
"ศุภมาส" ลุยตรวจโชว์รูมรถ EV คุมเข้มติดฉลากให้ชัด! ฝ่าฝืนปรับแสน-คุก 6 เดือน
"ศุภมาส" นำทีม สคบ. ลุยตรวจโชว์รูมรถ EV เร่งแก้ปัญหา "ชำรุด ลอยแพ ราคาดิ่ง" กำชับผู้ประกอบการต้องติดฉลากระบุรายละเอียดทางเทคนิคและ "มาตรฐานทดสอบระยะทางวิ่ง" ให้ชัดเจน พร้อมคาดโทษหนักหากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท
KEY
POINTS
- ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ นำทีม สคบ. ลงพื้นที่ตรวจสอบโชว์รูมรถยนต์ไฟฟ้า EV
- เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการต้องติดฉลากบนตัวรถให้ชัดเจนและครบถ้วน ทั้งข้อมูลทางเทคนิค ระยะทางวิ่ง ราคา และเงื่อนไขการรับประกัน
- หากผู้ประกอบการฝ่าฝืนกฎหมายเรื่องการควบคุมฉลาก จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) นำคณะร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบและให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริโภคจะได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นธรรม ในการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมถึงได้รับการคุ้มครองเมื่อเกิดปัญหา โดยมีการเน้นย้ำถึงความสำคัญของฉลากรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ต้องแสดงข้อมูลสำคัญอย่างชัดเจน และการรับประกันสินค้าและบริการหลังการขาย เพื่อป้องกันการหลอกลวงและการเอาเปรียบผู้บริโภคในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเติบโต ณ โชว์รูม BYD Hi-Class สาขาลาดพร้าว และโชว์รูม OMODA & JAECOO สาขาลาดพร้าว โดยมี นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ผู้แทนสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และผู้แทนสภาองค์กรของผู้บริโภค
นางสาวศุภมาส ให้สัมภาษณ์ว่า การลงพื้นที่ในวันนี้เป็นเป็นความห่วยใยจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ไปยังพี่น้องประชาชนที่เปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) เนื่องจากสถานการณ์วิกฤตพลังงานในปัจจุบัน ทาง สคบ. และกระทรวงอุตสาหกรรม โดย สมอ. ลงตรวจพื้นที่ตรวจสอบปัญหาที่ประชาชนพบเจอบ่อยครั้งหลังการซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จากสถิติการร้องทุกข์รวมกว่า 1,348 ราย เพื่อเร่งแก้ไขปัญหา 3 หลักที่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค คือ “ชำรุด ลอยแพ ราคาดิ่ง” จึงลงพื้นที่ตรวจสอบฉลากรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพราะฉลากคือเครื่องหมายสำคัญที่สุดที่มีไว้ให้ผู้บริโภคใช้ตรวจสอบข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล นายกรัฐมนตรีจึงให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าไทย เพื่อให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เติบโตอย่างมีมาตรฐาน มีความรับผิดชอบ และเป็นธรรมต่อผู้บริโภค ทั้งนี้ได้มีการกำชับให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค 3 ประการสำคัญ
- ประการแรก รถยนต์ไฟฟ้าเป็นสินค้าควบคุมฉลาก ผู้ประกอบการต้องแสดงข้อความฉลากให้เห็นและอ่านชัดเจนที่ตัวรถ ครบทุกรายการ ทั้งชื่อสินค้า รุ่น เครื่องหมายการค้า ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า รายละเอียดทางเทคนิค ข้อมูลแบตเตอรี่ สมรรถนะ ระยะทางการใช้งาน วิธีใช้ ข้อแนะนำ คำเตือนด้านความปลอดภัย รวมถึงราคาและเงื่อนไขการรับประกัน
- ประการที่สอง เรื่องการโฆษณาโดยเฉพาะเรื่องระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ที่เป็นข้อมูลสำคัญในการตัดสินใจซื้อ ผู้ขายต้องระบุให้ชัดว่าอ้างอิงมาตรฐานใดในการทดสอบ พร้อมเงื่อนไขการทดสอบ รวมถึงการโฆษณาของแถม สิทธิประโยชน์ การรับประกันแบตเตอรี่ ต้องระบุหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข วันเริ่มต้นและสิ้นสุดให้ชัดเจน
- ประการที่สาม ธุรกิจขายรถยนต์ใหม่เป็นธุรกิจควบคุมสัญญา ผู้ประกอบการต้องใช้แบบสัญญาจองรถยนต์ตามมาตรฐานที่ สคบ. กำหนด ระบุประเภท ชนิด ยี่ห้อ รุ่น ปีการผลิต ราคา วันส่งมอบ และสิทธิในการบอกเลิกสัญญาให้ครบถ้วน
ทั้งนี้ ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลากเรื่อง ให้รถยนต์และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 และบังคับใช้ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องแสดงฉลากที่มีข้อความถูกต้อง ครบถ้วน เห็นและอ่านได้ชัดเจนที่ตัวรถ หากผู้ประกอบธุรกิจฝ่าฝืน มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522
หากผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายจากการซื้อขายรถยนต์ไฟฟ้าหรือสินค้าและบริการอื่น สามารถร้องเรียนได้ที่ สายด่วน สคบ. 1166 ระบบร้องทุกข์ผู้บริโภค OCPB Complaint แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ ocpb.go.th แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” สำหรับในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นสามารถร้องเรียนได้ที่ศูนย์ดำรงธรรม ณ ศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด






