thansettakij
thansettakij
ก.ล.ต. คุมเข้มเปิดบัญชีลงทุน สกัดบัญชีม้า-ฟอกเงิน เริ่มใช้ 16 ส.ค.นี้

ก.ล.ต. คุมเข้มเปิดบัญชีลงทุน สกัดบัญชีม้า-ฟอกเงิน เริ่มใช้ 16 ส.ค.นี้

30 พ.ค. 69 | 10:37 น.
อัปเดตล่าสุด :30 พ.ค. 69 | 10:37 น.

ก.ล.ต. ออกแนวปฏิบัติเพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการทำความรู้จัก ติดตามและตรวจสอบการทำธุรกรรมของลูกค้าของผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

KEY

POINTS

  • ก.ล.ต. ยกระดับความเข้มงวดในการเปิดบัญชีลงทุน เพื่อป้องกันการฟอกเงินและสกัดกั้นการใช้บัญชีม้าในตลาดทุน
  • ผู้ประกอบธุรกิจต้องตรวจสอบลูกค้าเข้มข้นขึ้น เช่น การระบุผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (UBO) การตรวจสอบแหล่งที่มาของเงิน และติดตามธุรกรรมที่ผิดปกติ
  • กำหนดให้การรับ-โอนเงินต้องทำผ่านบัญชีที่มีชื่อเดียวกับลูกค้าเท่านั้นเพื่อให้ตรวจสอบได้ โดยแนวปฏิบัติใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2569

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกแนวปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน เพื่อยกระดับกระบวนการทำความรู้จักลูกค้า การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า และการติดตามตรวจสอบธุรกรรมของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยง และสามารถป้องกันและยับยั้งไม่ให้ตลาดทุนถูกใช้เป็นช่องทางการฟอกเงินและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

ก.ล.ต. ได้ออกแนวปฏิบัติกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจดำเนินการอย่างเข้มข้นตั้งแต่กระบวนการเปิดบัญชี การระบุผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (Ultimate Beneficial Owner: UBO) โดยเฉพาะกรณีนิติบุคคล การตรวจสอบความสมเหตุสมผลของแหล่งที่มาของเงิน

ตลอดจนการติดตามพฤติกรรมการทำธุรกรรม หากพบความผิดปกติให้ดำเนินการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าในระดับที่เข้มข้น (Enhanced CDD) และรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.)

นอกจากนี้ ยังกำหนดมาตรการควบคุมธุรกรรมเงินเข้า – ออกบัญชี ให้สามารถตรวจสอบที่มาได้อย่างชัดเจน (audit trail) เช่น การรับ - โอนเงินผ่านบัญชีที่มีชื่อเดียวกับลูกค้า เพื่อป้องกันบัญชีม้าและการฟอกเงิน

ทั้งนี้ แนวปฏิบัตินี้จัดทำขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง ก.ล.ต. หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงาน ปปง. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และภาคธุรกิจในตลาดทุน เพื่อยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลง และเสริมความเข้มแข็งในการป้องกันการกระทำผิดในระบบตลาดทุนโดยรวม

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า ก.ล.ต. เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับมาตรฐานผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน ตั้งแต่กระบวนการทำความรู้จักและตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงของลูกค้า และการติดตามตรวจสอบธุรกรรมของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ให้มีความครอบคลุม รอบด้าน

อีกทั้ง การออกแนวปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบธุรกิจในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการฟอกเงินและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมเสริมสร้างความเชื่อมั่นของตลาดทุนไทยในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม แนวปฏิบัตินี้จะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดของแนวปฏิบัติเรื่อง การทำความรู้จักลูกค้าเพื่อการตรวจสอบผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงและกระบวนการติดตามและตรวจสอบการทำธุรกรรมของลูกค้า ได้ที่นี่