปืน มีปืนเถื่อนไว้ในครอบครอง รัฐบาลก็ให้โอกาสที่จะนำปืนมาจดทะเบียนให้ถูกต้อง ฉบับนี้ก็เช่นกัน ซึ่งจะรับไว้พิจารณา และดำเนินการตามนี้”
คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) นำโดย นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อสนอปัญหาในภาคปฏิบัติตามพ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2560 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ทางกกร.ได้รับการร้องเรียนจากสมาชิกผู้ประกอบการภาคเอกชนทั่วประเทศถึงปัญหาในการปฏิบัติตามพ.ร.ก.ซึ่งมีผลบังคับใช้ทันที และมีบทลงโทษที่สูงเกินไป ทำให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ ท่องเที่ยวและบริการ และกลุ่มวิถีชุมชนที่จ้างแรงงานต่างด้าว
ดังนั้น จึงขอเสนอความเห็นเพื่อให้นำไปพิจารณาประกอบแนวทางการปฏิบัติโดย 1.เปิดให้มีการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายทั่วประเทศอีกครั้ง 2.ควรให้มีผู้แทนภาคเอกชนหรือกกร.เข้ามีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็นเพื่อให้สามารถปฏิบัติตามพ.ร.ก.ได้และไม่กระทบต่อการจ้างแรงงานต่างด้าวมากเกินไป 3.ควรให้มีการกำหนดกฎหมายอนุบัญญัติเฉพาะในการจ่ายค่าชดเชยแรงงานต่างด้าว ที่มาทำงานกับนายจ้างในประเทศ และ 4.ควรมีการประชาสัมพันธ์พ.ร.ก.ดังกล่าวอย่างเร่งด่วนเพื่อความเข้าใจและตั้งศูนย์ในการให้คำปรึกษาของกระทรวงแรงงาน
ด้านนายพรเพชร กล่าวว่า พ.ร.ก.ดังกล่าวออกโดยฝ่ายบริหาร ซึ่งจะต้องส่งมาให้สนช.รับรอง ถ้ามีมติเห็นชอบก็จะมีผลบังคับใช้เป็นพ.ร.บ. ทางสนช.ได้รับร่าง พ.ร.ก.ซึ่งจะบรรจุเข้าสู่วาระประชุมในสัปดาห์หน้า โดยก่อนที่สนช.จะพิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่ก็จะต้องมีการศึกษา โดยหารือในวิปสนช.ว่าควรจะให้คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องคือคณะกรรมาธิการการพาณิชย์ การอุตสาหกรรม และการแรงงาน ไปศึกษา ซึ่งอาจจะมีข้อสังเกตที่อาจจะนำไปสู่การปรับปรุงร่างพ.ร.ก.ดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐบาล
“เท่าที่ดูเบื้องต้นแล้วส่วนใหญ่น่าจะมีบทเฉพาะกาลเพื่อให้อยู่ในระยะการปรับตัว ถ้าหลังจากนั้นไม่ทำก็จะมีบทลงโทษรุนแรง เช่น พ.ร.บ.อาวุธปืน มีปืนเถื่อนไว้ในครอบครอง รัฐบาลก็ให้โอกาสที่จะนำปืนมาจดทะเบียนให้ถูกต้อง ฉบับนี้ก็เช่นกัน ซึ่งจะรับไว้พิจารณา และดำเนินการตามนี้”






