thansettakij
thansettakij
รีวิว AVATR 07 สัมผัสพรีเมี่ยม มอเตอร์เดี่ยวเหลือเฟือ ช่วงล่างเนียน

รีวิว AVATR 07 สัมผัสพรีเมี่ยม มอเตอร์เดี่ยวเหลือเฟือ ช่วงล่างเนียน

06 มิ.ย. 69 | 06:11 น.
อัปเดตล่าสุด :06 มิ.ย. 69 | 06:24 น.

รีวิวเอสยูวีพลังงานไฟฟ้าแบรนด์พรีเมี่ยมของฉางอาน AVATR 07 รุ่น AWD มอเตอร์ตัวเดียวขับเคลื่อนล้อหลัง ราคา 1,659,000 บาท ซึ่งถูกกว่าตัวท็อป AWD ช่วงล่างถุงลม 2 แสนบาท

AVATR แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า EV น้องใหม่ในเครือฉางอาน ที่วางตัวกำหนดราคาระดับพรีเมี่ยม คู่แข่งตรงๆ เต็มๆ ที่จีนมี IM ของกลุ่ม SAIC, Li Auto, ZEEKR ในเครือจีลี่ รวมไปถึงเทสล่า และกลุ่มเยอรมนีอย่าง เมอร์เซเดส-เบนซ์ บีเอ็มดับเบิลยู อาวดี้

AVATR ชูจุดขายด้วยความร่วมมือกับ Huawei ในการพัฒนาซอฟแวร์ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ ระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง และใช้แบตเตอรี่ของ CATL

ในไทยฉางอาน ให้เพียง 2 ดีลเลอร์กรุ๊ป อีเทอนิตี้ แอทวัน และ อินฟินิท ออโตโมบิล ได้สิทธิ์ขาย พร้อมเปิดตัว EV รุ่นแรกคือ AVATR 11 ปลายปี 2567 ราคาแถวๆ 2 ล้านบาท ล่าสุดเสริมทัพเอสยูวีรุ่นที่ราคาย่อมเยาลงมาหน่อยคือ AVATR 07 ช่วงปลายปีที่แล้ว และเริ่มส่งมอบในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

AVATR 07 แบ่งการขายเป็น 2 รุ่นย่อย MAX RWD มอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง ราคา 1,659,000 บาท และ Ultra AWD มอเตอร์คู่ขับเคลื่อนสี่ล้อ ราคา 1,859,000 บาท

รีวิว AVATR 07 รีวิว AVATR 07

ทั้งสองรุ่นใช้แบตเตอรี่ LFP สเปกเดียวกัน 82 kWh แต่รุ่น MAX RWD ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียวกำลัง 342 แรงม้า จะวิ่งได้ระยะทาง 575 กม./ชาร์จ ส่วนรุ่น Ultra AWD มอเตอร์คู่แรงกว่าเป็น 598 แรงม้า บวกกับน้ำหนักตัว จึงได้ระยะทางวิ่ง 545 กม./ชาร์จ

ราคาต่างกัน 2 แสนบาท AVATR 07 รุ่น Ultra AWD ได้ล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว พร้อมช่วงล่างถุงลม และโช้คอัพปรับความหนืดหน่วงด้วยระบบไฟฟ้า ส่วนรุ่น MAX RWD ได้ล้อขนาด 20 นิ้ว โช้คอัพ สปริง มาตรฐานกับโครงสร้างด้านหน้าปีกนกสองชั้น หลังมัลติลิงค์

ผมลองขับแล้วทั้ง 2 รุ่นย่อย กลับชอบความกลมกล่อมลงตัวของรุ่น MAX RWD มากกว่า พละกำลังไม่ต้องบู๊ไปเกือบ 600 แรงม้า หรืออัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ระดับ 3.9 วินาที ซึ่งผมว่ามันเกินความจำเป็นในชีวิตประจำวัน แม้การมีมอเตอร์ไฟฟ้าหน้า-หลัง จะให้เสถียรภาพโดยรวมดีตามแบบฉบับรถขับเคลื่อนสี่ล้อ แต่คุณลักษณะของระบบช่วงล่างถุงลมที่เน้นความนุ่มพริ้ว ไม่ได้ถูกจริตกับผมมากนัก (ในฐานะคนขับ)

ต่างจากรุ่น MAX ที่ช่วงล่างออกแนวกระชับ และหนึบเนียนในระดับที่ทำให้ผมประทับใจมากที่สุด เมื่อเทียบกับบรรดาเอสยูวีไฟฟ้าจีน ที่ทำตลาดในปัจจุบัน

พวงมาลัยทรง 8 เหลี่ยมขนาดเล็ก อาจจะต้องใช้เวลาปรับตัวในช่วงแรกๆ (โดยเฉพาะตอนกลับรถ) แต่จับไปจับมาก็คุ้นมือ โดยผมเลือกปรับการตอบสนองเป็นโหมดสปอร์ต น้ำหนักกำลังดี ไม่โหวงเหวง ควบคุมได้คล่องแคล่วไม่เป็นปัญหาครับ

รุ่น Max น้ำหนักตัวประมาณ 2.7 ตัน แต่การขับเคลื่อนไม่อุ้ยอ้าย อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 6.8 วินาที พลังมาตามแรงกดของฝ่าเท้า หรือถ้าเลือกโหมดสปอร์ต รถก็ดีดพุ่งกระตือรือร้นไปอีก

AVATR 07  จริงๆขนาดตัวพอๆ กับ AVATR 11 ครับ แถมยังกว้างกว่า 10 มม.ที่ 1,980 มม. นั่งในรถระหว่างคนขับกับผู้โดยสารด้านหน้า รู้สึกถึงความห่างเหิน ขณะที่การนั่งเป็นผู้โดยสารด้านหลัง พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง แต่เบาะฟังก์ชันไม่เต็มเท่าเบาะคู่หน้าที่มีระบบนวด 5 โหมด แรง 3 ระดับ ระบบเบาะอุ่น-เย็น และปรับเอนแบบ Zero Gravity 120 องศา (เบาะหลังเหมือนจะมีระบบอุ่นอย่างเดียว)

รีวิว AVATR 07 รีวิว AVATR 07

ภายในห้องโดยสารล้ำยุค วัสดุพรีเมี่ยมเกินราคา จอยาวด้านบนขนาด 35.4 นิ้ว แสดงค่าต่างๆ ของรถ (ที่เราเลือกเอาไว้) และจอทัชกรีนตรงกลางขนาด 15.6 นิ้ว เป็นชุดควบคุมรวมศูนย์ ลดปุ่ม-สวิตซ์แบบกลไกลงตามสไตล์รถยุคใหม่ ส่วนใครซื้อรุ่นท็อป Ultra AWD ยังได้สิทธิ์ซื้อกระจกมองข้างแบบดิจิทัล ที่ใช้กล้องจับสิ่งแวดล้อมด้านข้าง แล้วมาสะท้อนภาพที่หน้าจอ 6.7 นิ้ว สองฝั่งซ้าย-ขวาตรงมุมเสาเอพิลลาร์ ซึ่งเป็นออพชันที่จ่ายเงินเพิ่ม 80,000 บาท (ระบบนี้ลองแล้วครั้งแรกจะเหวอๆ มาก)

สำหรับระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ AVATR 07 ใช้เรดาร์มิลลิเมตร 1 จุด กล้องความละเอียดสูง 11 จุด และอัลตราโซนิกเรดาร์ 12 จุด รองรับระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ระบบช่วยเตือนช่วยเบรก ระบบรักษาเลน และระบบจอดอัตโนมัติและควบคุมผ่านสมาร์ตโฟน

ด้านอัตราบริโภคพลังงานเฉลี่ยผมทำได้ 17 kWh/100 กม. ดังนั้นระยะทางวิ่งจริงน่าจะได้ประมาณ 480 กม.จากการชาร์จไฟเต็มหนึ่งครั้ง

รีวิว AVATR 07 รีวิว AVATR 07

รวบรัดตัดความ... AVATR 07 เอสยูวีพรีเมี่ยมแรงดันแบตเตอรี่ 800 โวลต์ ออพชันไม่หรูสุดเท่า AVATR 11 แต่ถ้าเลือกสมรรถนะแบบขับเองใช้จริงในชีวิตประจำวัน รุ่น MAX RWD ราคา 1,659,000 บาท น่าใช้สุดๆ