
ทองคำรีบาวด์รับดอลลาร์อ่อน-บอนด์ยีลด์ลด กูรูส่องทองไทยแนวรับ 68,400 บาท
MTS GOLD ชี้ทองรีบาวด์เหนือ 4,500 ดอลลาร์ รับดอลลาร์อ่อน-บอนด์ยีลด์ลด แต่ตลาดยังผันผวนสูง จับตาสงคราม-เงินเฟ้อ ประเมินกรอบทองไทย 68,400-70,400 บาท แนะระวังแรงขายทำกำไรระยะสั้น
KEY
POINTS
- ราคาทองคำฟื้นตัวจากปัจจัยหนุนหลักคือค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลง หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด
- การดีดตัวขึ้นเป็นลักษณะการรีบาวด์ทางเทคนิคหลังจากราคาทดสอบแนวรับสำคัญ แต่ภาพรวมตลาดยังคงมีความผันผวนสูง
- นักวิเคราะห์ประเมินกรอบราคาทองคำในประเทศ โดยให้แนวรับสำคัญอยู่ที่ระดับ 68,400 บาท และแนวต้านที่ 70,400 บาท
นักวิเคราะห์ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จํากัด เปิดมุมมองต่อราคาทองระยะสั้นว่า ราคาทองคําดีดตัวกลับขึ้นมาบริเวณ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และยังคงเคลื่อนไหวอยู่ใกล้ระดับดังกล่าว หลังจากก่อนหน้าราคาปรับตัวลงแรงและเข้าทดสอบโซนแนวรับสําคัญ สะท้อนว่าตลาดยังอยู่ในภาวะผันผวนสูง และยังตอบสนองต่อปัจจัยข่าวอย่างรวดเร็ว
แรงหนุนหลักมาจากรายงานความคืบหน้าของการเจรจา โดยมีข่าวว่าสามารถตกลงขยายกรอบเวลาออกไปอีก 60 วัน ส่งผลให้ตลาดคลายความกังวลในระยะสั้นบางส่วน ขณะเดียวกันดัชนีดอลลาร์ และ Bond Yield อ่อนตัวลง หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ หลายรายการเริ่มสะท้อนสัญญาณชะลอตัว
โดยเฉพาะ GDP ที่ออกมาต่ำกว่าคาด ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่เพิ่มขึ้น และยอดขายบ้านใหม่ที่ชะลอลง แม้เงินเฟ้อพื้นฐานรายปียังเร่งตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี ก็ตาม ภาวะดังกล่าวช่วยลดแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรในระยะสั้น จึงหนุนให้ราคาทองคํามีแรงซื้อกลับจากโซนแนวรับสําคัญ
ด้านกองทุนทองคํา SPDR วันก่อนหน้าขายออก 2.29 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,032.57 ตัน สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันยังคงระมัดระวัง ท่ามกลางตลาดที่แกว่งตัวแรงและยังขาดความชัดเจนของปัจจัยพื้นฐาน ทั้งนี้ ภาพรวมสถานการณ์สงครามและการเจรจายังมีความไม่แน่นอนในหลายประเด็น ทําให้ตลาดยังต้องจับตาท่าทีของแต่ละฝ่ายอย่างใกล้ชิดในระยะถัดไป
ราคาทองคําทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคําปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 130 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากจุดต่ำสุด หลังจากราคาลงไปแตะบริเวณ 4,366 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นบริเวณใกล้เส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ก่อนสามารถฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้ สะท้อนว่าแรงซื้อบริเวณแนวรับสําคัญยังคงมีอยู่ และถือเป็นสัญญาณเชิงบวกในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม ราคาทองคํายังมีความผันผวนสูง โดยภาพระยะสั้นถึงระยะกลางยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways Down แม้จะเกิดแรงซื้อกลับในลักษณะ Technical Rebound แต่โครงสร้างหลักยังต้องติดตามการยืนเหนือแนวต้านระยะสั้นอย่างใกล้ชิด
หากราคายังไม่สามารถผ่านแนวต้านได้อย่างชัดเจน ยังมีโอกาสกลับมาแกว่งตัวในกรอบอ่อนตัวอีกครั้ง ดังนั้น นัก
ลงทุนยังควรระมัดระวังแรงขายทํากําไร เนื่องจากภาพรวมตลาดยังมีความไม่ชัดเจน ทั้งในด้านสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และทิศทางเงินเฟ้อ โดยราคาทองคําจําเป็นต้องยืนเหนือระดับ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ให้ได้อย่างมั่นคง เพื่อยืนยันสัญญาณฟื้นตัวในระยะถัดไป
ประเมินกรอบระยะสั้นของ ราคาทองคําตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,440 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,520 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และ 4,560 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนทองคําในประเทศ (Thai Gold) มองกรอบแนวรับอยู่ที่ระดับ 68,400 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 70,400 บาท





