
คุมสหกรณ์ออมทรัพย์ หวังเทียบแบงก์
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา ว่า ครม.เห็นชอบแนวทางการปฏิรูประบบบริหารจัดการ และกำกับดูแลกิจการสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน จำนวน 2,006 แห่ง สินทรัพย์รวม 2.5 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น สหกรณ์ขนาดเล็กมีขนาดสินทรัพย์น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท และสหกรณ์ขนาดใหญ่มีสินทรัพย์มากกว่า 5,000 ล้านบาท
โดยกำหนดให้จัดทำเกณฑ์การกำกับความมั่นคงทางการเงินของสหกรณ์ฯ ที่มีมาตรฐานเทียบเคียงกับเกณฑ์การกำกับสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
ทั้งนี้ มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะนายทะเบียน ไปร่างระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ ว่าด้วยการกำกับดูแลกิจการทางการเงินของสหกรณ์ฯ พ.ศ...ให้สาระสำคัญสำหรับสหกรณ์ทุกขนาด อาทิ กำหนดการปล่อยสินเชื่อ ให้แยกวิเคราะห์สินเชื่อและการอนุมัติสินเชื่อออกจากกัน กำหนดให้สหกรณ์ไม่ควรจ่ายเงินปันผลเกิน 80% ของกำไรสุทธิ สมาชิกสมทบต้องเป็นบิดา มารดา สามี ภรรยา หรือบุตรของสมาชิก กรรมการไม่สามารถดำรงตำแหน่งได้เกิน 2 วาระติดต่อกัน
รวมถึงให้พิจารณาเงินกู้ให้สมาชิกสมทบต้องไม่เกินมูลค่าของเงินฝากและเงินค่าหุ้นของสมาชิกสมทบ และภาระหนี้ต่อรายได้รวมสุทธิของสมาชิกรายใดรายหนึ่งต้องไม่เกินร้อยละ 70 กำหนดความสามารถในการก่อหนี้ของสหกรณ์อัตราส่วนหนี้ต่อทุนไม่เกิน 1.5 เท่า โดยให้นำเงินรับฝากทั้งหมดมาคำนวณเป็นหนี้สิน เพื่อควบคุมปริมาณการทำธุรกรรมทางการเงินให้เหมาะสมกับระดับทุน ทั้งยังต้องดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องขั้นต่ำไม่ต่ำกว่าร้อยละ 6 ของเงินรับฝากและเงินกู้ยืม และให้กำหนดแนวทางการควบคุมภายใน ที่ช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดจากความผิดพลาดจากการดำเนินงาน และการทุจริตของคณะกรรมการดำเนินการและผู้อำนวยการสหกรณ์ เป็นต้น
ส่วนสหกรณ์ขนาดใหญ่มีหลักเกณฑ์เพิ่มเติม เช่น คณะกรรมการต้องมีไม่น้อยกว่า 3 คน กำหนดให้สินเชื่อได้ไม่เกิน 10% ของยอดรวมของหุ้นได้เงินสำรองของสหกรณ์หรือไม่เกิน 15 ล้านบาท และกำหนดอัตราส่วนการให้สินเชื่อลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายสินเชื่อแก่บุคคลหรือโครงการใดโครงการหนึ่งต้องไม่เกิน 100 เท่าของรายได้ หรือให้กู้แก่สหกรณ์ใดสหกรณ์หนึ่งต้องไม่เกิน 10% ของส่วนผู้ถือหุ้นหรือไม่เกิน 15 ล้านบาท เป็นต้น
อย่างไรก็ดี ครม.ให้กระทรวงเกษตรฯไปจัดทำประชาพิจารณ์ ก่อนนำร่างระเบียบนายทะเบียนดังกล่าวมาบังคับใช้โดยอาจทยอยนำเกณฑ์ที่มีผลกระทบต่อการดำเนินการไม่มากมาบังคับใช้ก่อน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,243 วันที่ 12 - 15 มีนาคม พ.ศ. 2560
โดยกำหนดให้จัดทำเกณฑ์การกำกับความมั่นคงทางการเงินของสหกรณ์ฯ ที่มีมาตรฐานเทียบเคียงกับเกณฑ์การกำกับสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
ทั้งนี้ มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะนายทะเบียน ไปร่างระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ ว่าด้วยการกำกับดูแลกิจการทางการเงินของสหกรณ์ฯ พ.ศ...ให้สาระสำคัญสำหรับสหกรณ์ทุกขนาด อาทิ กำหนดการปล่อยสินเชื่อ ให้แยกวิเคราะห์สินเชื่อและการอนุมัติสินเชื่อออกจากกัน กำหนดให้สหกรณ์ไม่ควรจ่ายเงินปันผลเกิน 80% ของกำไรสุทธิ สมาชิกสมทบต้องเป็นบิดา มารดา สามี ภรรยา หรือบุตรของสมาชิก กรรมการไม่สามารถดำรงตำแหน่งได้เกิน 2 วาระติดต่อกัน
รวมถึงให้พิจารณาเงินกู้ให้สมาชิกสมทบต้องไม่เกินมูลค่าของเงินฝากและเงินค่าหุ้นของสมาชิกสมทบ และภาระหนี้ต่อรายได้รวมสุทธิของสมาชิกรายใดรายหนึ่งต้องไม่เกินร้อยละ 70 กำหนดความสามารถในการก่อหนี้ของสหกรณ์อัตราส่วนหนี้ต่อทุนไม่เกิน 1.5 เท่า โดยให้นำเงินรับฝากทั้งหมดมาคำนวณเป็นหนี้สิน เพื่อควบคุมปริมาณการทำธุรกรรมทางการเงินให้เหมาะสมกับระดับทุน ทั้งยังต้องดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องขั้นต่ำไม่ต่ำกว่าร้อยละ 6 ของเงินรับฝากและเงินกู้ยืม และให้กำหนดแนวทางการควบคุมภายใน ที่ช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดจากความผิดพลาดจากการดำเนินงาน และการทุจริตของคณะกรรมการดำเนินการและผู้อำนวยการสหกรณ์ เป็นต้น
ส่วนสหกรณ์ขนาดใหญ่มีหลักเกณฑ์เพิ่มเติม เช่น คณะกรรมการต้องมีไม่น้อยกว่า 3 คน กำหนดให้สินเชื่อได้ไม่เกิน 10% ของยอดรวมของหุ้นได้เงินสำรองของสหกรณ์หรือไม่เกิน 15 ล้านบาท และกำหนดอัตราส่วนการให้สินเชื่อลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายสินเชื่อแก่บุคคลหรือโครงการใดโครงการหนึ่งต้องไม่เกิน 100 เท่าของรายได้ หรือให้กู้แก่สหกรณ์ใดสหกรณ์หนึ่งต้องไม่เกิน 10% ของส่วนผู้ถือหุ้นหรือไม่เกิน 15 ล้านบาท เป็นต้น
อย่างไรก็ดี ครม.ให้กระทรวงเกษตรฯไปจัดทำประชาพิจารณ์ ก่อนนำร่างระเบียบนายทะเบียนดังกล่าวมาบังคับใช้โดยอาจทยอยนำเกณฑ์ที่มีผลกระทบต่อการดำเนินการไม่มากมาบังคับใช้ก่อน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,243 วันที่ 12 - 15 มีนาคม พ.ศ. 2560






