
ไทยหวังดึงนักลงทุนสเปนร่วมลงทุนอีอีซี
ไทยหวังดึงนักลงทุนสเปนเข้าร่วมลงทุน อีอีซี พร้อมตั้งเป้าลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านวิชาการประมง
วันนี้ (9 มิถุนายน 2560)นางสาวมาเรีย เดล การ์เมน โมเรโน ไรย์มุนโด เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรสเปนประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่ออำลาในโอกาสพ้นจากหน้าที่
ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฯแสดงความยินดีที่ได้พบกันในวันนี้ พร้อมขอบคุณที่ได้ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับสเปนให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้นตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ได้ดำรงตำแหน่ง พร้อมขอให้เชื่อมั่นว่า รัฐบาลไทยจะสานต่อความร่วมมือและสนับสนุนการทำงานของเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรสเปนฯ คนใหม่อย่างเต็มที่เช่นเดิม
นายกฯกล่าวว่า ในนามของรัฐบาลและประชาชนไทยขอขอบคุณที่สมเด็จพระราชาธิบดีเฟลีเป ที่ 6 แห่งสเปน สมเด็จพระราชาธิบดีฆวน คาร์ลอส ที่ 1 และสมเด็จพระราชินีโซเฟียทรงมีข้อความพระราชสาส์น แสดงความเสียพระราชหฤทัยต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รวมทั้งขอบคุณที่สมเด็จพระราชาธิบดีเฟลีเป ที่ 6 แห่งสเปน ทรงมีพระราชสาส์นถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในโอกาสที่ขึ้นทรงราชย์
ทั้งนี้ นายกฯและเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรสเปนฯ ได้หารือถึงความร่วมมือในเรื่องต่างๆ อาทิ ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายประสงค์ให้มีการเพิ่มมูลค่าการค้าและการลงทุนระหว่างกัน โดยรัฐบาลไทยประสงค์ให้นักลงทุนจากสเปนพิจารณาลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งเป็นสาขาที่สเปนมีความเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะสาขาการเกษตร และพลังงานทดแทน และเข้าร่วมโครงการต่าง ๆ ของไทยในโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor - EEC) ความร่วมมือด้านประมง ทั้งสองฝ่ายยินดีที่สามารถตกลงจัดทำบันทึกความเข้าใจเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการด้านประมง และการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อแก้ไขปัญหาการประมงผิดกฎหมาย (Illegal, Unreported and Unregulated - IUU) อย่างยั่งยืน
พร้อมกันนี้นายกฯหวังว่า ไทยและสเปนจะสามารถลงนามบันทึกความเข้าใจ และ Implementing Arrangement ว่าด้วยความร่วมมือด้านวิชาการประมง ในโอกาสแรก ความร่วมมือด้านความมั่นคง เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรสเปนฯ ขอบคุณที่ทั้งสองฝ่ายมีร่วมมือด้านความมั่นคงมายาวนานและแน่นแฟ้น อาทิ การถ่ายทอดเทคโนโลยีและการฝึกอบรมร่วมกันระหว่างบุคลากรกองทัพของทั้งสองประเทศ ด้านนายกรัฐมนตรีขอบคุณที่สเปนได้จัดหลักสูตรอบรมเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงและป้องกันประเทศ ศูนย์เพื่อการศึกษาด้านกลาโหมแห่งชาติ (Center for National Defense Studies – CESEDEN) ที่กระทรวงกลาโหมสเปน ซึ่งไทยได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมมาโดยตลอด
ในการนี้ นายกฯยินดีที่สเปนได้รับเลือกเป็นสมาชิกคณะกรรมการว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ (Committee on the Elimination of Racial Discrimination) วาระปี ค.ศ.2016-2019 และขอให้สเปนพิจารณาพันธกรณีในการสนับสนุน เอกอัครราชทูต เกรียงศักดิ์ กิตติชัยเสรี ซึ่งสมัครตำแหน่ง ผู้พิพากษาศาลกฎหมายทะเลระหว่างประเทศ (International Tribunal for the Law of the Sea) วาระปี ค.ศ. 2019-2026 ซึ่งจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 14 มิถุนายนนี้ (พ.ศ.2560)
และขอให้สเปนมั่นใจในสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศไทย โดยรัฐบาลมีความตั้งใจที่จะดำเนินตาม Roadmap เพื่อกลับคืนสู่การมีประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง สังคมที่ปรองดอง ซึ่งเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรสเปนฯ แสดงความชื่นชมกระบวนการทำงานของไทยในการขับเคลื่อนประเทศอย่างยั่งยืน และเชื่อมั่นว่าไทยจะมีบทบาทนำในภูมิภาคอาเซียน ที่จะสามารถสนับสนุนความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างเอเชียกับยุโรปให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นต่อไป
วันนี้ (9 มิถุนายน 2560)นางสาวมาเรีย เดล การ์เมน โมเรโน ไรย์มุนโด เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรสเปนประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่ออำลาในโอกาสพ้นจากหน้าที่
ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฯแสดงความยินดีที่ได้พบกันในวันนี้ พร้อมขอบคุณที่ได้ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับสเปนให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้นตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ได้ดำรงตำแหน่ง พร้อมขอให้เชื่อมั่นว่า รัฐบาลไทยจะสานต่อความร่วมมือและสนับสนุนการทำงานของเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรสเปนฯ คนใหม่อย่างเต็มที่เช่นเดิม
นายกฯกล่าวว่า ในนามของรัฐบาลและประชาชนไทยขอขอบคุณที่สมเด็จพระราชาธิบดีเฟลีเป ที่ 6 แห่งสเปน สมเด็จพระราชาธิบดีฆวน คาร์ลอส ที่ 1 และสมเด็จพระราชินีโซเฟียทรงมีข้อความพระราชสาส์น แสดงความเสียพระราชหฤทัยต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รวมทั้งขอบคุณที่สมเด็จพระราชาธิบดีเฟลีเป ที่ 6 แห่งสเปน ทรงมีพระราชสาส์นถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในโอกาสที่ขึ้นทรงราชย์
พร้อมกันนี้นายกฯหวังว่า ไทยและสเปนจะสามารถลงนามบันทึกความเข้าใจ และ Implementing Arrangement ว่าด้วยความร่วมมือด้านวิชาการประมง ในโอกาสแรก ความร่วมมือด้านความมั่นคง เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรสเปนฯ ขอบคุณที่ทั้งสองฝ่ายมีร่วมมือด้านความมั่นคงมายาวนานและแน่นแฟ้น อาทิ การถ่ายทอดเทคโนโลยีและการฝึกอบรมร่วมกันระหว่างบุคลากรกองทัพของทั้งสองประเทศ ด้านนายกรัฐมนตรีขอบคุณที่สเปนได้จัดหลักสูตรอบรมเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงและป้องกันประเทศ ศูนย์เพื่อการศึกษาด้านกลาโหมแห่งชาติ (Center for National Defense Studies – CESEDEN) ที่กระทรวงกลาโหมสเปน ซึ่งไทยได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมมาโดยตลอด
ในการนี้ นายกฯยินดีที่สเปนได้รับเลือกเป็นสมาชิกคณะกรรมการว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ (Committee on the Elimination of Racial Discrimination) วาระปี ค.ศ.2016-2019 และขอให้สเปนพิจารณาพันธกรณีในการสนับสนุน เอกอัครราชทูต เกรียงศักดิ์ กิตติชัยเสรี ซึ่งสมัครตำแหน่ง ผู้พิพากษาศาลกฎหมายทะเลระหว่างประเทศ (International Tribunal for the Law of the Sea) วาระปี ค.ศ. 2019-2026 ซึ่งจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 14 มิถุนายนนี้ (พ.ศ.2560)
และขอให้สเปนมั่นใจในสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศไทย โดยรัฐบาลมีความตั้งใจที่จะดำเนินตาม Roadmap เพื่อกลับคืนสู่การมีประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง สังคมที่ปรองดอง ซึ่งเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรสเปนฯ แสดงความชื่นชมกระบวนการทำงานของไทยในการขับเคลื่อนประเทศอย่างยั่งยืน และเชื่อมั่นว่าไทยจะมีบทบาทนำในภูมิภาคอาเซียน ที่จะสามารถสนับสนุนความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างเอเชียกับยุโรปให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นต่อไป






