
ศาลรธน.ไม่รับวินิจฉัยร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียม
ศาลรธน.ไม่รับวินิจฉัยคำร้องคปพ. ปมร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียม ขัดรธน.หรือไม่ ชี้ยังไม่เข้าเงื่อนไขตามมาตรา 213
นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติไม่รับคำร้องที่เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) นำโดย นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ที่ใช้สิทธิในฐานะประชาชนที่ถูกละเมิดสิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 ยื่นขอให้วินิจฉัยว่า ร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ลงมติผ่านวาระ 3 เมื่อวันที่ 30 เม.ย ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 วรรคสอง หรือไม่ ไว้วินิจฉัย
ทั้งนี้ศาลเห็นว่าคำร้องดังกล่าวยังไม่เข้าเงื่อนไขตามมาตรา 213 ที่ระบุว่าบุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อมีคำวินิจฉัยว่าการกระทำนั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ
สื่อข่าวรายงานว่า คำร้องดังกล่าวนายปานเทพ ได้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 9 พ.ค. เนื่องจากเห็นว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 77 ได้กำหนด ให้ก่อนการตรากฎหมายทุกฉบับ รัฐต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายอย่างรอบด้านและเป็นระบบ รวมทั้งเปิดเผยผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ต่อประชาชน เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายทุกขั้นตอน ซึ่งร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียม สิ้นสุดการพิจารณาในชั้นของสนช. เมื่อวันที่ 30 มี.ค. และมีการยื่นไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีในวันที่ 18 เม.ย. เพื่อให้ดำเนินการในเรื่องนำร่างกฎหมายขึ้นทูลเกล้า โดยเป็นระยะเวลาหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560 เมื่อวันที่ 6 เม.ย. จึงเห็นว่าระยะเวลา 12 วันนับจากวันที่ 6 เม.ย. - 18 เม.ย เป็นช่วงที่สนช.สามารถดำเนินการตามขั้นตอนรัฐธรรมนูญมาตรา 77 ได้แต่กลับไม่มีการดำเนินการ ร่างกฎหมายดังกล่าวจึงเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ จึงได้มาใช้สิทธิในฐานะประชาชนที่ถูกละเมิด
นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติไม่รับคำร้องที่เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) นำโดย นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ที่ใช้สิทธิในฐานะประชาชนที่ถูกละเมิดสิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 ยื่นขอให้วินิจฉัยว่า ร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ลงมติผ่านวาระ 3 เมื่อวันที่ 30 เม.ย ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 วรรคสอง หรือไม่ ไว้วินิจฉัย
ทั้งนี้ศาลเห็นว่าคำร้องดังกล่าวยังไม่เข้าเงื่อนไขตามมาตรา 213 ที่ระบุว่าบุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อมีคำวินิจฉัยว่าการกระทำนั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ
สื่อข่าวรายงานว่า คำร้องดังกล่าวนายปานเทพ ได้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 9 พ.ค. เนื่องจากเห็นว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 77 ได้กำหนด ให้ก่อนการตรากฎหมายทุกฉบับ รัฐต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายอย่างรอบด้านและเป็นระบบ รวมทั้งเปิดเผยผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ต่อประชาชน เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายทุกขั้นตอน ซึ่งร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียม สิ้นสุดการพิจารณาในชั้นของสนช. เมื่อวันที่ 30 มี.ค. และมีการยื่นไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีในวันที่ 18 เม.ย. เพื่อให้ดำเนินการในเรื่องนำร่างกฎหมายขึ้นทูลเกล้า โดยเป็นระยะเวลาหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560 เมื่อวันที่ 6 เม.ย. จึงเห็นว่าระยะเวลา 12 วันนับจากวันที่ 6 เม.ย. - 18 เม.ย เป็นช่วงที่สนช.สามารถดำเนินการตามขั้นตอนรัฐธรรมนูญมาตรา 77 ได้แต่กลับไม่มีการดำเนินการ ร่างกฎหมายดังกล่าวจึงเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ จึงได้มาใช้สิทธิในฐานะประชาชนที่ถูกละเมิด






