thansettakij
thansettakij
สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ยื่น 5 ข้อเสนอภาครัฐ สร้าง EV Ecosystem ฝ่าวิกฤตน้ำมันแพง

สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ยื่น 5 ข้อเสนอภาครัฐ สร้าง EV Ecosystem ฝ่าวิกฤตน้ำมันแพง

01 เม.ย. 69 | 04:26 น.
อัปเดตล่าสุด :01 เม.ย. 69 | 04:32 น.

สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ยื่น 5 ข้อเสนอภาครัฐ เช่น ศึกษาแนวทางการจัดเก็บภาษีคาร์บอน และให้หน่วยงานราชการใช้ EV มากขึ้น หวังสร้าง EV Ecosystem อย่างยั่งยืน ฝ่าวิกฤตน้ำมันแพง

KEY

POINTS

  • สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ยื่นข้อเสนอ 5 ข้อต่อภาครัฐเพื่อส่งเสริมระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) อย่างครบวงจร ท่ามกลางวิกฤตราคาพลังงาน
  • ข้อเสนอหลักครอบคลุมการส่งเสริมให้หน่วยงานรัฐนำร่องใช้รถ EV, การเร่งขยายสถานีชาร์จให้เพียงพอ และการจัดทำแอปพลิเคชันกลางเพื่อรวบรวมข้อมูลสถานี
  • เสนอให้มีการศึกษาแนวทางการจัดเก็บภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) ควบคู่ไปกับการสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคในด้านบริการหลังการขาย อะไหล่ และสินเชื่อ

สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) รายงานว่า ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านพลังงานโลกจากความตึงเครียดระหว่างประเทศ แม้ว่ารัฐบาลจะได้ออกมาตรการบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันแล้วหลายด้าน แต่ในเชิงโครงสร้าง ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งวางรากฐานด้านพลังงานทางเลือกควบคู่กันไป โดย “ยานยนต์ไฟฟ้า” ถือเป็นหนึ่งในทางเลือกที่มีศักยภาพสูง ทั้งในมิติด้านพลังงาน เศรษฐกิจ และการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

กระแสตอบรับจากผู้บริโภคในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงเทรนด์และยอดจองยานยนต์ไฟฟ้าในงานมอเตอร์โชว์ปีนี้ สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าประชาชนไทยเปิดรับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และพร้อมปรับตัวสู่การใช้พลังงานรูปแบบใหม่ที่สะอาด มีประสิทธิภาพ และยั่งยืนมากกว่าเดิม

สมาคมฯ เห็นว่า การผลักดันยานยนต์ไฟฟ้าไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงเรื่องการจำหน่ายรถ แต่ต้องเดินหน้าอย่างเป็นระบบและครบวงจร ทั้งด้านการผลิต การใช้ชิ้นส่วนในประเทศ การถ่ายทอดเทคโนโลยีและพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐาน สถานีชาร์จ ระบบข้อมูลกลาง มาตรการส่งเสริมจากภาครัฐ ตลอดจนการสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคเพื่อลดความกังวลในการใช้งานจริง และทำให้การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทางเลือกเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน

สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ยื่น 5 ข้อเสนอภาครัฐ สร้าง EV Ecosystem ฝ่าวิกฤตน้ำมันแพง แนวทางดังกล่าวยังสอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศไทยภายใต้นโยบาย 30@30 ที่มุ่งให้การผลิตยานยนต์ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์มีสัดส่วน 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมด และผลักดันให้การใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 50% ภายในปี 2030 เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และเสริมสร้างขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระยะยาว

ข้อเสนอของสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยดังกล่าว เป็นผลจากการระดมความคิดเห็นร่วมกับคณะกรรมการสมาคมในการประชุมประจำเดือนช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีข้อเสนอสำคัญ 5 ประการ ได้แก่

  1. ส่งเสริมให้ภาครัฐนำร่องใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในหน่วยงานราชการและสถาบันการศึกษาของรัฐมากขึ้น
  2. สนับสนุนการเร่งขยายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการใช้งานที่เพิ่มขึ้น
  3. ผลักดันการจัดทำแอปพลิเคชันกลางโดยภาครัฐ เพื่อรวบรวมข้อมูลสถานีชาร์จจากทุกผู้ให้บริการให้ประชาชนเข้าถึงได้สะดวก
  4. เสนอให้มีการศึกษาแนวทางการจัดเก็บภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) เพื่อกระตุ้นการใช้เทคโนโลยีพลังงานสะอาด และลดการบริโภคน้ำมันในระยะยาว
  5. เร่งสร้างความเชื่อมั่นทั้งระบบ เช่น บริการหลังการขาย สต็อกอะไหล่ สินเชื่อ ประกันภัย การติดตั้งเครื่องชาร์จที่บ้าน ทักษะฝีมือช่าง เป็นต้น

สมาคมฯ เห็นว่า ข้อเสนอทั้ง 5 ประการนี้ เป็นแนวทางที่สามารถผลักดันให้เกิดขึ้นได้จริงในระยะอันใกล้ หากได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง