
สปท.ชี้แผนยุทธศาสตร์ชาติ -ปฏิรูปฯ กลไกขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0
“อลงกรณ์”ชี้ ร่าง พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ และร่าง พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ เป็นกลไกขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศสำเร็จ พาประเทศก้าวพ้น 3 กับดัก สู่การเป็นประเทศไทย 4.0
นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) คนที่หนึ่ง ในฐานะประธานชมรมสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ 57 (สปช. 57) เป็นประธานกล่าวเปิดงานเสวนาการปฏิรูปประเทศ (Reform Forum) พร้อมทั้งกล่าวเปิดการเสวนา เรื่อง "ก้าวใหม่ไทยแลนด์ 4.0 ภายใต้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ" ซึ่งจัดขึ้นโดยชมรม สปช. 57 ร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
รองประธาน สปท. กล่าวว่า แม้จะมีการปรับโมเดลเศรษฐกิจหลายครั้งใน ประเทศไทย แต่ก็ยังไม่สามารถนำประเทศก้าวขึ้นไปเป็นประเทศที่มีรายได้สูงได้ เพราะประเทศยังติดกับ 3 กับดัก คือ "กับดักประเทศรายได้ปานกลาง"
"กับดักความเหลื่อมล้ำความมั่งคั่ง" และ "กับดักความไม่สมดุลในการพัฒนา" ทั้งสามกับดักนี้ฉุดรั้งศักยภาพในการพัฒนาประเทศมาเป็นระยะเวลายาวนาน ซึ่งประเทศไทยเริ่มต้นจากการเป็นประเทศไทย 1.0 เน้นสังคมเกษตรกรรมเป็นหลัก จากนั้นจึงก้าวเข้าสู่การเป็นประเทศไทย 2.0 ที่เน้นอุตสาหกรรมเบา แรงงานราคาถูก และประชากรเริ่มมีการศึกษามากขึ้น จากนั้นเป็นยุคของประเทศไทย 3.0 ที่เปลี่ยนจากอุตสาหกรรมเบามาเป็นอุตสาหกรรมหนักและการส่งออก ที่ใช้ต้นทุนและเทคโนโลยีในการผลิตจากต่างประเทศ จนกระทั่งถึงยุคปัจจุบัน ประเทศไทยจำเป็นต้องก้าวข้ามเพื่อหลุดพ้นจากกับดักดังกล่าว เพื่อก้าวขึ้นไปเป็น "ประเทศไทย 4.0" ให้ได้ เมื่อเป้าหมายเพื่อยกระดับไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว ประชากรมีรายได้สูง และสามารถพึ่งพาตัวเองได้ ครอบคลุมทั้ง 4 มิติ ประกอบด้วย 1. มีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ต้องเป็นระบบเศรษฐกิจที่เน้นการสร้างมูลค่า และขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ 2.ต้องมีความอยู่ดีมีสุขทางสังคม เป็นสังคมที่เดินหน้าไปด้วยกัน ไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลังด้วยการเติมเต็มศักยภาพของผู้คนในสังคม เพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ฟื้นความสมานฉันท์และความเป็นปึกแผ่นของคนในสังคม
3. ยกระดับคุณค่ามนุษย์ ด้วยการพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ในศตวรรษที่ 21 ควบคู่ไปกับการเป็นคนไทย 4.0 ในโลกที่หนึ่ง และ 4. รักษ์สิ่งแวดล้อม สร้างสังคมให้เป็นที่น่าอยู่ มีระบบเศรษฐกิจที่สามารถปรับสภาพตามภูมิอากาศ ควบคู่ไปกับการเป็นสังคมคาร์บอนต่ำอย่างเต็มรูปแบบ ตามมาตรา 65 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่ได้บัญญัติให้รัฐต้องพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติขึ้น เพื่อเป็นเป้าหมายในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ตามหลักธรรมาภิบาล และใช้ยุทธศาสตร์เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่าง ๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกัน ให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมาย
นอกจากนัั้นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีควบคู่กันไปกับยุทธศาสตร์ชาติ คือ การปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา 259 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่บัญญัติให้การปฏิรูปประเทศเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ ที่ต้องมีวิธีการจัดทำแผนการมีส่วนร่วมของประชาชนและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีขั้นตอนในการดำเนินการปฏิรูปประเทศ การวัดผลการดำเนินการ และระยะเวลาดำเนินการปฏิรูปประเทศทุกด้านควบคู่ไปด้วย ร่าง พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ และร่างพ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ คือเครื่องมือและกลไกสำคัญที่จะช่วยให้การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศสำเร็จ เกิดสัมฤทธิผลอย่างมีประสิทธิภาพ และนำพาประเทศไทยไปสู่การเป็นประเทศไทย 4.0 ที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม
นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) คนที่หนึ่ง ในฐานะประธานชมรมสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ 57 (สปช. 57) เป็นประธานกล่าวเปิดงานเสวนาการปฏิรูปประเทศ (Reform Forum) พร้อมทั้งกล่าวเปิดการเสวนา เรื่อง "ก้าวใหม่ไทยแลนด์ 4.0 ภายใต้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ" ซึ่งจัดขึ้นโดยชมรม สปช. 57 ร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
รองประธาน สปท. กล่าวว่า แม้จะมีการปรับโมเดลเศรษฐกิจหลายครั้งใน ประเทศไทย แต่ก็ยังไม่สามารถนำประเทศก้าวขึ้นไปเป็นประเทศที่มีรายได้สูงได้ เพราะประเทศยังติดกับ 3 กับดัก คือ "กับดักประเทศรายได้ปานกลาง"
"กับดักความเหลื่อมล้ำความมั่งคั่ง" และ "กับดักความไม่สมดุลในการพัฒนา" ทั้งสามกับดักนี้ฉุดรั้งศักยภาพในการพัฒนาประเทศมาเป็นระยะเวลายาวนาน ซึ่งประเทศไทยเริ่มต้นจากการเป็นประเทศไทย 1.0 เน้นสังคมเกษตรกรรมเป็นหลัก จากนั้นจึงก้าวเข้าสู่การเป็นประเทศไทย 2.0 ที่เน้นอุตสาหกรรมเบา แรงงานราคาถูก และประชากรเริ่มมีการศึกษามากขึ้น จากนั้นเป็นยุคของประเทศไทย 3.0 ที่เปลี่ยนจากอุตสาหกรรมเบามาเป็นอุตสาหกรรมหนักและการส่งออก ที่ใช้ต้นทุนและเทคโนโลยีในการผลิตจากต่างประเทศ จนกระทั่งถึงยุคปัจจุบัน ประเทศไทยจำเป็นต้องก้าวข้ามเพื่อหลุดพ้นจากกับดักดังกล่าว เพื่อก้าวขึ้นไปเป็น "ประเทศไทย 4.0" ให้ได้ เมื่อเป้าหมายเพื่อยกระดับไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว ประชากรมีรายได้สูง และสามารถพึ่งพาตัวเองได้ ครอบคลุมทั้ง 4 มิติ ประกอบด้วย 1. มีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ต้องเป็นระบบเศรษฐกิจที่เน้นการสร้างมูลค่า และขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ 2.ต้องมีความอยู่ดีมีสุขทางสังคม เป็นสังคมที่เดินหน้าไปด้วยกัน ไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลังด้วยการเติมเต็มศักยภาพของผู้คนในสังคม เพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ฟื้นความสมานฉันท์และความเป็นปึกแผ่นของคนในสังคม
3. ยกระดับคุณค่ามนุษย์ ด้วยการพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ในศตวรรษที่ 21 ควบคู่ไปกับการเป็นคนไทย 4.0 ในโลกที่หนึ่ง และ 4. รักษ์สิ่งแวดล้อม สร้างสังคมให้เป็นที่น่าอยู่ มีระบบเศรษฐกิจที่สามารถปรับสภาพตามภูมิอากาศ ควบคู่ไปกับการเป็นสังคมคาร์บอนต่ำอย่างเต็มรูปแบบ ตามมาตรา 65 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่ได้บัญญัติให้รัฐต้องพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติขึ้น เพื่อเป็นเป้าหมายในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ตามหลักธรรมาภิบาล และใช้ยุทธศาสตร์เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่าง ๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกัน ให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมาย
นอกจากนัั้นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีควบคู่กันไปกับยุทธศาสตร์ชาติ คือ การปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา 259 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่บัญญัติให้การปฏิรูปประเทศเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ ที่ต้องมีวิธีการจัดทำแผนการมีส่วนร่วมของประชาชนและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีขั้นตอนในการดำเนินการปฏิรูปประเทศ การวัดผลการดำเนินการ และระยะเวลาดำเนินการปฏิรูปประเทศทุกด้านควบคู่ไปด้วย ร่าง พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ และร่างพ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ คือเครื่องมือและกลไกสำคัญที่จะช่วยให้การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศสำเร็จ เกิดสัมฤทธิผลอย่างมีประสิทธิภาพ และนำพาประเทศไทยไปสู่การเป็นประเทศไทย 4.0 ที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม






