ตลท.แสดงความอาลัย"ดร.มารวย ผดุงสิทธิ์" ปูชนียบุคคลตลาดทุน เสียชีวิตวัย 92

14 ต.ค. 2564 เวลา 4:35 น. 220

ตลาดหลักทรัพย์ฯ (ตลท.) แสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของ ดร. มารวย ผดุงสิทธิ์ อดีตรมช.กระทรวงการคลัง อดีตกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ ฯ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2564 นับเป็นการสูญเสียปูชนียบุคคลอีกท่านหนึ่งที่ได้สร้างคุณูปการอย่างมากให้ตลาดทุนไทย

 

ดร.มารวย ผดุงสิทธิ์ ดำรงตำแหน่งกรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คนที่ 5 ในช่วงระหว่างวันที่ 16 กันยายน 2528 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2535 โดยได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้ที่สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่งกรรมการและผู้จัดการ รวมทั้งได้ดำเนินนโยบายเชิงรุกเพื่อวางรากฐานตลาดทุนไทยให้สามารถเติบโตได้อย่างมีศักยภาพ และเดินหน้าสู่มาตรฐานสากล ด้วยการปรับเปลี่ยนวิธีการซื้อขายหลักทรัพย์จากวิธีเคาะกระดานเป็นการซื้อขายด้วยคอมพิวเตอร์อย่างเต็มรูปแบบในปี 2534 เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ถือเป็นตลาดหลักทรัพย์แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเป็นหนึ่งในสี่ของโลกที่ริเริ่มนำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ในการซื้อขาย มีการพัฒนาระบบการรายงานราคาหลักทรัพย์ให้ทันต่อเหตุการณ์

 

ตลท.แสดงความอาลัย"ดร.มารวย ผดุงสิทธิ์" ปูชนียบุคคลตลาดทุน เสียชีวิตวัย 92

นอกจากนี้ ยังดำเนินนโยบายเชิงรุกในการสรรหาบริษัทเข้ามาจดทะเบียน และใช้กลยุทธ์ดึงดูดผู้ลงทุนต่างชาติ ผ่านการออกไปโรดโชว์ในต่างประเทศ พัฒนาสารสนเทศที่ใช้สื่อสารกับผู้ลงทุนเป็นภาษาอังกฤษ รวมทั้งจัดให้มีกระดานต่างประเทศขึ้น ตลอดจนได้ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความรู้ด้านการเงินการลงทุน ที่ไม่จำกัดแต่เพียงในแวดวงผู้ลงทุนเท่านั้น หากยังได้ขยายไปยังนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปด้วย และเพื่อเป็นเกียรติแด่ท่าน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจึงได้ขออนุญาตจาก ดร. มารวย ผดุงสิทธิ์ ในการนำชื่อของท่านมาตั้งเป็นชื่อ "ห้องสมุดมารวย" เมื่อปี 2547 ด้วย

ประวัติ"ดร.มารวย ผดุงสิทธิ์"  โดยสังเขป

ดร.มารวย เกิดเมื่อวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2472 ที่ตำบลห้วยสัก อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นบุตรของนายมา กับนางถนอม ผดุงสิทธิ์ ในวัยเด็กเข้าเรียนที่โรงเรียนเซนต์โยเซฟบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี จากนั้นได้ย้ายตามบิดาที่รับราชการในกรมรถไฟ เข้ามาเรียนต่อที่โรงเรียนเทเวศน์ศึกษา ก่อนจะย้ายตามบิดาไปอยู่ในจังหวัดต่างๆ ในเขตภาคเหนือ และเข้าเรียนจนจบชั้นมัธยมปีที่ 4 จากโรงเรียนประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ ก่อนไปเรียนต่อที่โรงเรียนวัดบวรนิเวศ จนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงหยุดเรียน และกลับไปอาศัยอยู่ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ 

ต่อมาบิดาของเขาล้มป่วยและต้องลาออกจากราชการ ดร.มารวยจึงต้องทำงานเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว โดยสอบเข้ารับราชการได้ที่กรมรถไฟ และย้ายไปอยู่กรมชลประทาน กรมบัญชีกลางตามลำดับ

ดร.มารวย ผดุงสิทธิ์ สอบเทียบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 8 และเข้าเรียนต่อจนจบปริญญาตรี จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากนั้นเขาสอบชิงทุนไปเรียนต่อปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยซีราคิวส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากกลับมาได้รับการติดต่อให้สอบชิงทุนของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน

ดร.มารวย ผดุงสิทธิ์ ได้รับปริญญาพาณิชยศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในปี 2532 และพัฒนบริหารศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2533

ประวัติการทำงาน

ดร.มารวย ผดุงสิทธิ์ เคยรับราชการในสังกัดกรมรถไฟ ต่อมาโอนย้ายไปอยู่กรมชลประทาน และกรมบัญชีกลาง จนกระทั่งสอบชิงทุนได้ จึงย้ายมาเป็นอาจารย์ประจำสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ต่อมาเขาได้รับตำแหน่งเป็นผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คนที่ 5 ระหว่างปี พ.ศ. 2528-2535 และเป็นผู้นำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ในการการซื้อขายหุ้นไทยเป็นครั้งแรก

ดร.มารวย ผดุงสิทธิ์ ได้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาลของพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ในช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์การเงินในเอเชีย พ.ศ. 2540 หรือที่รู้จักกันในชื่อ "วิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง" ทำให้รัฐบาลต้องประกาศลดค่าเงินบาท แต่ดำรงตำแหน่งได้ไม่นานก็ต้องพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีทั้งคณะ เนื่องจากพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ นายกรัฐมนตรี ประกาศลาออกจากตำแหน่ง
 

แท็กที่เกี่ยวข้อง