
ศาลอาญาออกหมายจับ "สมเกียรติ"คดีบุกทำเนียบฯ
ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งออกหมายจับ "สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์" จำเลยในคดีบุกยึดทำเนียบปี 51 เพราะไม่ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาในคดีดังกล่าวตามที่ศาลนัดไว้ ศาลเลื่อนนัดอ่านคำพากษาเป็นวันที่ 24 ก.ค.60
วันนี้ (19 มิถุนายน 2560)ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีที่พนักงานอัยการคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, นายสนธิ ลิ้มทองกุล, นายพิภพ ธงไชย นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข และนายสุริยะใส กตะศิลา แกนนำกลุ่มกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ( พธม.)เป็นจำเลยที่ 1-6 ในความผิดฐานร่วมกันบุกรุกโดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป และร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 358, 362, 365
[caption id="attachment_165023" align="aligncenter" width="503"]
นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์(ขวาสุด)[/caption]
เมื่อถึงเวลานัด ศาลได้เบิกตัวนายสนธิจำเลยที่ 2 ซึ่งถูกคุมขังในคดีผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาจากเรือนจำคลองเปรม ส่วน พล.ต.จำลอง จำเลยที่ 1, นายพิภพ จำเลยที่ 3, นายสมศักดิ์ จำเลยที่ 5 และนายสุริยะใส จำเลยที่ 6 ซึ่งได้รับการประกันตัวระหว่างอุทธรณ์เดินทางมาศาล ส่วนนายสมเกียรติ จำเลยที่ 4 ไม่ได้เดินทางมาศาลมอบอำนาจให้ทนายความมาแถลงขอเลื่อนนัดเนื่องจากป่วย โดยวันนี้เป็นการนัดอ่านคำพิพากษาครั้งที่ 2 หลังจากเลื่อนมาจากเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2560 เนื่องจาก พล.ต.จำลอง จำเลยที่ 1 ป่วย
ทั้งนี้ ทนายความของนายสมเกียรติ จำเลยที่ 4 แถลงต่อศาลว่า นายสมเกียรติมีอาการป่วยคล้ายโรคบ้านหมุน ซึ่งได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล พร้อมยื่นสำเนาใบรับรองแพทย์ ซึ่งศาลได้ให้ทนายความนำแพทย์มาไต่สวนภายในวันนี้เพื่อจะสอบถามรายละเอียด แต่ทนายความแจ้งว่าไม่สามารถนำแพทย์มาไต่สวนภายในวันนี้ได้ และไม่ทราบว่าแพทย์วินิจฉัยอาการอย่างไร
ศาลพิเคราะห์แล้วไม่เชื่อว่าจำเลยที่ 4 จะมีอาการป่วยจริง จึงให้ออกหมายจับจำเลยที่ 4 เพื่อมาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ต่อไป พร้อมให้ปรับนายประกันเต็มจำนวน 200,000 บาท และกำหนดนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ต่อไปในวันที่ 24 กรกฎาคม 2560 เวลา 09.00 น. โดยได้กำชับคู่ความว่าในนัดหน้าหากจำเลยคนใดป่วยอีกให้นำแพทย์มาไต่สวนด้วย
สำหรับคดีดังกล่าว เป็นผลสืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2551 จำเลยกับพวกได้ปราศรัยชักชวนให้ ปชช.กดดันให้ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ลาออกจากตำแหน่ง แล้วปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล ห้ามข้าราชการเข้าปฏิบัติหน้าที่ ทำลายทรัพย์สินได้รับความเสียหาย คดีนี้ศาลชั้นต้น สั่งจำคุกจำเลยคนละ 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา
วันนี้ (19 มิถุนายน 2560)ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีที่พนักงานอัยการคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, นายสนธิ ลิ้มทองกุล, นายพิภพ ธงไชย นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข และนายสุริยะใส กตะศิลา แกนนำกลุ่มกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ( พธม.)เป็นจำเลยที่ 1-6 ในความผิดฐานร่วมกันบุกรุกโดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป และร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 358, 362, 365
[caption id="attachment_165023" align="aligncenter" width="503"]
เมื่อถึงเวลานัด ศาลได้เบิกตัวนายสนธิจำเลยที่ 2 ซึ่งถูกคุมขังในคดีผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาจากเรือนจำคลองเปรม ส่วน พล.ต.จำลอง จำเลยที่ 1, นายพิภพ จำเลยที่ 3, นายสมศักดิ์ จำเลยที่ 5 และนายสุริยะใส จำเลยที่ 6 ซึ่งได้รับการประกันตัวระหว่างอุทธรณ์เดินทางมาศาล ส่วนนายสมเกียรติ จำเลยที่ 4 ไม่ได้เดินทางมาศาลมอบอำนาจให้ทนายความมาแถลงขอเลื่อนนัดเนื่องจากป่วย โดยวันนี้เป็นการนัดอ่านคำพิพากษาครั้งที่ 2 หลังจากเลื่อนมาจากเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2560 เนื่องจาก พล.ต.จำลอง จำเลยที่ 1 ป่วย
ทั้งนี้ ทนายความของนายสมเกียรติ จำเลยที่ 4 แถลงต่อศาลว่า นายสมเกียรติมีอาการป่วยคล้ายโรคบ้านหมุน ซึ่งได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล พร้อมยื่นสำเนาใบรับรองแพทย์ ซึ่งศาลได้ให้ทนายความนำแพทย์มาไต่สวนภายในวันนี้เพื่อจะสอบถามรายละเอียด แต่ทนายความแจ้งว่าไม่สามารถนำแพทย์มาไต่สวนภายในวันนี้ได้ และไม่ทราบว่าแพทย์วินิจฉัยอาการอย่างไร
ศาลพิเคราะห์แล้วไม่เชื่อว่าจำเลยที่ 4 จะมีอาการป่วยจริง จึงให้ออกหมายจับจำเลยที่ 4 เพื่อมาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ต่อไป พร้อมให้ปรับนายประกันเต็มจำนวน 200,000 บาท และกำหนดนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ต่อไปในวันที่ 24 กรกฎาคม 2560 เวลา 09.00 น. โดยได้กำชับคู่ความว่าในนัดหน้าหากจำเลยคนใดป่วยอีกให้นำแพทย์มาไต่สวนด้วย
สำหรับคดีดังกล่าว เป็นผลสืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2551 จำเลยกับพวกได้ปราศรัยชักชวนให้ ปชช.กดดันให้ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ลาออกจากตำแหน่ง แล้วปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล ห้ามข้าราชการเข้าปฏิบัติหน้าที่ ทำลายทรัพย์สินได้รับความเสียหาย คดีนี้ศาลชั้นต้น สั่งจำคุกจำเลยคนละ 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา






