
อะไรคือสาเหตุ? การลงทุนเอกชน‘ไม่เปรี้ยง’
แม้แนวโน้มเศรษฐกิจปีนี้สดใสกว่าปีก่อนหน้า หากการลงทุนภาคเอกชนทั้งไทยและต่างประเทศยังไม่ขยับตัวอย่างมีนัยสำคัญชนิดเปรี้ยงปร้าง ทั้งที่รัฐบาลจัดแพ็กเกจภาษีชุดพิเศษ มอบให้เอกชนผู้ตัดสินใจลงทุนภายในปี 2560 (เดิมสิ้นสุด) ปี 2559 แล้วก็ตาม ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา การลงทุนจากต่างประเทศ มีเพียงการทำเอ็มโอยูระหว่าง บมจ.การบินไทยกับ บริษัท แอร์บัสฯ ที่จะศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาธุรกิจศูนย์ซ่อมเครื่องบินอากาศยานเท่านั้น
หลายเดือนก่อนหน้านี้นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาเรียกร้องต่อสาธารณชนหลายครั้ง ให้ภาคเอกชนเร่งตัดสินใจลงทุนก่อน “แพ็กเกจภาษีชุดพิเศษ” จะสิ้นสุดในปีนี้ พร้อมกับยํ้าด้วยว่าจะไม่มีการต่ออายุมาตรการอีกต่อไป
[caption id="attachment_134753" align="aligncenter" width="500"]
สมคิด จาตุศรีพิทักษ์[/caption]
หากพิจารณาดัชนีการลงทุน ณ เดือนมกราคม (ล่าสุด)ที่ผ่านมา ของธนาคารแห่งประเทศไทย เปรียบเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อนหน้า ข้อมูลสะท้อนว่าภาวการณ์ลงทุน ทรงตัวแต่ไม่ถึงกับน่ากังวล ดัชนีหลายรายการเช่น การจำหน่ายปูนซีเมนต์รถยนต์นั่ง หรือ การนำเข้าสินค้าทุนเดือนมกราคมปีนี้ลดลงแต่ยอดจำหน่ายรถยนต์นั่งเพิ่มขึ้น
นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ยืนยันว่าสัญญาณขาขึ้นของการลงทุนเอกชนเริ่มเห็นชัดตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แต่เขายอมรับว่าอัตราที่เพิ่มขึ้นยังไม่แรงพอหากเทียบกับมาตรการที่ รัฐได้ให้ อย่างไม่เคยให้มาก่อน
สาเหตุคืออะไร?
มีคำอธิบายถึงสาเหตุที่การลงทุนเอกชนยังไม่คึกคักตามที่หลายฝ่ายคาดหวังเอาไว้หลายมุมมอง นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เชื่อว่ามา(การลงทุนจากต่างประเทศ) แน่แต่ต้องรอหน่อย เขาให้ความเห็น ว่า กำลังการผลิตของภาคกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงสาเหตุที่ภาคเอกชนยังรีรอเพราะรอการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของรัฐเช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงก่อนยํ้ามีสัญญาณว่าการลงทุนของภาคเอกชนจะเพิ่มขึ้นชัดเจนแต่ต้องรอเวลา พร้อมยืนยันว่ากลุ่มธุรกิจต่างประเทศอาทิค่ายรถยนต์ได้ประกาศขยายการลงทุนเช่น บีเอ็มดับบลิว หรือ กลุ่มอาลีบาบาก็แสดงความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในไทย
อย่างไรก็ดียังมีคำอธิบายถึงสาเหตุที่ตัวเลขการลงทุนเอกชนยังไม่เปรี้ยง ด้วยมุมมองที่ต่างออกไป นายวิรไท สันติประภพผู้ว่าการแบงก์ชาติ มองว่าสภาวะการลงทุนไม่เติบโตเกิดขึ้นทั้งโลกเนื่องจากการลงทุนในยุคดิจิตอลไม่ได้ให้เกิดผลิตภาพ แต่เป็นการลงทุนจากการใช้เครือข่ายในการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมเดิมเช่นการให้บริการแท็กซี่โดยไม่ต้องมีแท็กซี่ หรือให้บริการโรงแรมโดยไม่ต้องมีโรงแรม
[caption id="attachment_134755" align="aligncenter" width="500"]
เจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.)[/caption]
อย่ามองมุมเดียว
ขณะที่ นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) มองว่า กำลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรมปัจจุบันอยู่ที่ 60%ของกำลังการผลิตรวม ผนวกกับเอกชนกังวลผลจากนโยบายของทรัมป์เช่น จะขึ้นกำแพงภาษีสินค้าจีนและเม็กซิโกจะนำไปสู่สงครามการค้า และยังรอความชัดเจนจากผลของเบร็กซิทอีกด้วย คือสาเหตุที่ทำให้การลงทุนเอกชนยังไม่ขยับตัวมากนัก
อย่างไรก็ดี ประธาน ส.อ.ท.ได้ยืนยันกับ “ฐานเศรษฐกิจ”หลายครั้งระหว่างการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า ภาวการณ์ลงทุนเอกชนไม่ได้เลวร้ายนักอย่างที่เข้าใจกัน การเปิดโรงงานใหม่มีทุกวัน เขาแย้งว่าการดูยอดการใช้อิฐ หิน ปูน ทราย ฯลฯ แล้วสรุปว่า “การลงทุนภาคเอกชน” ไม่ขยับอาจให้ภาพไม่ถูกต้องนักเจน ยังชี้ให้เห็นว่ามี 2 ปัจจัย ที่ไม่ได้ถูกนำมาผนวกรวมเพื่อสะท้อนภาพการลงทุนเอกชนคือ
1. การลงทุนเอกชนไทยในต่างแดน และ 2. โครงสร้างเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปสู่ยุคดิจิทัลมี การลงทุนด้านเทคโนโลยี และการลงทุนที่เน้นทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มขึ้น เป็นสภาวการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในจีน (ธุรกิจสตารต์ อัพบูม แต่การลงทุนไม่โต) พร้อมกันตั้งคำถามว่า ภาครัฐควรทบทวนดัชนีชี้วัดด้านการลงทุนใหม่
ร่วมลุ้น
คำอธิบายข้างต้น (ดัชนีการลงทุนปัจจุบันไม่สะท้อนภาพการลงทุนที่แท้จริง) เป็นเหตุผลที่รัฐบาลควรรับฟัง แต่ในอีกมุมหนึ่ง ปฏิเสธไม่ได้ว่า เศรษฐกิจไทยยังต้องการการลงทุนใหม่ๆ จากภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศโดยเฉพาะการลงทุนในอุตสาหกรรมที่ใช้นวัตกรรม ตามยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล ที่เน้นอุตสาหกรรมชูนวัตกรรม ปีนี้จะเป็นปีที่การลงทุนต่างประเทศเทกออฟ(ทะยาน)ตามที่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์รองนายกฯ คาดหวังหรือไม่
ไม่เพียง นายสมคิด ที่ต้องลุ้น หากเศรษฐกิจไทยต้องร่วมลุ้นไปด้วย เพราะเม็ดเงินลงทุนโดยเฉพาะจากบริษัทระดับโลกที่บีโอไอกำลังเชิญชวนให้เข้ามาลงทุนตามนโยบายมุ่งสู่อุตสาหกรรมใหม่ของรัฐบาลไม่เพียงเป็นตัวช่วยเศรษฐกิจไทยเท่านั้น หากยังเป็นปัจจัยกำหนดอนาคตอุตสาหกรรมไทยอีกด้วย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,244 วันที่ 16 - 18 มีนาคม พ.ศ. 2560
หลายเดือนก่อนหน้านี้นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาเรียกร้องต่อสาธารณชนหลายครั้ง ให้ภาคเอกชนเร่งตัดสินใจลงทุนก่อน “แพ็กเกจภาษีชุดพิเศษ” จะสิ้นสุดในปีนี้ พร้อมกับยํ้าด้วยว่าจะไม่มีการต่ออายุมาตรการอีกต่อไป
[caption id="attachment_134753" align="aligncenter" width="500"]
หากพิจารณาดัชนีการลงทุน ณ เดือนมกราคม (ล่าสุด)ที่ผ่านมา ของธนาคารแห่งประเทศไทย เปรียบเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อนหน้า ข้อมูลสะท้อนว่าภาวการณ์ลงทุน ทรงตัวแต่ไม่ถึงกับน่ากังวล ดัชนีหลายรายการเช่น การจำหน่ายปูนซีเมนต์รถยนต์นั่ง หรือ การนำเข้าสินค้าทุนเดือนมกราคมปีนี้ลดลงแต่ยอดจำหน่ายรถยนต์นั่งเพิ่มขึ้น
นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ยืนยันว่าสัญญาณขาขึ้นของการลงทุนเอกชนเริ่มเห็นชัดตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แต่เขายอมรับว่าอัตราที่เพิ่มขึ้นยังไม่แรงพอหากเทียบกับมาตรการที่ รัฐได้ให้ อย่างไม่เคยให้มาก่อน
สาเหตุคืออะไร?
มีคำอธิบายถึงสาเหตุที่การลงทุนเอกชนยังไม่คึกคักตามที่หลายฝ่ายคาดหวังเอาไว้หลายมุมมอง นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เชื่อว่ามา(การลงทุนจากต่างประเทศ) แน่แต่ต้องรอหน่อย เขาให้ความเห็น ว่า กำลังการผลิตของภาคกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงสาเหตุที่ภาคเอกชนยังรีรอเพราะรอการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของรัฐเช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงก่อนยํ้ามีสัญญาณว่าการลงทุนของภาคเอกชนจะเพิ่มขึ้นชัดเจนแต่ต้องรอเวลา พร้อมยืนยันว่ากลุ่มธุรกิจต่างประเทศอาทิค่ายรถยนต์ได้ประกาศขยายการลงทุนเช่น บีเอ็มดับบลิว หรือ กลุ่มอาลีบาบาก็แสดงความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในไทย
อย่างไรก็ดียังมีคำอธิบายถึงสาเหตุที่ตัวเลขการลงทุนเอกชนยังไม่เปรี้ยง ด้วยมุมมองที่ต่างออกไป นายวิรไท สันติประภพผู้ว่าการแบงก์ชาติ มองว่าสภาวะการลงทุนไม่เติบโตเกิดขึ้นทั้งโลกเนื่องจากการลงทุนในยุคดิจิตอลไม่ได้ให้เกิดผลิตภาพ แต่เป็นการลงทุนจากการใช้เครือข่ายในการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมเดิมเช่นการให้บริการแท็กซี่โดยไม่ต้องมีแท็กซี่ หรือให้บริการโรงแรมโดยไม่ต้องมีโรงแรม
[caption id="attachment_134755" align="aligncenter" width="500"]
อย่ามองมุมเดียว
ขณะที่ นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) มองว่า กำลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรมปัจจุบันอยู่ที่ 60%ของกำลังการผลิตรวม ผนวกกับเอกชนกังวลผลจากนโยบายของทรัมป์เช่น จะขึ้นกำแพงภาษีสินค้าจีนและเม็กซิโกจะนำไปสู่สงครามการค้า และยังรอความชัดเจนจากผลของเบร็กซิทอีกด้วย คือสาเหตุที่ทำให้การลงทุนเอกชนยังไม่ขยับตัวมากนัก
อย่างไรก็ดี ประธาน ส.อ.ท.ได้ยืนยันกับ “ฐานเศรษฐกิจ”หลายครั้งระหว่างการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า ภาวการณ์ลงทุนเอกชนไม่ได้เลวร้ายนักอย่างที่เข้าใจกัน การเปิดโรงงานใหม่มีทุกวัน เขาแย้งว่าการดูยอดการใช้อิฐ หิน ปูน ทราย ฯลฯ แล้วสรุปว่า “การลงทุนภาคเอกชน” ไม่ขยับอาจให้ภาพไม่ถูกต้องนักเจน ยังชี้ให้เห็นว่ามี 2 ปัจจัย ที่ไม่ได้ถูกนำมาผนวกรวมเพื่อสะท้อนภาพการลงทุนเอกชนคือ
1. การลงทุนเอกชนไทยในต่างแดน และ 2. โครงสร้างเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปสู่ยุคดิจิทัลมี การลงทุนด้านเทคโนโลยี และการลงทุนที่เน้นทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มขึ้น เป็นสภาวการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในจีน (ธุรกิจสตารต์ อัพบูม แต่การลงทุนไม่โต) พร้อมกันตั้งคำถามว่า ภาครัฐควรทบทวนดัชนีชี้วัดด้านการลงทุนใหม่
ร่วมลุ้น
คำอธิบายข้างต้น (ดัชนีการลงทุนปัจจุบันไม่สะท้อนภาพการลงทุนที่แท้จริง) เป็นเหตุผลที่รัฐบาลควรรับฟัง แต่ในอีกมุมหนึ่ง ปฏิเสธไม่ได้ว่า เศรษฐกิจไทยยังต้องการการลงทุนใหม่ๆ จากภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศโดยเฉพาะการลงทุนในอุตสาหกรรมที่ใช้นวัตกรรม ตามยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล ที่เน้นอุตสาหกรรมชูนวัตกรรม ปีนี้จะเป็นปีที่การลงทุนต่างประเทศเทกออฟ(ทะยาน)ตามที่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์รองนายกฯ คาดหวังหรือไม่
ไม่เพียง นายสมคิด ที่ต้องลุ้น หากเศรษฐกิจไทยต้องร่วมลุ้นไปด้วย เพราะเม็ดเงินลงทุนโดยเฉพาะจากบริษัทระดับโลกที่บีโอไอกำลังเชิญชวนให้เข้ามาลงทุนตามนโยบายมุ่งสู่อุตสาหกรรมใหม่ของรัฐบาลไม่เพียงเป็นตัวช่วยเศรษฐกิจไทยเท่านั้น หากยังเป็นปัจจัยกำหนดอนาคตอุตสาหกรรมไทยอีกด้วย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,244 วันที่ 16 - 18 มีนาคม พ.ศ. 2560






