thansettakij
thansettakij
คปพ.ประเดิมสิทธิ! ยื่นวินิจฉัย "ร่างพรบ.ปิโตรเลียม"

คปพ.ประเดิมสิทธิ! ยื่นวินิจฉัย "ร่างพรบ.ปิโตรเลียม"

09 พ.ค. 60 | 07:41 น.
อัปเดตล่าสุด :09 พ.ค. 60 | 14:46 น.
คปพ.ขอประเดิมใช้สิทธิประชาชนถูกละเมิดยื่นศาลรธน.วินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมขัด รธน.มาตรา 77 วรรคสอง ไม่รับฟังความเห็นประชาชน

 
วันที่ 9 พ.ค.60--เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) นำโดยนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ .ใช้สิทธิในฐานะประชาชนที่ถูกละเมิดสิทธิ เข้ายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้วินิจฉัยว่า ร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ที่ สนช.ลงมติผ่านวาระ 3 เมื่อวันที่ 30 เม.ย ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 วรรคสอง หรือไม่ เนื่องจากเห็นว่า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77 ได้กำหนดว่าก่อนการตรากฎหมายทุกฉบับ รัฐต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นผู้เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ผลระทบที่อาจจะเกิดขึ้น และเปิดเผยผลการรับฟังความคิดเห็น และการวิเคราะห์ต่อประชาชนรวมถึงนำมาประกอบการกระบวนการตรากฎหมายทุกขั้นตอน ซึ่งในการชั้นการพิจารณาของสนช.ที่ผ่านวาระ 3 ไปเมื่อวันที่ 30 มี.ค. ก็อ้างว่ารัฐธรรมนูญยังไม่ประกาศใช้จึงไม่จำเป็นต้องดำเนินการตามมาตรา 77 แต่เมื่อรัฐธรรมนูญประกาศบังคับใช้ในวันที่ 6 เม.ย .คปพ.ก็ เห็นว่าก่อนการตรากฎหมายจะต้องมีการดำเนินการตามกระบวนการมาตรา 77 อย่างเคร่งครัด

 
" ตอนแรก ๆ เราก็ไม่มั่นใจว่ารัฐมีการนำร่างพ.ร.บ.ขึ้นทูลเกล้าแล้วหรือยัง แล้วก็พบว่าหลัง สนช.สิ้นสุดการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ในวันที่ 30 มี.ค. ต่อมาวันที่ 18 เม.ย.เลขาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้ยื่นเรื่องไปยังเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ดำเนินการในเรื่องนำร่างกฎหมายขึ้นทูลเกล้า แปลว่าเลขาสนช. มีเวลา 12 วันนับแต่ที่รัฐธรรมนูญประกาศเมื่อ 6 เม.ย. ที่จะสามารถรับฟังความคิดเห็น วิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตรากฎหมาย แต่ก็กลับไม่ทำ กลับยื่นไปยังเลขาครม.เฉยๆ ซึ่งเลขาครม. ก็เสนอต่อนายกฯเพื่อนำขึ้นทูลเกล้า ขั้นตอนนี้ก็ไม่มีการรับฟังความคิดเห็นประชาชนอีก ทูลเกล้าฯไปเฉยๆ จึงเท่ากับว่าสิทธิของประชาชนถูกละเมิดแน่นอนนับแต่วันที่ 6 เม.ย.จนถึงในวันทูลเกล้าฯถวายซึ่งเป็นขั้นตอนก่อนการตรากฎหมายตามมาตรา 77"

 
นอกจากนี้ยังเห็นว่าเนื้อหาของร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียมขัดต่อรัฐธรรมนูญหลายมาตรา เช่นการจัดเรื่องการตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติในมาตรา 10/1 ออกทั้งที่มาจากมติครม.เสนอให้สนช.พิจารณา การตัดออกก็ทำโดยไม่มีการประชุมคณะกรรมาธิการ มีการถอนออกโดยไม่มีการลงมติเห็นชอบของสนช. จึงอาจเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 13,14,15 และยังอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 164(1)(4) ที่กำหนดให้ในการบริหารราชการแผ่นดิน ครม.ต้องปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจด้วยความรอบคอบระมัดระวังในการดำเนินกิจการต่างๆ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนส่วน่วม เพราะร่างกฎหมายนี้มีประชาชนคัดค้านเต็มไปหมดทั้งผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาการบังคับใช้พ.ร.บ.ปิโตรเลียม 2 ฉบับของสนช.เมื่อปี 2558 ผลการรับฟังความเห็นของสภาปฎิรูปแห่งชาติ ความเห็นแย้งของประธานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน หรือมติของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จึงเห็นว่าการดำเนินการทั้งหมดของรัฐสะท้อนว่าไม่เป็นการบริหารราชการด้วยหลักธรรมาภิบาล ไม่รักษาผลประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในทุกประเด็นที่เห็นว่าร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียมขัดต่อรัฐธรรมนูญ โดยอาศัยประตูจากการที่ประชาชนถูกละเมิดตามมาตรา 77 และ มาตรา 213ที่ เปิดโอกาสให้ประชาชนที่ถูกละเมิดสิทธิสามารถยื่นเรื่องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ ประเดิมในการใช้สิทธิยื่นเรื่องนี้

 
เมื่อถามว่าจะเป็นข้ออ้างว่า การที่ร่างกฎหมาย โดยยังไม่มีรัฐธรรมนูญใหม่ จึงยังไม่ต้องดำเนินการตามมาตรา 77 วรรคสอง ได้หรือไม่ นายปานเทพ กล่าวว่า หาก สนช.เข้าใจการรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 วรรคสอง ต้องทำในระหว่างการพิจารณาร่างกฎหมาย ดังนั้นก่อนที่จะถึงวันที่ 30 เมษายน จะต้องมีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน แต่ตามรัฐธรรมนูญบัญญัติว่าต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนก่อนที่การตรากฎหมาย ดังนั้นการที่รัฐธรรมนูญเขียนอย่างนี้แสดงว่า จะต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตั้งวันที่ 30 เมษายน ถึงวันที่จะนำร่าง พ.ร.บ.ขึ้นทูลเกล้าฯ ทั้งนี้ยืนยันการยื่นต่อรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของชาติและส่วนรวม ไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัวมาเกี่ยวข้อง

 
นายปานเทพ กล่าวภายหลังยื่นคำร้อง ว่า ทราบจากเจ้าหน้าที่ว่าหลังมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแล้ว มีประชาชนใช้สิทธิ์ยื่นขอให้ศาลวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 แล้วโดยรวมของคปพ. เป็น 25 คำร้อง โดยคำร้องคปพ. ถือเป็นคำร้องแรกที่ยื่นให้วินิจฉัยตามมาตรา 77 ซึ่งก็จะรอดูการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ หากรับคำร้องดังกล่าวไว้วินิจฉัยก็จะเท่ากับว่าเป็นการสร้างบรรทัดฐาน ว่าถ้าหากประชาชนถูกละเมิดสิทธิ์ในกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ก่อนการตรากฎหมาย ก็สามารถใช้สิทธิ์ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ และทราบว่าศาลรัฐธรรมนูญมีการประชุมทุกสัปดาห์ แต่ละครั้งจะพิจารณาคำร้อง 5-6 คำร้อง ดังนั้นกรณีนี้เชื่อว่าไม่เกิน 1 เดือนจะทราบว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับไว้วินิจฉัยหรือไม่ และอยากฝากถึงนายกรัฐมนตรีว่าในขณะนี้ทางภาคประชาชนได้มีการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว หากศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องนายกรัฐมนตรีก็ควรชะลอการนำร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมขึ้นทูลเกล้าฯ หรือหากขณะนี้มีการทูลเกล้าฯไปแล้ว แต่ยังไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย นายกรัฐมนตรีก็สามารถไปขอพระราชทานคืน เพื่อนำมาดำเนินการให้ถูกต้อง โดยหลังจากนี้ คปพ.ก็จะทำจดหมายไปถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ทบทวนการนำขึ้นทูลเกล้าฯ และยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดินอีกครั้ง เพื่อให้พิจารณาว่า กฎหมายดังกล่าวยังไม่ได้มีการดำเนินการ ตามมาตรา 77 วรรคสอง

 
สำหรับการยื่นคำร้องครั้งนี้ นายปานเทพ ได้นำคำร้องจำนวน 800 หน้า บรรจุในกระเป๋าเดินทางจำนวน 2 กระเป๋า เนื่องจากจะต้องสำเนาคำร้องให้ตุลาการทั้ง 9 คน
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • politics