
แท็กซี่ติดแก๊สไทย จ่อสูญพันธุ์ รถพลังไฟฟ้ามาแรง GAC ชี้ 3 ปี สัดส่วน EV 80%
รถแท็กซี่ไฟฟ้ามาแรง คาดยอดจดทะเบียนปี 2569 โต 46% เริ่มทดแทนแท็กซี่ เครื่องยนต์ติดแก๊ส ด้าน GAC ชี้อีก 3 ปี แท็กซี่ EV ครองสัดส่วน 80%
KEY
POINTS
- รถแท็กซี่ไฟฟ้า (EV) ได้รับความนิยมสูง โดยมีสัดส่วนการจดทะเบียนใหม่ถึง 97% ในเดือนมกราคม 2569 และคาดว่าจะมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเป็น 88% ในปีนี้
- ปัจจัยหลักที่ทำให้คนเปลี่ยนมาใช้แท็กซี่ไฟฟ้าคือค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตรที่ถูกกว่ารถใช้แก๊สเกือบเท่าตัว และมีสถานีชาร์จไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น
- GAC คาดการณ์ว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า สัดส่วนแท็กซี่ไฟฟ้าจะสูงถึง 80% ส่งผลให้แท็กซี่ที่ใช้แก๊สจะค่อยๆ หายไปจากตลาด
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานข้อมูลการจดทะเบียน รถแท็กซี่ไฟฟ้า EV เดือนมกราคมปี 2569 มีสัดส่วน 97% จากยอดจดทะเบียนแท็กซี่ทั้งหมดในไทย
โดยคาดว่ายอดจดทะเบียนรถแท็กซี่ไฟฟ้าปี 2569 มีอัตราเติบโต 46% ขณะที่รถแท็กซี่พลังงานอื่นๆ จะมีอัตราลดลง 41% เมื่อเทียบกับปี 2568 ส่งผลให้ส่วนแบ่งทางการตลาดทั้งปีนี้ แท็กซี่ไฟฟ้าจะมีสัดส่วนเพิ่มเป็น 88%
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยสาเหตุที่สนับสนุนให้ยอดขายรถแท็กซี่ไฟฟ้า ขยายตัวมาจาก จำนวนสถานีชาร์จไฟฟ้าเพิ่ม และค่าชาร์จไฟฟ้าลดลง
แหล่งข่าวผู้ประกอบการแท็กซี่ให้เช่ารายใหญ่ เปิดเผยว่า ราคารถแท็กซี่ไฟฟ้า EVแบรนด์จีนไม่สูงมาก และค่าใช้จ่ายต่อหน่วยการวิ่งจากการชาร์จไฟฟ้าไม่ถึง 1 บาทต่อกิโลเมตร ขณะที่แท็กซี่ติดแก๊ส จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าที่ 1.5 บาท ถึงเกือบๆ 2 บาทต่อกิโลเมตร ส่งผลให้ผู้ประกอบการหลายรายเมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยนรถใหม่ จึงตัดสินใจซื้อรถ EV เข้ามาในพอร์ต
นายแอนดรูว์ หวัง ประธานกรรมการบริหาร GAC AION ประเทศไทย เปิดเผยว่า จากยอดขายของบริษัทในปี 2568 จำนวน 15,300 คัน ในจำนวนนี้เป็นการขายฟลีต 15% โดยมี AION ES และ AION Y Plus นำไปเป็นแท็กซี่ไฟฟ้า
“อีก 3 ปีข้างหน้าสัดส่วนยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า EV ในไทยจะเพิ่มขึ้นเป็น 40% และสัดส่วนรถแท็กซี่ไฟฟ้าจะสูงถึง 80% โดยแท็กซี่ติดแก๊สจะค่อยๆ หายไปเรื่อยๆ” นายแอนดรูว์ หวัง กล่าวสรุป











