UBE เริ่มซื้อขายวันแรกในตลท. วันที่ 30 ก.ย. 64

29 ก.ย. 2564 เวลา 11:40 น. 140

UBE ผู้ผลิตและแปรรูปมันสำปะหลังแบบครบวงจรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง พร้อมซื้อขายในตลท. วันที่ 30 ก.ย. นี้ พร้อมระดมทุน 2,818 ล้านบาท และมาร์เก็ตแคป ณ ราคา IPO ที่ 9,394 ล้านบาท

นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลท.ยินดีต้อนรับ บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) (UBE) เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในกลุ่มอุตสาหกรรมทรัพยากร หมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค ในวันที่ 30 กันยายน 2564       

 

สำหรับ UBE เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปมันสำปะหลังแบบครบวงจรรายใหญ่ของประเทศประกอบธุรกิจหลัก  ได้แก่ 1) ธุรกิจเอทานอล ผลิตและจำหน่ายเอทานอลเกรดเชื้อเพลิงและเกรดอุตสาหกรรมรายใหญ่ของประเทศ ด้วยกำลังการผลิต 400,000 ลิตรต่อวัน  2) ธุรกิจแป้งมันสำปะหลังเกรดอาหารและเกรดอุตสาหกรรม ทั้งแบบทั่วไปและออร์แกนิคภายใต้แบรนด์ “อุบลซันฟลาวเวอร์” และมีผลิตภัณฑ์จากแป้งฟลาวมันสำปะหลัง ภายใต้แบรนด์ “Tasuko”  ซึ่งบริษัทถือเป็นผู้ผลิตและส่งออกแป้งมันสำปะหลังออร์แกนิคเพียงไม่กี่รายในโลกที่ได้รับการรับรองมาตรฐานออร์แกนิคในระดับสากล และ 3) ธุรกิจเกษตรอินทรีย์ ปลูกพืชออร์แกนิค เช่น ข้าว กาแฟ ทั้งนี้ บริษัทวางเป้าหมายในการเป็นผู้นำด้านเกษตรอินทรีย์ ควบคู่กับธุรกิจพลังงาน เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนและมั่นคง

อย่างไรก็ตาม UBE มีทุนชำระแล้วหลัง IPO 3,914.28 ล้านบาท มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก จำนวนรวม 1,370 ล้านหุ้น ประกอบด้วย หุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน1,174.28 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเดิมที่  เสนอขายโดยบริษัท ไทยออยล์ เอทานอล จำกัดและบริษัท บีบีจีไอจำกัด (มหาชน) รวมจำนวน 195.71 ล้านหุ้น โดยเสนอขายหุ้นสามัญต่อบุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์และผู้ลงทุนสถาบัน ระหว่างวันที่ 21 - 23 กันยายน 2564 ในราคาหุ้นละ 2.40 บาทคิดเป็นมูลค่าระดมทุน 2,818 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 9,394 ล้านบาท โดยมีบริษัทที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัดเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

นายเดชพนต์ เลิศสุวรรณโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ UBE กล่าวว่า การเข้าจดทะเบียนในตลท. นับเป็นก้าวสำคัญของบริษัทที่จะช่วยสนับสนุนให้บริษัทดำเนินธุรกิจได้ตามวิสัยทัศน์ที่ตั้งไว้ในการสร้างสรรค์ธุรกิจที่สร้างมูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบทางการเกษตรอย่างครบวงจร ส่งเสริมวิถีการเกษตรอินทรีย์ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ UBE มีแผนจะนำเงินจากการระดมทุนไปขยายและพัฒนาประสิทธิภาพกระบวนการผลิตในธุรกิจเอทานอล ขยายกำลังการผลิตแป้งฟลาวมันสำปะหลัง และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเกษตรอินทรีย์ให้มีมูลค่าสูง

 

ทั้งนี้ UBE มีผู้ถือหุ้นใหญ่หลัง IPO 3 อันดับแรก ได้แก่ กลุ่มครอบครัวโควสุรัตน์ ถือหุ้น 25.77%, บริษัทไทยออยล์ เอทานอล จำกัด ถือหุ้น 12.39% และบริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 12.39% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว นอกจากนี้ ยังมีนโยบายในการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่ต่ำกว่า 30 % ของกำไรสุทธิของงบการเงินเฉพาะกิจการหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และสำรองตามกฏหมาย โดยขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจ กระแสเงินสดและแผนการลงทุนของบริษัทตามความเหมาะสม

แท็กที่เกี่ยวข้อง