

KEY
POINTS
สองค่ายรถหรูเยอรมนี รับตลาดปี 2568 ยอดขายซบ แต่ในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า EV ขยายตัว เมอร์เซเดส-เบนซ์ ขึ้นไลน์ประกอบ CLA Electric เปิดตัวเดือนมีนาคมนี้ คาดราคาไม่เกิน 2.4 ล้านบาท บีเอ็มดับเบิลยู เริ่มประกอบ i5 ราคาถูกลง 1.5 ล้านบาท เล็งนำเข้า EV รุ่นใหม่จากจีน มาทำตลาดในไทย
ตลาดรถพรีเมียมปี 2568 โดยรวมยอดขายลดลงไปมากกว่า 10% เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยอันดับหนึ่งยังเป็นบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป 12,247 คัน ครองเจ้าตลาดรถยนต์หรูเมืองไทยได้ 6 ปีติดต่อกัน
โดยแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู มียอดส่งมอบ 10,582 คัน ลดลง 13.3% เมื่อเทียบกับปี 2567 ส่วนมินิ ทำได้ 1,665 คัน เพิ่มขึ้น 15% ขณะที่คู่แข่งเมอร์เซเดส-เบนซ์ มียอดปี 2568 อยู่ที่ 8,378 คัน ลดลง 8.8%
แม้ยอดขายรวมจะลดลง แต่ทั้งสองค่ายที่เพิ่มไลน์อัพรถยนต์ไฟฟ้า EV เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มียอดขายสูงขึ้น โดยบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป รายงานว่า ยอดส่งมอบ EV ของทั้งสองแบรนด์เพิ่มขึ้น 43% จากปีก่อนหน้า ส่วนเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทำตลาด EV รวม 8 รุ่น มีอัตราการเติบโต 110%
ล่าสุด บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดตัว BMW i5 รุ่นประกอบในประเทศ ราคา 3.499 ล้านบาท ซึ่งลดลง 1.5 ล้านบาท เมื่อเทียบกับรุ่นเข้า i5 eDrive40 M Sport ที่เปิดตัวครั้งแรก
BMW i5 eDrive40 M Sport ประกอบที่โรงงานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย จ.ระยอง โดยปรับสเปกให้วิ่งได้ระยะทางไกลขึ้น
ด้วยการใช้ชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ที่ผลิตจากซิลิคอนคาร์ไบด์ (SiC) ในระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นครั้งแรก ช่วยลดการใช้พลังงานของระบบไฟฟ้าต่างๆ ส่งผลให้ระยะทางการขับขี่สูงสุดเพิ่มขึ้นอีก 45 กิโลเมตร เป็น 627 กิโลเมตรจากการชาร์จไฟเต็มหนึ่งครั้ง (มาตรฐาน WLTP) จากชุดแพกแบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 83.9 kWh พร้อมรองรับการชาร์จกระแสสลับ (AC) ได้ 22 กิโลวัตต์
BMW i5 eDrive40 M Sport ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหลัง กำลัง 340 แรงม้า และแรงบิด 400 นิวตันเมตร ในโหมด Sport Boost แรงบิดเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็น 430 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ทำได้ 6.0 วินาที ความเร็วสูงสุด 193 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
นายเรเน่ แกร์ฮาร์ด ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดเผยว่า ผลงานในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า EV ช่วยยืนยันถึงความสำเร็จของเรา ขณะที่บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส กับโปรแกรม Freedom Choice มีจำนวนสัญญา Freedom Choice ในปี 2568 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 211% และมีสัดส่วนในยอดธุรกิจใหม่โดยรวมเพิ่มขึ้น 14%
“ลูกค้าที่เลือกเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า EV เป็นส่วนสำคัญเบื้องหลังการเติบโตของโปรแกรม Freedom Choice ทั้งบีเอ็มดับเบิลยูและมินิ โดยลูกค้ากลุ่มนี้นับเป็นอัตราส่วน 57% ของสัญญาเช่าซื้อแบบ Freedom Choice ทั้งหมด” นายแกร์ฮาร์ด กล่าวสรุป
นอกจากแผนประกอบ BMW EV รุ่นแรกในไทยคือ i5 แล้ว บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เตรียมนำเข้า EV รุ่นใหม่จากจีนมาทำตลาดเช่นเคย โดยปีนี้ไฮไลต์อยู่ที่ BMW iX3 โฉมใหม่ ที่จะสั่งมาจากโรงงาน BMW Brilliance Automotive เมืองเซิ่นหยาง
ด้านเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ปรับพอร์ต EV ครั้งใหญ่ในปี 2568 จนสามารถทำยอดขายเติบโต 110% และมีโอกาสที่จะนำเข้า EV จากจีนมาทำตลาดในไทยเช่นกัน ส่วนแผนงานในปี 2569 เตรียมเปิดตัวรถใหม่ 8 รุ่น ซึ่งไฮไลต์อยู่ที่ CLA Electric
นายมาร์ทิน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทใช้แผนธุรกิจ Retail of the Future มาตั้งแต่ปี 2566 ถึงวันนี้ถือว่าประสบความสำเร็จ ด้วยการตอบรับที่ดีของเอเจนต์ (ดีลเลอร์) และความพอใจของลูกค้า ด้วยความโปร่งใสของราคา และข้อเสนอที่เหมือนกันทั่วประเทศ
“ปี 2569 จะเป็นปีที่น่าตื่นเต้น บริษัทเตรียมเปิดตัวรถยนต์ใหม่ 8 รุ่น หลากหลายขุมพลังทั้ง ICE และ EV โดยรุ่นที่เป็นไฮไลต์คือ The new CLA พลังงานไฟฟ้า 100% ที่นำไปอวดโฉมในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2025 ปัจจุบันมีลูกค้าจองสิทธิ์ซื้อแล้ว 250 คน ซึ่งจะเป็นรถยนต์รุ่นสำคัญที่จะเข้ามาผลักดันยอดขายของบริษัทให้กลับมาเติบโตในปีนี้” นายชเวงค์ กล่าวสรุป
CLA Electric เป็นรถประกอบในประเทศ เตรียมเปิดตัวประกาศราคาอย่างเป็นทางการในงานบางกอก มอเตอร์โชว์ 2026 พร้อมส่งมอบประมาณเดือนพฤษภาคมนี้
Mercedes-Benz CLA 250+ เป็น EV แรงดันแบตเตอรี่ 800 โวลต์ ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียวขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 272 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 335 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 6.7 วินาที ชุดแพกแบตเตอรี่ NMC ความจุ 85 kWh ชาร์จไฟเต็มหนึ่งครั้งวิ่งได้ระยะทาง 792 กิโลเมตร (WLTP) รองรับการชาร์จไฟฟ้ากระแสตรง DC Charge สูงสุด 320 kW และ AC 22 kW คาดว่าราคาขายไม่เกิน 2.4 ล้านบาท
สำหรับยอดขายรวมทั่วโลกในปี 2568 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ทำได้ 2,463,715 คัน (รวมแบรนด์ BMW, Mini และ Rolls-Royce) เพิ่มขึ้น 0.5% เมื่อเทียบกับปี 2567 ส่วนเมอร์เซเดส-เบนซ์ กรุ๊ป 2,160,000 คัน (รวมรถตู้) ลดลง 10%