
นักวิชาการยันไพรมารีโหวตช่วยให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วม
นักวิชาการยัน ไพรมารีโหวต เป็นไปตามเจตนารมณ์ รธน.ที่ต้องการให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วม ทั้งช่วยสกัดผู้มีอิทธิพลในพรรคส่งคนตนเองลงสมัครส.ส.
นายทวี สุรฤทธิกุล รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) และกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ให้ความเห็นเกี่ยวกับการใช้ระบบไพรมารีโหวตสรรหาผู้สมัครส.ส.ว่า เนื่องจากพรป.ฉบับนี้ออกมาตามรธน.เขียนไว้ว่าให้ส่งเสริมพรรคการเมืองให้เป็นสถาบัน และให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วม การที่พรรคการเมืองต้องส่งผู้สมัครโดยผ่านไพรมารีโหวตก่อน เป็นการทำตามรัฐธรรมนูญ( รธน.) ที่กำหนดไว้ชัดเจนคือ รธน.ต้องการให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันและให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วม ต้องบังคับให้พรรคการเมืองต้องเดินตาม เรื่องนี้มีการประชุมถึง 3-4 ครั้ง ต้องให้เจ้าหน้าที่มาทำรายละเอียดชี้แจงให้เห็นชัดเจน และทาง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ยืนยันว่าพรรคการเมืองทำได้ เพราะกกต.มีประสบการณ์ในการจัดการเลือกตั้ง และดูแลพรรคการเมือง กมธ.จึงกำหนดให้มีกรรมการในระดับจังหวัด และระดับภาค
[caption id="attachment_164415" align="aligncenter" width="413"]
นายทวี สุรฤทธิกุล[/caption]
“ที่ผ่านมามันน่าอนาถใจมากในการสมยอมส่งคนลงสมัครเลือกตั้ง พรรคการเมืองสักแต่ส่งผู้สมัคร โดยที่สมาชิกพรรค ไม่มีส่วนรับรู้ แต่คนที่มีอิทธิพลในพรรคเป็นคนส่งชื่อผู้สมัคร ซึ่งไม่เป็นพรรคการเมือง รธน.เขียนไว้ชัดเจนว่า พรรคการเมือง ต้องไม่เป็นพรรคการเมืองของบุคคล ห้ามบุคคลที่มีเป็นสมาชิกพรรคเข้ามามายุ่งเกี่ยว สนับสนุน ซึ่งมีโทษแรงมาก เจ้าคือสมาชิกพรรค เราจึงให้บทบาทกับสมาชิกพรรค”
ส่วนที่พรรคการเมืองเกรงว่าอาจจะมีการเสนอคนโนเนม ทำให้อาจไม่ได้รับ คิดว่าคงเป็นไปได้ยาก เพราะ ระบบการเลือกตั้งใหม่ ยิ่งคนที่มีชื่อเสียง มีฐานประชาชนยิ่งมาก ยิ่งดี เพราะทุกคะแนนจะถูกนำมานับ จะมีผลทั้งระบบเขต และบัญชีรายชื่อ เมื่อเขตได้เยอะ บัญชีรายชื่อก็จะได้น้อย ส่วนพรรคที่ได้แบบเขตน้อยก็จะถูกนำไปเฉลี่ยในระบบบัญชีรายชื่อ เพราะฉะนั้นผู้สมัครที่จะมีค่าตัวมากคือ อดีตส.ส. หรือผู้สมัครที่เคยในเขตนั้นๆเป็นหลัก เพราะคนซื้อส.ส. เขาจะซื้อตามเสียงที่เคยมาเดิม คนที่เคยมีเสียงมากก็จะได้ค่าตัวมาก อันนี้คือระบบที่พรรคต้องแชร์ผู้ที่มีชื่อเสียง หรือมีฐานคะแนนสูง เพราะฉะนั้น ถ้าพรรคจะเลือกใครมาก็ต้องฟังเสียงคนในเขต ถ้าเป็นระบบใหม่ พรรคก็ต้องซาวเสียง อาจต้องมีการทำโพลล์ หริอทำวิจัยในพื้นที่ก่อนส่งลงสมัคร การเลือกตั้งในประเทศที่เจริญแล้ว ผู้สมัครจะต้องดูว่าใครมีความนิยมสูง จะมาหมุบหมิบส่งคนไม่มีฐานเสียงไม่ได้
นายทวี สุรฤทธิกุล รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) และกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ให้ความเห็นเกี่ยวกับการใช้ระบบไพรมารีโหวตสรรหาผู้สมัครส.ส.ว่า เนื่องจากพรป.ฉบับนี้ออกมาตามรธน.เขียนไว้ว่าให้ส่งเสริมพรรคการเมืองให้เป็นสถาบัน และให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วม การที่พรรคการเมืองต้องส่งผู้สมัครโดยผ่านไพรมารีโหวตก่อน เป็นการทำตามรัฐธรรมนูญ( รธน.) ที่กำหนดไว้ชัดเจนคือ รธน.ต้องการให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันและให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วม ต้องบังคับให้พรรคการเมืองต้องเดินตาม เรื่องนี้มีการประชุมถึง 3-4 ครั้ง ต้องให้เจ้าหน้าที่มาทำรายละเอียดชี้แจงให้เห็นชัดเจน และทาง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ยืนยันว่าพรรคการเมืองทำได้ เพราะกกต.มีประสบการณ์ในการจัดการเลือกตั้ง และดูแลพรรคการเมือง กมธ.จึงกำหนดให้มีกรรมการในระดับจังหวัด และระดับภาค
[caption id="attachment_164415" align="aligncenter" width="413"]
“ที่ผ่านมามันน่าอนาถใจมากในการสมยอมส่งคนลงสมัครเลือกตั้ง พรรคการเมืองสักแต่ส่งผู้สมัคร โดยที่สมาชิกพรรค ไม่มีส่วนรับรู้ แต่คนที่มีอิทธิพลในพรรคเป็นคนส่งชื่อผู้สมัคร ซึ่งไม่เป็นพรรคการเมือง รธน.เขียนไว้ชัดเจนว่า พรรคการเมือง ต้องไม่เป็นพรรคการเมืองของบุคคล ห้ามบุคคลที่มีเป็นสมาชิกพรรคเข้ามามายุ่งเกี่ยว สนับสนุน ซึ่งมีโทษแรงมาก เจ้าคือสมาชิกพรรค เราจึงให้บทบาทกับสมาชิกพรรค”
ส่วนที่พรรคการเมืองเกรงว่าอาจจะมีการเสนอคนโนเนม ทำให้อาจไม่ได้รับ คิดว่าคงเป็นไปได้ยาก เพราะ ระบบการเลือกตั้งใหม่ ยิ่งคนที่มีชื่อเสียง มีฐานประชาชนยิ่งมาก ยิ่งดี เพราะทุกคะแนนจะถูกนำมานับ จะมีผลทั้งระบบเขต และบัญชีรายชื่อ เมื่อเขตได้เยอะ บัญชีรายชื่อก็จะได้น้อย ส่วนพรรคที่ได้แบบเขตน้อยก็จะถูกนำไปเฉลี่ยในระบบบัญชีรายชื่อ เพราะฉะนั้นผู้สมัครที่จะมีค่าตัวมากคือ อดีตส.ส. หรือผู้สมัครที่เคยในเขตนั้นๆเป็นหลัก เพราะคนซื้อส.ส. เขาจะซื้อตามเสียงที่เคยมาเดิม คนที่เคยมีเสียงมากก็จะได้ค่าตัวมาก อันนี้คือระบบที่พรรคต้องแชร์ผู้ที่มีชื่อเสียง หรือมีฐานคะแนนสูง เพราะฉะนั้น ถ้าพรรคจะเลือกใครมาก็ต้องฟังเสียงคนในเขต ถ้าเป็นระบบใหม่ พรรคก็ต้องซาวเสียง อาจต้องมีการทำโพลล์ หริอทำวิจัยในพื้นที่ก่อนส่งลงสมัคร การเลือกตั้งในประเทศที่เจริญแล้ว ผู้สมัครจะต้องดูว่าใครมีความนิยมสูง จะมาหมุบหมิบส่งคนไม่มีฐานเสียงไม่ได้






