thansettakij
thansettakij
คง‘โรดแมป’สู่เลือกตั้ง สนช.เดินหน้าปั๊มกฎหมายลูก

คง‘โรดแมป’สู่เลือกตั้ง สนช.เดินหน้าปั๊มกฎหมายลูก

09 มิ.ย. 60 | 03:00 น.
โรดแมปสู่การเลือกตั้งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กระเพื่อมทันที เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้ง 4 คำถามฟังเสียงประชาชน ถูกนักการเมืองและนักวิชาการตีความในทางเดียวกันว่า เป็นสัญญาณเลื่อนเลือกตั้งหลังจากที่รัฐบาลทหารถูกฝ่ายการเมืองรุมตีเรื่องผลงาน 3 ปีคสช.ไม่เข้าเป้า ต่อด้วยเหตุระเบิดป่วนเมืองต่อเนื่อง จน “บิ๊กตู่” หลุดคำ “ถ้าไม่สงบก็ไม่ต้องเลือกตั้ง”

อย่างไรก็ตาม กระบวนการพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญ ทั้งร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) 10 ฉบับที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ต้องจัดทำให้แล้วเสร็จภายใน 240 วัน นับแต่ประกาศใช้รธน.เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560 หรือให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 2 ธันวาคม 2560 รวมถึงร่างกฎหมายอื่นที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ให้ต้องจัดทำ ยังคงเดินหน้าต่อเนื่องโดยภายในเดือนมิถุนายนนี้ จะมีพ.ร.ป. 2 ฉบับ และกฎหมายสำคัญที่ต้องมีตามรธน.อีก 2 ฉบับอยู่ในวาระของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบในวาระ 2 และ 3 และประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป

ขณะเดียวกันร่างพ.ร.ป.ฉบับที่ 3 ก็ถูกส่งเข้าสนช.และที่ประชุมลงมติเห็นชอบในหลักการในวาระ 1 เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในรายละเอียดตอ่ เนื่องกันไปแล้ว

[caption id="attachment_132046" align="aligncenter" width="446"] มีชัย ฤชุพันธุ์ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีชัย ฤชุพันธุ์ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)[/caption]

++สนช.รับร่างพ.ร.ป.ฉบับที่ 3
เมื่อวันศุกร์ที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่ประชุมสนช.ได้พิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่กรธ.ยกร่างเสร็จ และลงมติในวาระ 1 เห็นชอบในหลักการ ด้วยคะแนนเสียงเอกฉันท์ 190 เสียง พร้อมกับตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างฯ จำนวน 19 คนพิจารณารายละเอียดภายใน 45 วัน

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ประธานกรธ. ระบุว่า ร่างพ.ร.ป.ฉบับนี้มีหลักการใหม่ 2 เรื่อง คือ 1.การกำหนดให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใช้ระบบไต่สวนในการพิจารณาคดี โดยกำหนดให้ชัดเจนยิ่งขึ้นเพื่อเปิดทางให้ศาลทำหน้าที่แสวงหาความจริง เพื่อนำไปสู่ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และไม่ให้ใช้เทคนิคทางกฎหมายหาช่องโหว่มาต่อสู้กันมากเกินไป

2.การให้ศาลพิจารณาคดีลับหลังจำเลย เดิมที่ผ่านมาหากมีกรณีจำเลยหลบหนี ไม่ว่าจะก่อนหรือระหว่างพิจารณาคดีในศาล ส่งผลให้กระบวนการไต่สวนทำได้ไม่เต็มที่ ร่างกฎหมายใหม่ฉบับนี้จึงกำหนดให้ศาลไต่สวนลับหลังได้ ไม่ให้การพิจารณาคดีสะดุด เพื่อว่าอย่างน้อยสังคมจะได้รับรู้ว่าการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาผิดหรือถูกผ่านกระบวนการทางศาล และหากบุคคลกระทำความผิดจริงจะนำไปสู่การขาดคุณสมบัติการดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วย

ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนี้ นับเป็นร่างพ.ร.ป.ฉบับที่ 3 และคาดว่าจะต่อด้วยร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งกรธ.และสนช.ทำงานคู่ขนานกันไป โดยระหว่างที่กรธ.พิจารณายกร่างทางสนช.ก็ตั้งคณะกรรมการศึกษาร่างฯ ขึ้นมาติดตามควบคู่กันไปเพื่อให้เมื่อเสนอเข้าสนช.และให้ความเห็นชอบในหลักการวาระที่1 เสร็จแล้ว คณะกรรมการพิจารณาร่างฯ ของสนช.จะเข้าเป็นกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างฯเพื่อให้ทำงานต่อเนื่องได้ทันทีตามปฏิทินงานของกรธ.ที่จะทยอยส่งร่างกฎหมายลูกให้สนช.พิจารณาเดือนละฉบับให้ทันกรอบเวลาตามรัฐธรรมนูญ

++กฎหมายกกต.ประเดิม
ขณะที่ร่างพ.ร.ป. 2 ฉบับแรกที่อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของกมธ.วิสามัญฯ แล้ว ก็มีความคืบหน้า โดยร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)นั้น กมธ.วิสามัญฯพิจารณาในภาพรวมทั้งร่างครบ 78 มาตราแล้วพร้อมส่งผลการพิจารณาให้สนช.พิจารณาเพื่อลงมติในวาระ 2 และ 3 แล้วนั้น

ทั้งนี้ กมธ.วิสามัญฯ ได้ข้อยุติใน 2 ประเด็นที่มีข้อถกเถียงกว้างขวางแล้ว คือ 1.ประเด็นเรื่องกกต.จังหวัด สรุปว่ากมธ.วิสามัญฯ เห็นชอบตามร่างที่กรธ.เสนอ คือ ยกเลิกกกต.จังหวัดและให้มีผู้ตรวจการเลือกตั้งจังหวัดแทน และ 2.ประเด็นสถานะของกกต.เดิม ซึ่งรัฐธรรมนูญระบุให้เป็นไปตามพ.ร.ป.ว่าด้วยกกต.จะกำหนด สรุปว่าตามร่างของกมธ.วิสามัญฯ ให้กกต.ที่ดำรงพ้นจากตำแหน่งทั้งหมดเมื่อกฎหมายใหม่บังคับใช้ แต่ให้อยู่ปฏิบัติหน้าที่จนกว่ากกต.ชุดใหม่จะเข้ารับตำแหน่ง ซึ่งจะใช้เวลาสรรหาประมาณ 60 วัน

ข้อสรุปดังกล่าวทำให้จากเดิมที่คิดว่า กกต.ชุดปัจจุบัน จะมีปัญหาเรื่องขาดคุณสมบัติตามรธน.ใหม่ 2 คน คือ นายสมชัยศรีสุทธิยากร เรื่องระยะเวลาในการทำงานภาคประชาชน และนายประวิช รัตนเพียรที่เคยดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระก่อนมาเป็นกกต. ซึ่งเป็นข้อห้ามตามรธน.ใหม่ ส่วนอีก 3 คนไม่กระทบ อาจได้อยู่ต่อและสรรหาเพิ่มอีก 4 ให้เต็มจำนวน 7 คนตามกฎหมายใหม่ ทำให้นายสมชัยถึงกลับกล่าวว่าเลวร้ายกว่าที่คาด กลายเป็นว่าต้องพ้นตำแหน่งทั้งหมดและไม่สามารถสมัครเข้ารับการสรรหากลับมาได้อีก ขณะที่นายมีชัยเชียร์ว่า เด็ดขาดยิ่งกว่ากรธ.เสียอีก

ประเด็นหลังนี้ยังมีความเห็นแย้งกันอยู่ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ชี้ว่าต้องไปฟังความเห็นในการพิจารณาวาระที่ 2 และ 3 ของที่ประชุมใหญ่สนช.ในวันศุกร์ที่ 9 มิถุนายนนี้ ซึ่งร่างพ.ร.ป.นั้นสามารถแก้ไขได้ หากอยู่ในหลักการและไม่ขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ หากมีสนช.ไม่น้อยกว่า 10% ของสมาชิกที่มีอยู่ เห็นว่าไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญสามารถยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้

รวมทั้งหากร่างนี้ผ่านการลงมติวาระ 3 แล้วนั้น กกต.ในฐานะองค์กรอิสระ สามารถส่งความเห็นแย้งได้ภายใน 10 วันหากเห็นว่าขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดหากสุดท้ายร่างกฎหมายนี้ตกไปต้องเริ่มกระบวนการร่างกฎหมายลูกนี้กันใหม่ อาจส่งผลต่อการเลือกตั้งที่ต้องเลื่อนออกไป

++ร่างพ.ร.ป.พรรคสะเด็ดนํ้า
ด้านร่างพ.ร.ป.ว่าด้วย พรรคการเมืองนั้น กมธ.ก็ได้ข้อยุติในประเด็นที่มีข้อถกเถียงกว้างขวางแล้วเช่นกัน โดยได้ขอขยายเวลาการพิจารณาจากเดิมอีก 5 วัน จะสามารถเสนอสรุปผลการพิจารณาของกมธ.วิสามัญฯให้สนช.พิจารณา เพื่อลงมติในวาระ 2-3 ได้ในเดือนมิถุนายนี้เช่นกัน

ประเด็นที่มีข้อถกเถียงและกมธ.มีมติเป็นข้อสรุปแล้ว 3 ประเด็นคือ 1.เรื่องทุนประเดิมพรรคการเมือง จากร่างเดิมกรธ.กำหนดให้พรรคการเมืองต้องมีทุนประเดิมจัดตั้งพรรค 1 ล้านบาท กมธ.เห็นควรให้แก้ไขเป็น 1.5 ล้านบาท จากตัวเลขค่าใช้จ่ายการหาเสียงเลือกตั้งส.ส.แต่ละคนครั้งที่ผ่านมา แต่ไม่จำเป็นต้องมีในวันยื่นขอจัดตั้งพรรค แต่หากจะส่งผู้สมัครส.ส.ในการเลือกตั้ง จะต้องมีทุนประเดิมจำนวนดังกล่าว และจะยังไม่ได้รับการจัดสรรงบสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองของกกต.จนกว่าจะมีทุนประเดิมจัดตั้งพรรคตามที่กำหนด

2.ค่าสมัครสมาชิกพรรคและค่าบำรุงพรรครายปี เห็นชอบให้มีตามกรธ.เสนอ แต่ให้เสียค่าสมัครปีแรกไม่น้อยกว่า 50 บาทและปีถัดไปไม่น้อยกว่า 100 บาทอย่างไรก็ตาม ข้อเสนอปรับแก้นี้กมธ.ในส่วนกรธ.ขอสงวนคำแปรญัตติทั้งหมด จึงต้องตั้งกมธ.ร่วม11 คน จากสนช.และกรธ.ฝ่าย ละ 5 คน และตัวแทนจากศาลรัฐธรรมนูญอีก 1 คน เพื่อพิจารณาหาทางออกอีกครั้ง

3.ประเด็นเรื่องวิธีการคัดเลือกผู้สมัครส.ส.จากเดิมที่เป็นอำนาจของกรรมการบริหารพรรคจะเป็นผู้พิจารณานั้น กมธ. กำหนดให้ การคัดเลือกผู้สมัครส.ส.แบบแบ่งเขต ให้สาขาพรรคหรือตัวแทนจังหวัดเป็นผู้ประกาศรับสมัครและให้สมาชิกคัดเลือกจนได้ชื่อ 2 ลำดับแรกในแต่ละเขต แล้วส่งรายชื่อให้กรรมการสรรหาที่จะส่งให้กรรมการบริหารพรรคพิจารณา หากกรรมการพรรคไม่เลือกบุคคลตามชื่อลำดับแรกต้องให้เหตุผล หรือหากไม่เลือกทั้ง 2 คน ต้องกลับไปเริ่มกระบวนการใหม่ ส่วนผู้สมัครบัญชีพรรคต้องเปิดรับสมัคร แล้วกรรมการสรรหาต้องจัดทำบัญชีรายชื่อ 150 คน โดยหัวหน้าพรรคต้องเป็นลำดับที่ 1 เท่านั้น แล้วส่งบัญชีรายชื่อให้สมาชิกพรรคลงคะแนน โดยเลือกได้ 50 คน เพื่อนำคะแนนมาจัดลำดับ หากคะแนนเท่ากัน เป็นอำนาจของกรรมการบริหารพรรคเลือก เพื่อแก้ปัญหานายทุนครอบงำพรรค

[caption id="attachment_157623" align="aligncenter" width="503"] คง‘โรดแมป’สู่เลือกตั้ง สนช.เดินหน้าปั๊มกฎหมายลูก คง‘โรดแมป’สู่เลือกตั้ง สนช.เดินหน้าปั๊มกฎหมายลูก[/caption]

ในส่วนของร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองนี้ ได้ขอขยายเวลาพิจารณาจาก 45 วัน ออกไปอีก 5 วัน ประธานสนช.ยืนยันว่า ไม่กระทบกรอบใหญ่ของสนช.ที่ต้องพิจารณาภายใน 60 วันแต่อย่างใด

หากร่างพ.ร.ป.ทั้ง 2 ฉบับผ่านความเห็นชอบวาระ 2-3 จะเป็นการทำคลอดกฎหมายประกอบรธน. 2 ฉบับแรก และที่ทะยอยตามมาอีกจนครบทั้ง 10 ฉบับ เพื่อให้อยู่ในกรอบเวลา 240 วันตามรธน. และเดินหน้าสู่การเลือกตั้งตามโรดแมปที่ พล.อ.ประยุทธ์ยํ้าว่า ต้องเป็นไปตามกฎหมายระบุไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ.ร.ป.4 ฉบับที่ต้องแล้วเสร็จเพื่อให้จัดการเลือกตั้งได้ โดยนอกจาก2 ฉบับแรกนี้แล้ว อีก 2 ฉบับได้แก่ ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว.

โรดแมปสู่การเลือกตั้งในด้านการเตรียมความพร้อมและการออกกฎหมายสำคัญที่ต้องมีเพื่อรองรับการเลือกตั้งครั้งใหม่ยังเดินหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวทีสนช.ที่กฎหมายสำคัญเริ่มทยอยเสนอเข้าสู่การพิจารณาและภายในเดือนมิถุนายนนี้ จะเริ่มเห็นผลผลิตที่จะมีตามออกมาอย่างต่อเนื่องแล้ว เพราะเป็นภาคบังคับให้ต้องเร่งทำตามรัฐธรรมนูญ

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,268 วันที่ 8 - 10 มิถุนายน พ.ศ. 2560
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • politics