
คนไทยนิยมซื้อรถมือสองยี่ห้ออะไร-รถประเภทไหนที่ขายดี เช็คเลยที่นี่
คาร์โร เปิดข้อมูลเชิงลึกพฤติกรรมลูกค้าคนไทยนิยมซื้อรถมือสองยี่ห้ออะไรมากที่สุดและเป็นรถประเภทไหน-ปีใด เลขไมล์ประมาณเท่าไร ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดที่นี่
คาร์โร (Carro) ผู้ให้บริการซื้อ-ขายรถยนต์มือสองบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าไทย (Customer Insight) ที่ได้จากการวิเคราะห์ฐานข้อมูลการซื้อขายรถยนต์มือสองบนแพลตฟอร์มของคาร์โรในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา (ข้อมูลตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2564 - เมษายน พ.ศ. 2565) พบว่า
แบรนด์รถยนต์มือสองที่มีการซื้อขายมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- โตโยต้า (Toyota) 27%
- ฮอนด้า (Honda) 23%
- นิสสัน (Nissan) 14%
- มาสด้า (Mazda) 9%
- มิตซูบิชิ (Mitsubishi) 8%
ส่วนประเภท-เซกเมนต์รถยนต์มือสองที่ลูกค้าคนไทยนิยมชื้อมาใช้มากที่สุด มีดังนี้
- รถอีโคคาร์ (Eco Car) ยังเป็นที่นิยมในหมู่ผู้บริโภคในประเทศไทย โดยครองยอดขายอันดับหนึ่งคิดเป็น 36% ด้วยราคาที่เข้าถึงได้ง่ายอัตราการประหยัดน้ำมันและขนาดกะทัดรัดเหมาะกับการขับระยะสั้นในเมือง รถประเภทนี้จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้บริโภคส่วนใหญ่ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น
- อันดับสองเป็นรถ 5 ประตู (Hatchback) คิดเป็น 23% ด้วยพื้นที่ใช้สอยที่มากกว่ารถเก๋ง (Sedan) ทั้งพื้นที่เก็บของที่กว้างขวางและสมรรถนะที่การขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ที่มีขนาดใหญ่มากกว่า จึงเหมาะกับการเดินทางทั้งในเมืองและทางไกล
- อันดับที่สาม ได้แก่ รถไฮบริด (Hybrid) คิดเป็น 19% ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย
- อันดับที่สี่รถเก๋งขนาดใหญ่ (L-Sedan) คิดเป็น 10%
- อันดับที่ห้า ได้แก่ รถเก๋งขนาดกลาง (M-Sedan) คิดเป็น 7%
ขณะที่รถยนต์มือสองที่ลูกค้าสนใจซื้อ ส่วนใหญ่จดทะเบียนในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2561ถึง 2562 (ค.ศ. 2018-2019) โดยรถกลุ่มนี้มีเลขไมล์เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 60,000 กิโลเมตรเท่านั้น ทั้งนี้ ยังพบอีกว่า 2 ใน 5 ของลูกค้าของคาร์โรตัดสินใจซื้อรถยนต์มือสองจากบริษัทฯ ด้วยการจ่ายเงินสด
นาย อรรณพ เกษตระทัต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาร์โร (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การที่บริษัทฯ มีฐานข้อมูลของผู้บริโภค รวมถึงเทคโนโลยีประมวลผลข้อมูลที่ทันสมัยเป็นอีกหนึ่งข้อได้เปรียบทางธุรกิจของคาร์โร ที่ช่วยให้สามารถพัฒนาบริการการซื้อขายรถยนต์มือสองตลอดเส้นทางของลูกค้า (Customer journey) ตั้งแต่การซื้อรถยนต์เข้า การปรับสภาพตลอดจนการส่งมอบถึงมือลูกค้า โดยทุกแผนกสามารถนำไปใช้ประโยชน์เพื่อพัฒนาการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
"ข้อมูลทั้งหมดช่วยให้เราทำงานได้มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบการซื้อรถยนต์มือสอง (Trade in) ที่สามารถรับซื้อและจัดเก็บรถเข้าคลัง (Stock) ให้รองรับความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย และตรงกับความต้องการการใช้งานรถยนต์ในขณะนั้น”
นาย อรรณพ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทฯ ยังมีแผนพัฒนาเทคโนโลยีฐานข้อมูลนี้ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) เพื่อลดขั้นตอนการทำงานและเพิ่มความปลอดภัยในการเข้าถึงฐานข้อมูล ซึ่งทำให้เกิดความรวดเร็วในการมอบบริการซื้อขายรถยนต์มือสองมากที่สุด






