แนะติดตาม 7ปัจจัยสัปดาห์หน้า ชี้ทิศค่าเงินบาทและดัชนีหุ้นไทย

18 ก.ย. 2564 เวลา 1:19 น. 1.5k

กสิกรไทยมองสัปดาห์หน้าเงินบาทเคลื่อนไหวที่ 32.70-33.70บาทต่อดอลลาร์ บล.กสิกรไทยคาด ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,600 และ 1,580 จุด

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย แนะติดตาม 7ปัจจัย “การประชุมเฟด (21-22 ก.ย.) -สถานการณ์โควิด- การเมืองไทย -ตัวเลขส่งออกเดือนส.ค. ของไทย -ทิศทางเงินลงทุนต่างชาติ-กรณีผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทอสังหาฯ รายใหญ่ของจีน  ข้อมูลสำคัญต่างประเทศ อาทิ ตัวเลขเศรษฐกิจจีน,ผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น มธนาคารกลางอังกฤษ ,ดอกเบี้ย LPR ของธนาคารกลางจีน และข้อมูล PMI เดือนก.ย. ของสหรัฐอเมริกา ยูโรโซน และอังกฤษ”

 

ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทสัปดาห์หน้าระหว่างวันที่ 20-24 กันยายน 2564 ที่ 32.70-33.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุม FOMC (21-22 ก.ย.) ประมาณการเศรษฐกิจและ Dot Plot ของเฟด เม็ดเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติตัวเลขการส่งออกและสถานการณ์โควิดของไทย ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนก.ย. การเริ่มสร้างบ้าน ยอดขายบ้านมือสอง ยอดขายบ้านใหม่เดือนส.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน

นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น ธนาคารกลางอังกฤษ การกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR ของธนาคารกลางจีน และข้อมูล PMI (เบื้องต้น)เดือนก.ย. ของสหรัฐฯ ยูโรโซน และอังกฤษด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ในวันศุกร์ (17 ก.ย.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 33.22 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 32.67 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (10 ก.ย.)

 

แนะติดตาม 7ปัจจัยสัปดาห์หน้า ชี้ทิศค่าเงินบาทและดัชนีหุ้นไทย

บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด(บล.) มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,600 และ 1,580 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,635 และ 1,645 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมเฟด (21-22 ก.ย.) สถานการณ์โควิด ประเด็นการเมืองไทย ตัวเลขส่งออกเดือนส.ค. ของไทย ทิศทางเงินลงทุนจากต่างประเทศ ตลอดจนประเด็นการผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทอสังหาฯ รายใหญ่ของจีน

 

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน ยอดขายบ้านใหม่และบ้านมือสองเดือนส.ค. รวมถึงดัชนี PMI เดือนก.ย. (เบื้องต้น) ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศอื่นๆ ได้แก่ การประชุม BOJ การกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ LPR เดือนก.ย. ของจีน ตลอนจนดัชนี PMI เดือนก.ย. (เบื้องต้น) ของยูโรโซนและญี่ปุ่น โดยดัชนี SET เมื่อวันที่ 17กันยายนที่ผ่านมาปิดที่ระดับ 1,625.65 จุด ลดลง 0.59% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 85,757.98 ล้านบาท ลดลง 5.41% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 1.00% มาปิดที่ 554.20 จุด 

 

แนะติดตาม 7ปัจจัยสัปดาห์หน้า ชี้ทิศค่าเงินบาทและดัชนีหุ้นไทย

แท็กที่เกี่ยวข้อง