
ไฟไหม้รถ EV ดับยากกว่ารถน้ำมัน เปิดขั้นตอนรับมือเหตุฉุกเฉินที่ผู้ใช้ควรรู้
รถ EV ไม่ได้ไฟไหม้ง่ายกว่ารถทั่วไป แต่เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้จากแบตเตอรี่มีวิธีดับต่างจากรถน้ำมัน ต้องใช้น้ำมากกว่าเดิมถึง 10 เท่า พร้อมเปิด 3 ขั้นตอนรับมือฉุกเฉินที่ควรรู้
รถยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่หนึ่งในประเด็นที่ผู้ใช้หลายคนยังมีความกังวลคือกรณีเกิดอุบัติเหตุหรือเพลิงไหม้จากแบตเตอรี่ ซึ่งมีลักษณะแตกต่างจากรถยนต์ใช้น้ำมันทั่วไป การดับเพลิงที่เกิดจากแบตเตอรี่รถ EV จำเป็นต้องใช้น้ำปริมาณมากกว่าปกติถึง 10 เท่า เพื่อควบคุมอุณหภูมิและป้องกันการลุกไหม้ซ้ำ
ทำไมไฟไหม้รถ EV จึงแตกต่างจากรถน้ำมัน
จุดสำคัญอยู่ที่แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ซึ่งเมื่อเกิดความเสียหายจากการชน การลัดวงจร หรือความร้อนสูง อาจเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Thermal Runaway หรือการเพิ่มอุณหภูมิอย่างต่อเนื่องภายในเซลล์แบตเตอรี่ ส่งผลให้เกิดไฟลุกไหม้และมีโอกาสปะทุซ้ำได้ แม้จะควบคุมเพลิงเบื้องต้นแล้วก็ตาม
ด้วยเหตุนี้ เจ้าหน้าที่จึงต้องเน้นการลดอุณหภูมิของแบตเตอรี่เป็นหลัก ไม่ใช่เพียงการดับเปลวไฟที่มองเห็นจากภายนอก
ขั้นตอนดับเพลิงรถ EV ในภาวะฉุกเฉิน
กระบวนการรับมือเพลิงไหม้รถ EV ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลัก ได้แก่
1. คลุมผ้ากันความร้อนปะทุ
ใช้ผ้าคลุมชนิดพิเศษเพื่อลดการกระจายความร้อนและควบคุมเปลวไฟไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่โดยรอบ
2. ใช้สารละเหยชนิด Aerosol
สารดังกล่าวช่วยยับยั้งปฏิกิริยาการเผาไหม้ ลดความรุนแรงของเพลิงและช่วยควบคุมสถานการณ์ในระยะต้น
3. ฉีดน้ำเพื่อควบคุมความร้อน
เป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด เนื่องจากต้องใช้น้ำจำนวนมากในการระบายความร้อนออกจากแบตเตอรี่ เพื่อป้องกันการเกิด Thermal Runaway ซ้ำอีกครั้ง
ผู้ใช้รถ EV ควรทำอย่างไรเมื่อเกิดเหตุ
หากพบควัน กลิ่นไหม้ผิดปกติ หรือรถได้รับความเสียหายรุนแรงจากอุบัติเหตุ ผู้ขับขี่ควร
- จอดรถในพื้นที่ปลอดภัยและห่างจากผู้คน
- ออกจากตัวรถทันที
- ห้ามพยายามเปิดหรือซ่อมแซมแบตเตอรี่ด้วยตนเอง
- แจ้งหน่วยกู้ภัยหรือเจ้าหน้าที่ดับเพลิงโดยระบุว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้า
- หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้รถ หากยังมีควันหรือความร้อนออกจากชุดแบตเตอรี่
ระบบความปลอดภัยพัฒนา แต่ผู้ใช้ต้องรู้วิธีรับมือ
แม้สถิติในหลายประเทศชี้ว่ารถ EV ไม่ได้มีอัตราเกิดเพลิงไหม้สูงกว่ารถประเภทอื่นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ลักษณะการดับเพลิงและการจัดการเหตุฉุกเฉินมีความเฉพาะตัวมากกว่า การทำความเข้าใจขั้นตอนรับมือเบื้องต้นจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ใช้รถไฟฟ้าทุกคน







