
‘กอ.รมน.’ คาดหวัง 2563 ชายแดนใต้สงบสุข
[caption id="attachment_164050" align="aligncenter" width="503"]
พล.ต.นิพนธ์ รองสวัสดิ์ เลขาธิการ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า[/caption]
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ศปป.5 กอ.รมน.) จัดโครงการพัฒนาสัมพันธ์สื่อมวลชนเพื่อติดตามความคืบหน้า “เมืองต้นแบบการพัฒนาตนเองอย่างยั่งยืน” ณ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา นำโดย พล.ต.บรรณพจน์ พูลเพียร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ศปป.5 กอ.รมน.หัวหน้าคณะ
ณ ค่ายสิรินธร จังหวัดยะลา พล.ต.นิพนธ์ รองสวัสดิ์ เลขาธิการ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมด้วย พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และคณะชี้แจงเกี่ยวกับสถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ว่า มีความสงบเรียบร้อยขึ้นตามลำดับ โดยเทียบกับเหตุการณ์ตั้งแต่ปี 2547 พบว่า มีสถิติความรุนแรงมากที่สุดในปี 2550 จากนั้นเหตุการณ์ลดลงตามลำดับ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 จนถึงปัจจุบัน มีการก่อเหตุรวม 86 เหตุการณ์ แบ่งเป็น เหตุลอบยิง 32 เหตุการณ์ ระเบิด 41 เหตุการณ์ โจมตีฐานปฏิบัติการ 1 เหตุการณ์ วางเพลิง 4 เหตุการณ์ และประสงค์ต่ออาวุธ 1 เหตุการณ์ มีผู้เสียชีวิตจำนวน 51 ราย บาดเจ็บ 75 ราย และเมื่อเปรียบเทียบกับห้วงเดียวกันของปีที่แล้ว พบว่า เหตุการณ์ลดลง 111 เหตุการณ์ คิดเป็น 56 % การสูญเสียลดลง 7 ราย คิดเป็น 10%
“ภารกิจหลักของเรา คือ การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชน นักธุรกิจ ผู้ประกอบการ นักท่องเที่ยว ให้มีความเชื่อมั่นเข้ามาลงทุนและท่องเที่ยวในพื้นที่ รวมถึงสนับสนุนงานเร่งด่วนของ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้(ศอ.บต.) โดยเน้นขับเคลื่อนงานด้านเศรษฐกิจใน 5 โครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ของรัฐบาล” พล.ต.นิพนธ์ ระบุ
+ ก.ม.นำ-ทหาร-การเมืองขยาย
ในปีงบประมาณ 2560 นี้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เน้นขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้โดยยึดหลักน้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นยุทธศาสตร์หลัก ผนึกรวมกับนโยบายของรัฐบาล คณะรักษาความสงบแห่งชาติ และนโยบายผู้บัญชาการทหารบก, รองผอ.กอ.รมน. มาใช้เป็นกรอบแนวทางในการแก้ไขปัญหา โดยใช้กฎหมายนำ เพื่อให้เห็นถึงความถูกต้อง ความจริงใจ และอำนวยความยุติธรรมให้กับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน การทหารตาม เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชน สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการ นักลงทุนและนักท่องเที่ยว และการเมืองขยาย โดยนำนโยบายรัฐบาลมาปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมเพื่อสร้างความเข้าใจ ลดความหวาดระแวงและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเพิ่มศักยภาพพื้นที่ให้ดีขึ้น โดยกำหนดงานสำคัญเร่งด่วน เพื่อทำให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ควบคู่กัน
ปรากฎความคืบหน้าในหลายด้าน ดังเช่น งานควบคุมพื้นที่และบังคับใช้กฎหมาย จากเหตุปะทะกับผู้ก่อเหตุรุนแรง 4 ครั้ง ทำให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 8 ราย ยึดอาวุธปืนได้ 28 กระบอก และควบคุมตัวผู้ต้องหาได้จำนวน 363 ราย แยกเป็น หมายป.วิฯอาญาจำนวน 213 ราย และหมายพ.ร.ก.ฯอีก 150 ราย ขณะที่งานการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประชาชนมีส่วนร่วม ได้จัดตั้งชุดคุ้มครองตำบล 106 ตำบล ออกลาดตระเวนคุ้มครองเส้นทาง รักษาความปลอดภัยครู โรงเรียน ร่วมกับชุดความปลอดภัยประจำหมู่บ้านและกำลังประชาชนเฉลี่ยวันละ 35,000 คน ส่งผลให้สามารถปลดเปลื้องภารกิจเชิงรับให้กับหน่วยเฉพาะกิจประจำพื้นที่ได้วันละ 6,000 นาย
ส่วนงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแทรกซ้อน ได้เปิดแผนปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังตั้งแต่ 19 มกราคมเป็นต้นมา สามารถควบคุมผู้ต้องหาได้ 2,792 ราย ตรวจยึดยาบ้า 1.72 ล้านเม็ด กัญชาอัดแท่ง 61 กิโลกรัม และยาเสพติดชนิดอื่นหลายรายการ ควบคู่ไปกับงานการป้องกันที่มุ่งเน้นสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเป้าหมาย กลุ่มเสี่ยงด้วยการจัดหน่วยญาลันนันบารู และฝึกอบรมค่ายจิตอาสาญาลันนันบารูเพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา
การรักษาความปลอดภัยในเขตเมืองเศรษฐกิจ หรือ เซฟตี้โซน (Safety Zone) ซึ่งประกอบด้วย 7 หัวเมืองเศรษฐกิจ คือ 1.พื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี 2.พื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดยะลา 3.พื้นที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา 4.พื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส 5.พื้นที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส 6.พื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส และ 7.พื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้ซักซ้อมการปฏิบัติตามแผนเดือนละอย่างน้อย 1 ครั้ง เน้นงานด้านการเมืองและการทหารในพื้นที่เตรียมการก่อเหตุบริเวณรอบนอกเขตเมือง การปฏิบัติ ณ ด่านตรวจ จุดตรวจ และรณรงค์ ขอความร่วมมือให้ภาคประชาชนและนักธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วม ทำให้มีการป้องกันพื้นที่เขตเมืองเศรษฐกิจมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในห้วง 6 เดือนที่ผ่านมา เกิดเหตุจำนวน 2 เหตุการณ์ เปรียบเทียบกับห้วงเดียวกันของปี 2559 เหตุการณ์ลดลง 1 เหตุการณ์ คิดเป็น 33% เป็นต้น
ตอนหนึ่ง พ.อ.ปราโมทย์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้อธิบายถึงกรณีเหตุคาร์บอมหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี จังหวัดปัตตานีที่ตั้งข้อสังเกตกันว่า เป้าหมายเพื่อต้องการทำลายพื้นที่เขตเศรษฐกิจหรือไม่ว่า พื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่เขตเซฟตี้โซนอย่างที่เข้าใจกัน เพราะห่างจากตัวเมืองหลายสิบกิโลเมตร ทั้งนี้ ปัจจุบันคณะกรรมการฝ่ายเทคนิกกำลังศึกษารายละเอียดเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขต่างๆเพื่อที่จะกำหนดให้เป็น “พื้นที่ปลอดภัย” ต่อไป
ทั้งยังกล่าวยืนยันด้วยว่า เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้นั้น ไม่ใช่เรื่องหลักความไม่เท่าเทียมกัน แต่เป็นปัญหาจากความต้องการแบ่งแยกดินแดนที่มีมานาน ซึ่งได้ดำเนินมาตราการทั้งในเชิงมิติทางการเมืองและมิติทางการทหารควบคู่กัน ส่วนกระแสข่าวลือที่ว่า มีกลุ่มไอเอสลักลอบเข้าไทยผ่านทางมาเลเซียนั้น ยืนยันเช่นกันว่า ไม่เป็นความจริง เหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาภายในประเทศ โดยผู้กระทำผิดทำผิดกฎหมายประเทศไทย
“ตลอด 13 ปีที่มีผู้เสียชีวิตนั้น ไม่มีชาวต่างชาติ และยืนยันว่า ไม่มีขบวนการไอเอสในประเทศไทยอย่างแน่นอน อย่างไรก็ดี ได้ติดตามความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน”
+ บูรณาการลดเหตุร้าย
สำหรับแผนการปฏิบัติงานในห้วง 6 เดือนหลังนี้ มุ่งบูรณาการร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วน ดูแลความปลอดภัย ลดเหตุร้ายให้ได้ ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและพัฒนาศักยภาพพื้นที่ ด้วยการขับเคลื่อนงานสำคัญ 7 งาน ได้แก่ งานด้านส่งเสริมเศรษฐกิจ ยุทธศาสตร์ประชาชนมีส่วนร่วม สร้างสังคมพหุวัฒนธรรม ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ขับเคลื่อนชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน งานอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และโครงการประชารัฐร่วมใจ สร้างอำเภอสันติสุขโดยทำให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ให้รู้สึกว่า มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีความหวังในอนาคตต่องานพัฒนาที่จะเกิดขึ้น สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในเรื่องเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน
“ปัจจุบันอยู่ช่วงปลายระยะที่ 2 สู่ขั้นตอนที่ 3 ที่ตั้งเป้าภายในปี 2563 จะเข้าสู่ระยะสุดท้าย การบริหารราชการจะเข้าสู่ภาวะปกติ โดยกองทัพภาค 4 จะถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ทั้งหมด ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้ทยอยถอนกำลังภาค 1 ภาค 2 และภาค 3 ออกจากพื้นที่ตามลำดับ โดยในปีที่แล้วได้ถอนกำลังออกจากพื้นที่ 8,000 อัตราซึ่งถือว่า มากที่สุด ปัจจุบันเหลือเพียงกำลังจากกองทัพภาค 4 เท่านั้น” พ.อ.ปราโมทย์ กล่าวทิ้งท้าย
++ เสริมงานพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่
การขับเคลื่อนแผนงานด้านเศรษฐกิจ นับเป็นอีกหนึ่งภารกิจที่ กอ.รมน.ภาค 4 ให้ความสำคัญ โดยได้กำหนดแผนงานเร่งด่วนรวม 5 โครงการ พร้อมเสริมด้วย 9 งานนโยบาย เป้าหมายเพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ พัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้ดีขึ้น โดยได้เสนอโครงการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ 54 โครงการ ที่น่าสนใจ อาทิ การขับเคลื่อนจัดตั้งหมู่บ้านปลา หมู่บ้านไก่เบตง และหมู่บ้านกบภูเขาในพื้นที่อำเภอเบตง เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ทั้งยังได้พัฒนาพื้นที่เหมืองลาบู เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่คนในพื้นที่
นอกจากนี้บริษัท ปตท.จำกัด ได้เห็นชอบให้จัดตั้งสถานีบริการน้ำมันเพื่ออำนวยความสะดวกและเป็นที่พักรถ ณ ฟาร์มตัวอย่าง อำเภอธารโต รวมถึงการก่อสร้างสนามบินเบตง ในพื้นที่ประมาณ 900 ไร่ ณ ตำบลยะรม อำเภอเบตง จากเดิมที่คาดว่าจะโครงการจะเสร็จสิ้นภายในปี 2561 ซึ่งล่าสุดคณะรัฐมนตรีได้ขยายกรอบเวลาออกไป โดยคาดว่าจะสามารถเปิดใช้งานได้ภายในปี 2562
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,271 วันที่ 18 - 21 มิถุนายน พ.ศ. 2560
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ศปป.5 กอ.รมน.) จัดโครงการพัฒนาสัมพันธ์สื่อมวลชนเพื่อติดตามความคืบหน้า “เมืองต้นแบบการพัฒนาตนเองอย่างยั่งยืน” ณ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา นำโดย พล.ต.บรรณพจน์ พูลเพียร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ศปป.5 กอ.รมน.หัวหน้าคณะ
ณ ค่ายสิรินธร จังหวัดยะลา พล.ต.นิพนธ์ รองสวัสดิ์ เลขาธิการ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมด้วย พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และคณะชี้แจงเกี่ยวกับสถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ว่า มีความสงบเรียบร้อยขึ้นตามลำดับ โดยเทียบกับเหตุการณ์ตั้งแต่ปี 2547 พบว่า มีสถิติความรุนแรงมากที่สุดในปี 2550 จากนั้นเหตุการณ์ลดลงตามลำดับ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 จนถึงปัจจุบัน มีการก่อเหตุรวม 86 เหตุการณ์ แบ่งเป็น เหตุลอบยิง 32 เหตุการณ์ ระเบิด 41 เหตุการณ์ โจมตีฐานปฏิบัติการ 1 เหตุการณ์ วางเพลิง 4 เหตุการณ์ และประสงค์ต่ออาวุธ 1 เหตุการณ์ มีผู้เสียชีวิตจำนวน 51 ราย บาดเจ็บ 75 ราย และเมื่อเปรียบเทียบกับห้วงเดียวกันของปีที่แล้ว พบว่า เหตุการณ์ลดลง 111 เหตุการณ์ คิดเป็น 56 % การสูญเสียลดลง 7 ราย คิดเป็น 10%
“ภารกิจหลักของเรา คือ การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชน นักธุรกิจ ผู้ประกอบการ นักท่องเที่ยว ให้มีความเชื่อมั่นเข้ามาลงทุนและท่องเที่ยวในพื้นที่ รวมถึงสนับสนุนงานเร่งด่วนของ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้(ศอ.บต.) โดยเน้นขับเคลื่อนงานด้านเศรษฐกิจใน 5 โครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ของรัฐบาล” พล.ต.นิพนธ์ ระบุ
+ ก.ม.นำ-ทหาร-การเมืองขยาย
ในปีงบประมาณ 2560 นี้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เน้นขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้โดยยึดหลักน้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นยุทธศาสตร์หลัก ผนึกรวมกับนโยบายของรัฐบาล คณะรักษาความสงบแห่งชาติ และนโยบายผู้บัญชาการทหารบก, รองผอ.กอ.รมน. มาใช้เป็นกรอบแนวทางในการแก้ไขปัญหา โดยใช้กฎหมายนำ เพื่อให้เห็นถึงความถูกต้อง ความจริงใจ และอำนวยความยุติธรรมให้กับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน การทหารตาม เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชน สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการ นักลงทุนและนักท่องเที่ยว และการเมืองขยาย โดยนำนโยบายรัฐบาลมาปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมเพื่อสร้างความเข้าใจ ลดความหวาดระแวงและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเพิ่มศักยภาพพื้นที่ให้ดีขึ้น โดยกำหนดงานสำคัญเร่งด่วน เพื่อทำให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ควบคู่กัน
ส่วนงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแทรกซ้อน ได้เปิดแผนปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังตั้งแต่ 19 มกราคมเป็นต้นมา สามารถควบคุมผู้ต้องหาได้ 2,792 ราย ตรวจยึดยาบ้า 1.72 ล้านเม็ด กัญชาอัดแท่ง 61 กิโลกรัม และยาเสพติดชนิดอื่นหลายรายการ ควบคู่ไปกับงานการป้องกันที่มุ่งเน้นสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเป้าหมาย กลุ่มเสี่ยงด้วยการจัดหน่วยญาลันนันบารู และฝึกอบรมค่ายจิตอาสาญาลันนันบารูเพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา
การรักษาความปลอดภัยในเขตเมืองเศรษฐกิจ หรือ เซฟตี้โซน (Safety Zone) ซึ่งประกอบด้วย 7 หัวเมืองเศรษฐกิจ คือ 1.พื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี 2.พื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดยะลา 3.พื้นที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา 4.พื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส 5.พื้นที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส 6.พื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส และ 7.พื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้ซักซ้อมการปฏิบัติตามแผนเดือนละอย่างน้อย 1 ครั้ง เน้นงานด้านการเมืองและการทหารในพื้นที่เตรียมการก่อเหตุบริเวณรอบนอกเขตเมือง การปฏิบัติ ณ ด่านตรวจ จุดตรวจ และรณรงค์ ขอความร่วมมือให้ภาคประชาชนและนักธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วม ทำให้มีการป้องกันพื้นที่เขตเมืองเศรษฐกิจมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในห้วง 6 เดือนที่ผ่านมา เกิดเหตุจำนวน 2 เหตุการณ์ เปรียบเทียบกับห้วงเดียวกันของปี 2559 เหตุการณ์ลดลง 1 เหตุการณ์ คิดเป็น 33% เป็นต้น
ตอนหนึ่ง พ.อ.ปราโมทย์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้อธิบายถึงกรณีเหตุคาร์บอมหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี จังหวัดปัตตานีที่ตั้งข้อสังเกตกันว่า เป้าหมายเพื่อต้องการทำลายพื้นที่เขตเศรษฐกิจหรือไม่ว่า พื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่เขตเซฟตี้โซนอย่างที่เข้าใจกัน เพราะห่างจากตัวเมืองหลายสิบกิโลเมตร ทั้งนี้ ปัจจุบันคณะกรรมการฝ่ายเทคนิกกำลังศึกษารายละเอียดเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขต่างๆเพื่อที่จะกำหนดให้เป็น “พื้นที่ปลอดภัย” ต่อไป
ทั้งยังกล่าวยืนยันด้วยว่า เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้นั้น ไม่ใช่เรื่องหลักความไม่เท่าเทียมกัน แต่เป็นปัญหาจากความต้องการแบ่งแยกดินแดนที่มีมานาน ซึ่งได้ดำเนินมาตราการทั้งในเชิงมิติทางการเมืองและมิติทางการทหารควบคู่กัน ส่วนกระแสข่าวลือที่ว่า มีกลุ่มไอเอสลักลอบเข้าไทยผ่านทางมาเลเซียนั้น ยืนยันเช่นกันว่า ไม่เป็นความจริง เหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาภายในประเทศ โดยผู้กระทำผิดทำผิดกฎหมายประเทศไทย
“ตลอด 13 ปีที่มีผู้เสียชีวิตนั้น ไม่มีชาวต่างชาติ และยืนยันว่า ไม่มีขบวนการไอเอสในประเทศไทยอย่างแน่นอน อย่างไรก็ดี ได้ติดตามความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน”
สำหรับแผนการปฏิบัติงานในห้วง 6 เดือนหลังนี้ มุ่งบูรณาการร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วน ดูแลความปลอดภัย ลดเหตุร้ายให้ได้ ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและพัฒนาศักยภาพพื้นที่ ด้วยการขับเคลื่อนงานสำคัญ 7 งาน ได้แก่ งานด้านส่งเสริมเศรษฐกิจ ยุทธศาสตร์ประชาชนมีส่วนร่วม สร้างสังคมพหุวัฒนธรรม ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ขับเคลื่อนชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน งานอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และโครงการประชารัฐร่วมใจ สร้างอำเภอสันติสุขโดยทำให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ให้รู้สึกว่า มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีความหวังในอนาคตต่องานพัฒนาที่จะเกิดขึ้น สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในเรื่องเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน
“ปัจจุบันอยู่ช่วงปลายระยะที่ 2 สู่ขั้นตอนที่ 3 ที่ตั้งเป้าภายในปี 2563 จะเข้าสู่ระยะสุดท้าย การบริหารราชการจะเข้าสู่ภาวะปกติ โดยกองทัพภาค 4 จะถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ทั้งหมด ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้ทยอยถอนกำลังภาค 1 ภาค 2 และภาค 3 ออกจากพื้นที่ตามลำดับ โดยในปีที่แล้วได้ถอนกำลังออกจากพื้นที่ 8,000 อัตราซึ่งถือว่า มากที่สุด ปัจจุบันเหลือเพียงกำลังจากกองทัพภาค 4 เท่านั้น” พ.อ.ปราโมทย์ กล่าวทิ้งท้าย
++ เสริมงานพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่
การขับเคลื่อนแผนงานด้านเศรษฐกิจ นับเป็นอีกหนึ่งภารกิจที่ กอ.รมน.ภาค 4 ให้ความสำคัญ โดยได้กำหนดแผนงานเร่งด่วนรวม 5 โครงการ พร้อมเสริมด้วย 9 งานนโยบาย เป้าหมายเพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ พัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้ดีขึ้น โดยได้เสนอโครงการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ 54 โครงการ ที่น่าสนใจ อาทิ การขับเคลื่อนจัดตั้งหมู่บ้านปลา หมู่บ้านไก่เบตง และหมู่บ้านกบภูเขาในพื้นที่อำเภอเบตง เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ทั้งยังได้พัฒนาพื้นที่เหมืองลาบู เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่คนในพื้นที่
นอกจากนี้บริษัท ปตท.จำกัด ได้เห็นชอบให้จัดตั้งสถานีบริการน้ำมันเพื่ออำนวยความสะดวกและเป็นที่พักรถ ณ ฟาร์มตัวอย่าง อำเภอธารโต รวมถึงการก่อสร้างสนามบินเบตง ในพื้นที่ประมาณ 900 ไร่ ณ ตำบลยะรม อำเภอเบตง จากเดิมที่คาดว่าจะโครงการจะเสร็จสิ้นภายในปี 2561 ซึ่งล่าสุดคณะรัฐมนตรีได้ขยายกรอบเวลาออกไป โดยคาดว่าจะสามารถเปิดใช้งานได้ภายในปี 2562
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,271 วันที่ 18 - 21 มิถุนายน พ.ศ. 2560






