
ร้องสนช.แก้ปัญหารถตู้ธุรกิจ-ท่องเที่ยว
ประธาน กมธ.คมนาคม สนช. รับยื่นหนังสือจากคณะทำงานแก้ไขปัญหารถตู้หมวดธุรกิจและบริการท่องเที่ยว ขอปรับแก้ไขพ.ร.บ.ขนส่งทางบก พ.ศ.2522 สามารถนำรถตู้ส่วนบุคคล มาให้บริการได้ถูกต้องตามกฎหมาย
พลโทจเรศักณิ์ อานุภาพ ประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การคมนาคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) รับยื่นหนังสือจากนายชยพล บุญแสง ตัวแทนคณะทำงานแก้ไขปัญหารถตู้หมวดธุรกิจและบริการท่องเที่ยว เรื่อง ขอแยกรถยนต์นั่งไม่เกิน 12 ที่นั่ง หรือรถตู้ ที่ให้บริการเช่าเพื่อบริการธุรกิจและท่องเที่ยวออกจากรถโดยสารสาธารณะไม่ประจำทาง ในหมวด 3 ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ขนส่งทางบก พ.ศ.2522 เนื่องจากปัจจุบันรถตู้ที่บริการให้เช่าถูกบรรจุรวมอยู่ใน พ.ร.บ.ขนส่งโดยสารไม่ประจำทางหมวด 3 โดยอยู่รวมในหมวดเดียวกับรถโดยสารสาธารณะไม่ประจำทาง ซึ่งมีกฎระเบียบที่เป็นข้อจำกัดต่อความต้องการของผู้ที่จะเช่ารถตู้เดินทาง และผู้ที่มีความประสงค์นำรถตู้โดยสารส่วนบุคคลมาให้บริการ
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา มีประชาชนนำรถตู้ส่วนบุคคลมาให้บริการนักท่องเที่ยวและการทำธุรกิจเป็นจำนวนมาก แต่ยังไม่มีกฎหมายรองรับ ทำให้ถูกดำเนินคดีในข้อหาใช้รถผิดประเภท และเป็นผู้ประกอบการขนส่งโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีทั้งโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท ด้วยเหตุนี้ จึงขอให้ กมธ. คมนาคม สนช. พิจารณาปรับแก้ไขกฎหมายขนส่งทางบก โดยแยกรถยนต์นั่งไม่เกิน 12 ที่นั่ง หรือรถตู้ ให้เช่าบริการในธุรกิจและท่องเที่ยว ออกจากรถโดยสารสาธารณะไม่ประจำทาง ในหมวด3 โดยให้มีกฎหมายรองรับเป็นการเฉพาะ และแก้ไขกฎหมายขอจดประกอบการของรถยนต์นั่งรับจ้าง โดยให้แยกระเบียบการออกจากการจดประกอบรถโดยสารขนาดใหญ่ ให้เป็นการจดประกอบการแบบรถยนต์นั่งรับจ้างส่วนบุคคล เช่นเดียวกับรถแท็กซี่หรือรถลีมูซีน รวมทั้งขอให้พิจารณาปรับแยกรถยนต์นั่งรับจ้างออกจากช่องทางเดินรถโดยสารขนาดใหญ่และรถบรรทุกขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นอุปสรรคในการเดินทางที่ต้องใช้ช่องทางจราจรเดียวกัน และเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร นอกจากนี้ ขอให้ทบทวนการติดตั้งระบบนำทาง (GPS) ติดตามรถยนต์ในรถตู้หมวดบริการธุรกิจและการท่องเที่ยว เนื่องจากอาจเป็นการละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคลของผู้ที่ต้องการเดินทางด้วยรถในหมวดนี้ และปรับแก้ไขข้อบังคับเรื่องเวลา และชั่วโมงในการเดินทาง ที่เป็นข้อจำกัดต่อธุรกิจและโปรแกรมการท่องเที่ยวของผู้ใช้บริการที่แตกต่างกันตามภารกิจ
ด้าน พลโทจเรศักณิ์ กล่าวว่า จะนำข้อเรียกร้องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม กมธ.คมนาคม และจะเชิญตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาแนวทางการแก้ไขปัญหานี้ต่อไป โดยยึดหลักกฎหมายด้านการขนส่งสาธารณะและประโยชน์ของประชาชนผู้รับบริการ และต้องไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้รถใช้ถนนทั่วไปด้วย
พลโทจเรศักณิ์ อานุภาพ ประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การคมนาคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) รับยื่นหนังสือจากนายชยพล บุญแสง ตัวแทนคณะทำงานแก้ไขปัญหารถตู้หมวดธุรกิจและบริการท่องเที่ยว เรื่อง ขอแยกรถยนต์นั่งไม่เกิน 12 ที่นั่ง หรือรถตู้ ที่ให้บริการเช่าเพื่อบริการธุรกิจและท่องเที่ยวออกจากรถโดยสารสาธารณะไม่ประจำทาง ในหมวด 3 ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ขนส่งทางบก พ.ศ.2522 เนื่องจากปัจจุบันรถตู้ที่บริการให้เช่าถูกบรรจุรวมอยู่ใน พ.ร.บ.ขนส่งโดยสารไม่ประจำทางหมวด 3 โดยอยู่รวมในหมวดเดียวกับรถโดยสารสาธารณะไม่ประจำทาง ซึ่งมีกฎระเบียบที่เป็นข้อจำกัดต่อความต้องการของผู้ที่จะเช่ารถตู้เดินทาง และผู้ที่มีความประสงค์นำรถตู้โดยสารส่วนบุคคลมาให้บริการ
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา มีประชาชนนำรถตู้ส่วนบุคคลมาให้บริการนักท่องเที่ยวและการทำธุรกิจเป็นจำนวนมาก แต่ยังไม่มีกฎหมายรองรับ ทำให้ถูกดำเนินคดีในข้อหาใช้รถผิดประเภท และเป็นผู้ประกอบการขนส่งโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีทั้งโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท ด้วยเหตุนี้ จึงขอให้ กมธ. คมนาคม สนช. พิจารณาปรับแก้ไขกฎหมายขนส่งทางบก โดยแยกรถยนต์นั่งไม่เกิน 12 ที่นั่ง หรือรถตู้ ให้เช่าบริการในธุรกิจและท่องเที่ยว ออกจากรถโดยสารสาธารณะไม่ประจำทาง ในหมวด3 โดยให้มีกฎหมายรองรับเป็นการเฉพาะ และแก้ไขกฎหมายขอจดประกอบการของรถยนต์นั่งรับจ้าง โดยให้แยกระเบียบการออกจากการจดประกอบรถโดยสารขนาดใหญ่ ให้เป็นการจดประกอบการแบบรถยนต์นั่งรับจ้างส่วนบุคคล เช่นเดียวกับรถแท็กซี่หรือรถลีมูซีน รวมทั้งขอให้พิจารณาปรับแยกรถยนต์นั่งรับจ้างออกจากช่องทางเดินรถโดยสารขนาดใหญ่และรถบรรทุกขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นอุปสรรคในการเดินทางที่ต้องใช้ช่องทางจราจรเดียวกัน และเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร นอกจากนี้ ขอให้ทบทวนการติดตั้งระบบนำทาง (GPS) ติดตามรถยนต์ในรถตู้หมวดบริการธุรกิจและการท่องเที่ยว เนื่องจากอาจเป็นการละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคลของผู้ที่ต้องการเดินทางด้วยรถในหมวดนี้ และปรับแก้ไขข้อบังคับเรื่องเวลา และชั่วโมงในการเดินทาง ที่เป็นข้อจำกัดต่อธุรกิจและโปรแกรมการท่องเที่ยวของผู้ใช้บริการที่แตกต่างกันตามภารกิจ






