thansettakij
thansettakij
3 เทคนิคบริหารการเงิน ‘มนุษย์เงินเดือน’ ให้รอดในภาวะวิกฤต

3 เทคนิคบริหารการเงิน ‘มนุษย์เงินเดือน’ ให้รอดในภาวะวิกฤต

29 เม.ย. 69 | 05:36 น.
อัปเดตล่าสุด :29 เม.ย. 69 | 05:41 น.

1 พฤษภาคม วันแรงงาน เคทีซี แนะวิธีบริหารการเงิน “มนุษย์เงินเดือน” รับมือภาวะวิกฤต เมื่อเศรษฐกิจไม่ฟื้น ค่าครองชีพสูง “การมีงานทำ” จึงไม่ได้แปลว่าชีวิตจะมั่นคงอีกต่อไป

KEY

POINTS

  • การรักษาประวัติเครดิตทางการเงินให้ดี เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและเป็นแต้มต่อในการเข้าถึงทางเลือกทางการเงินยามจำเป็น
  • บริหารจัดการกระแสเงินสด โดยเฉพาะรายจ่ายก้อนใหญ่ ด้วยการใช้เครื่องมือช่วยแบ่งเบาภาระ เช่น โปรแกรมผ่อนชำระ 0% เพื่อรักษาสภาพคล่อง
  • ลงทุนกับทักษะใหม่ๆ เพื่อสร้างความมั่นคงและต่อยอดโอกาสทางอาชีพ เพิ่มช่องทางสร้างรายได้ในอนาคต

วันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปีเป็นวันที่สังคมไทยหันกลับมาให้ความสำคัญกับ “แรงงาน” ในฐานะกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในวันแรงงานปี 2569 คำถามของคนทำงานจำนวนไม่น้อยอาจไม่ใช่เพียง “ยังมีงานทำหรือไม่” หากเป็น “รายได้ที่มีอยู่ วันนี้ยังพอรับมือกับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้แค่ไหน”

แม้ภาพรวมตลาดแรงงานไทยยังดูแข็งแรงเมื่อเทียบกับหลายประเทศ แต่อัตราว่างงานที่อยู่ในระดับต่ำไม่ได้แปลว่าความกังวลของคนทำงานจะลดลงตามไปด้วย

3 เทคนิคบริหารการเงิน ‘มนุษย์เงินเดือน’ ให้รอดในภาวะวิกฤต

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่าอัตราว่างงานไทยอยู่ที่ 1.0% ในไตรมาส 3 ปี 2567 และ 0.9% ในเดือนมีนาคม 2568 สะท้อนว่าคนส่วนใหญ่ยังมีงานทำอยู่ แต่ในอีกด้านหนึ่ง ภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไม่เต็มที่และค่าครองชีพที่ยังกดดัน ทำให้ความมั่นคงทางการเงินของครัวเรือนไทยยังเป็นโจทย์สำคัญ

 

ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะขยายตัว 1.5% ซึ่งชะลอลงจากปีก่อน และเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 0.3%

โจทย์ของมนุษย์เงินเดือนในวันนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่อง “ตกงาน” แต่คือ การอยู่กับรายได้ประจำท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าครองชีพ ภาระหนี้ครัวเรือน ค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน หรือแรงกดดันจากเศรษฐกิจที่โตช้ากว่าที่หลายคนคาดหวัง ภาพนี้ทำให้คำว่า “ความเปราะบางทางการเงิน” กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น แม้ในกลุ่มคนที่ยังมีงานประจำและรายได้สม่ำเสมอก็ตาม

3 เทคนิคบริหารการเงิน ‘มนุษย์เงินเดือน’ ให้รอดในภาวะวิกฤต

ในบริบทเช่นนี้ สิ่งที่คนทำงานต้องบริหารอาจไม่ใช่แค่รายรับรายจ่ายรายเดือน แต่รวมถึง “ความสามารถในการตั้งรับ” เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน เพราะในโลกการทำงานยุคใหม่ ความมั่นคงไม่ได้วัดจากการมีงานเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่าระบบการเงินส่วนบุคคลแข็งแรงพอหรือไม่เมื่อรายจ่ายมาเร็วกว่ารายได้ หรือเมื่อแผนชีวิตต้องเปลี่ยนกะทันหัน

สำหรับเคทีซี ภาพดังกล่าวสะท้อนว่าคนทำงานยุคนี้ต้องการเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นมากกว่าที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการรักษาวินัยเครดิต การจัดการกระแสเงินสดให้ดีขึ้น หรือการใช้สิทธิประโยชน์ทางการเงินเพื่อพัฒนาทักษะของตนเองในระยะยาว

1. การรักษาเครดิต หนึ่งในเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเพราะประวัติทางการเงินที่ดีไม่ได้มีความหมายเฉพาะเวลาขอสินเชื่อ แต่ยังเป็นแต้มต่อในการเข้าถึงทางเลือกทางการเงินที่เหมาะสมเมื่อจำเป็น ช่วยให้คนทำงานมีพื้นที่ในการตัดสินใจมากขึ้นในช่วงเวลาที่สภาพคล่องตึงตัว

3 เทคนิคบริหารการเงิน ‘มนุษย์เงินเดือน’ ให้รอดในภาวะวิกฤต

2. การบริหารกระแสเงินสด โดยเฉพาะรายจ่ายก้อนใหญ่ที่อาจกระทบเงินสำรองในระยะสั้น การเลือกใช้เครื่องมือที่ช่วยกระจายภาระจ่ายอย่างมีวินัย เช่น โปรแกรมผ่อนชำระอัตราดอกเบี้ย 0% ในสินค้าที่จำเป็น สามารถช่วยรักษาสมดุลของเงินสดในมือได้ โดยไม่ทำให้คุณภาพชีวิตสะดุดในช่วงที่ความไม่แน่นอนยังสูง

3. การลงทุนกับทักษะใหม่ ก็เป็นอีกด้านของความมั่นคงทางการเงินที่สำคัญไม่แพ้กัน ในโลกการทำงานที่การแข่งขันสูงขึ้น ความสามารถด้านภาษา ความรู้เฉพาะทาง หรือการเรียนรู้เพิ่มเติม อาจกลายเป็นปัจจัยที่ช่วยต่อยอดโอกาสใหม่ทางอาชีพและรายได้ในอนาคต

สำหรับผู้บริโภคบางกลุ่ม การนำคะแนนสะสมหรือสิทธิประโยชน์ที่มีอยู่มาใช้กับการเรียนรู้หรือการซื้อหนังสือ จึงไม่ใช่เพียงการใช้สิทธิ แต่เป็นการเปลี่ยนทรัพยากรเดิมให้กลายเป็นทุนระยะยาว

วันแรงงานปี 2569 จึงอาจไม่ใช่เพียงวันแห่งการตระหนักถึงคุณค่าของแรงงานในระบบเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นจังหวะสำคัญให้คนทำงานกลับมาทบทวนว่า นอกจากความมั่นคงของงานแล้ว ตนเองได้สร้าง “ความมั่นคงทางการเงิน” ไว้มากพอแล้วหรือยัง เพราะในโลกที่ความเสี่ยงไม่ได้มาในรูปแบบเดิมเสมอไป คนที่พร้อมกว่าอาจไม่ใช่คนที่มีรายได้สูงที่สุด แต่คือคนที่จัดการเงินของตัวเองได้ยืดหยุ่นที่สุด