
บีวายดี ประกาศขอเวลา 5 ปีคว่ำ โตโยต้า ขึ้นแท่นเบอร์ 1 โลก
ประธานบีวายดี "หวัง ชวนฟู" ประกาศขอเวลาอีก 5 ปี จะคว่ำโตโยต้า ขึ้นเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์อันดับหนึ่งของโลก จากการควบคุมซัพพลายเชนเองทั้งหมด พร้อมการขยายตลาดไปทั่วโลก
KEY
POINTS
- บีวายดี ประกาศเป้าหมายที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตรถยนต์อันดับหนึ่งของโลกภายใน 5 ปี หรือปี 2574 เพื่อแซงหน้าโตโยต้า
- กลยุทธ์สำคัญในการบรรลุเป้าหมายคือ อาศัยความได้เปรียบด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะการพัฒนาแบตเตอรี่ และการขยายตลาดสู่ต่างประเทศเป็นหลัก
- ปัจจุบัน BYD เป็นผู้ผลิตรถยนต์อันดับ 6 ของโลก และต้องเผชิญกับการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในตลาดจีน แต่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วในการส่งออกไปต่างประเทศ
ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดรถยนต์จีน และแรงกดดันต่อราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมา บีวายดี (BYD) บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอันดับหนึ่งของโลก ประกาศเป้าหมายระยะยาวที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลก ภายใน 5 ปีข้างหน้า
นายหวัง ชวนฟู ประธานและผู้ก่อตั้งบีวายดี กล่าวต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นว่า BYD ตั้งเป้าก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตรถยนต์อันดับหนึ่งของโลกภายในปี 2574 โดยอาศัยความได้เปรียบด้านเทคโนโลยี การพัฒนาแบตเตอรี่ และการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
BYD มียอดขายรถยนต์ทั่วโลก 4.6 ล้านคันในปี 2568 ส่งผลให้บริษัทก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตรถยนต์อันดับ 6 ของโลกแล้ว อย่างไรก็ตาม หากต้องการขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำ บริษัทจำเป็นต้องแซงโตโยต้า มอเตอร์ ซึ่งมียอดขายรถยนต์ระดับ 11 ล้านคันต่อปี
ผู้บริหาร BYD ระบุว่า เบลดแบตเตอรี่รุ่นใหม่ จะเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในอนาคต ขณะที่บริษัทเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีหลักด้วยตนเอง ทั้งระบบแบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ และระบบอิเล็กทรอนิกส์ภายในรถยนต์ ซึ่งช่วยให้สามารถควบคุมต้นทุนการผลิตและรักษาความได้เปรียบเหนือคู่แข่งได้
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา BYD ได้เร่งขยายตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภูมิภาคยุโรป ออสเตรเลีย และละตินอเมริกา ซึ่งกลายเป็นแหล่งรายได้ใหม่ที่สำคัญของบริษัท ท่ามกลางภาวะการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในตลาดจีน
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า การส่งออกรถยนต์ของ BYD ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้นถึง 65% จากปีก่อน โดยมีตลาดสำคัญ ได้แก่ บราซิล สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย ขณะที่บริษัทอยู่ระหว่างขยายฐานการผลิตในต่างประเทศ รวมถึงโรงงานแห่งใหม่ในฮังการี ซึ่งมีกำหนดเริ่มการผลิตภายในช่วงปลายปีนี้
ความท้าทายสำคัญยังคงอยู่ที่ตลาดภายในประเทศจีน ซึ่งผู้ผลิตรถยนต์จำนวนมากต่างแข่งขันกันด้วยการลดราคาเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด ส่งผลให้ยอดขายในประเทศของ BYD ชะลอตัวลงในบางช่วง และสร้างแรงกดดันต่อผลกำไรของอุตสาหกรรมโดยรวม
สำหรับเป้าหมายการขึ้นเป็นผู้ผลิตรถยนต์อันดับหนึ่งของโลกของ BYD ถือเป็นสัญญาณสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก จากเดิมที่ผู้ผลิตจากญี่ปุ่น ยุโรป และสหรัฐฯ ครองความเป็นผู้นำ สู่ยุคที่ผู้ผลิตจากจีนเริ่มมีบทบาทมากขึ้นในตลาดโลก โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์พลังงานใหม่
ที่มา รอยเตอร์







