
‘พรรคเล็ก’ขอกติกาการเมืองชัดเจน
ระยะเวลาเกือบ 1 เดือน ที่คณะอนุกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความปรองดอง ที่มี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ได้เชิญพรรคการเมืองกว่า 30 พรรคเข้าร่วมแสดงความเห็นและเสนอแนะแนวทางสร้างความปรองดอง
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา พรรคที่เข้าร่วมเสนอความเห็นมี 4 พรรค คือ พรรคเงินเดือนประชาชน พรรคแทนคุณแผ่นดิน พรรคเพื่อสันติ และพรรคเสรีรวมไทย
พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ ในฐานะโฆษกคณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความปรองดอง ระบุว่า บรรยากาศการพูดคุยเป็นไปด้วยดี ทางพรรคการเมืองมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ประชาชนทราบถึงต้นเหตุแห่งความขัดแย้ง และวิธีการแก้ปัญหา คือการเปิดกว้าง รับฟังซึ่งกันและกัน ตลอดจนปรับบทบาทตนเองเพื่อมองประโยชน์ของประเทศชาติ โดยมองเรื่องความขัดแย้งว่าส่วนใหญ่เป็นเรื่องทางการเมือง
“มีการเสนอว่า พรรคการเมืองควรปรับบทบาทของตนเองให้เป็นสถาบันทางการเมืองมากขึ้น รับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น รัฐและส่วนกลางต้องกำหนดกรอบกติกาทางการเมืองให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม ไม่ให้มีการซื้อสิทธิขายเสียงอันจะนำมาซึ่งการถอนทุนทางการเมือง และเป็นปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น รวมทั้งไม่นำความแตกต่างทางศาสนาไปผูกโยงกับเรื่องการเมือง”
ขณะที่ด้านความยุติธรรมประชาชนยังขาดความเชื่อมั่น จึงเกิดความเชื่อว่า ทำผิดไม่ถูกทำโทษ ซึ่งรัฐต้องทำกฎหมายให้ศักดิ์สิทธิ์เป็นที่พึ่งแก่สังคมได้โดยควรมีบทลงโทษให้หลาบจำและบังคับให้ใช้กฎหมายกับองค์กรที่มีหน้าที่รับผิดชอบอย่างจริงจัง
สำหรับการเข้าแสดงความเห็นในครั้งต่อไป กำหนดให้วันที่ 6 มีนาคม เชิญพรรคภูมิใจไทยวันที่ 7 มีนาคม เชิญพรรคพลังพลเมือง พรรคพลังประเทศไทยพรรคประชาสันติ และพรรคสังคมประชาธิปไตย วันที่ 8มีนาคม เชิญพรรคเพื่อไทย ส่วนจะเป็นรักษาการหัวหน้าพรรคหรือแกนนำพรรค ยังไม่มีการระบุถึงรายละเอียด
วันที่ 10 มีนาคม คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือ กปปส. วันที่ 15 มีนาคมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ หรือ นปช.
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,241 วันที่ 5 - 8 มีนาคม พ.ศ. 2560
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา พรรคที่เข้าร่วมเสนอความเห็นมี 4 พรรค คือ พรรคเงินเดือนประชาชน พรรคแทนคุณแผ่นดิน พรรคเพื่อสันติ และพรรคเสรีรวมไทย
พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ ในฐานะโฆษกคณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความปรองดอง ระบุว่า บรรยากาศการพูดคุยเป็นไปด้วยดี ทางพรรคการเมืองมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ประชาชนทราบถึงต้นเหตุแห่งความขัดแย้ง และวิธีการแก้ปัญหา คือการเปิดกว้าง รับฟังซึ่งกันและกัน ตลอดจนปรับบทบาทตนเองเพื่อมองประโยชน์ของประเทศชาติ โดยมองเรื่องความขัดแย้งว่าส่วนใหญ่เป็นเรื่องทางการเมือง
“มีการเสนอว่า พรรคการเมืองควรปรับบทบาทของตนเองให้เป็นสถาบันทางการเมืองมากขึ้น รับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น รัฐและส่วนกลางต้องกำหนดกรอบกติกาทางการเมืองให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม ไม่ให้มีการซื้อสิทธิขายเสียงอันจะนำมาซึ่งการถอนทุนทางการเมือง และเป็นปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น รวมทั้งไม่นำความแตกต่างทางศาสนาไปผูกโยงกับเรื่องการเมือง”
ขณะที่ด้านความยุติธรรมประชาชนยังขาดความเชื่อมั่น จึงเกิดความเชื่อว่า ทำผิดไม่ถูกทำโทษ ซึ่งรัฐต้องทำกฎหมายให้ศักดิ์สิทธิ์เป็นที่พึ่งแก่สังคมได้โดยควรมีบทลงโทษให้หลาบจำและบังคับให้ใช้กฎหมายกับองค์กรที่มีหน้าที่รับผิดชอบอย่างจริงจัง
สำหรับการเข้าแสดงความเห็นในครั้งต่อไป กำหนดให้วันที่ 6 มีนาคม เชิญพรรคภูมิใจไทยวันที่ 7 มีนาคม เชิญพรรคพลังพลเมือง พรรคพลังประเทศไทยพรรคประชาสันติ และพรรคสังคมประชาธิปไตย วันที่ 8มีนาคม เชิญพรรคเพื่อไทย ส่วนจะเป็นรักษาการหัวหน้าพรรคหรือแกนนำพรรค ยังไม่มีการระบุถึงรายละเอียด
วันที่ 10 มีนาคม คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือ กปปส. วันที่ 15 มีนาคมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ หรือ นปช.
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,241 วันที่ 5 - 8 มีนาคม พ.ศ. 2560






