
ผู้ว่าททท. เปิดศูนย์ติดตามท่องเที่ยวในภาวะวิกฤต รับมือตะวันออกกลางตึงเครียด
ผู้ว่าททท.เปิดศูนย์ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวในภาวะวิกฤต (ศตท.) ติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือนักท่องเที่ยวตกค้าง
วันนี้(วันที่ 1 มีนาคม 2569) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดศูนย์ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวในภาวะวิกฤต (ศตท.) ติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในพื้นที่ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดย ศูนย์ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวในภาวะวิกฤตจะเป็นศูนย์ปฏิบัติการด้านการบูรณาการข้อมูลข่าวสาร ติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวด้านการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ เพื่อประเมินผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและผู้โดยสารตกค้างจากการยกเลิกเที่ยวบินของสายการบินที่เดินทางไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ ขยายความรุนแรงและส่งผลต่อการปิดน่านฟ้าของพื้นที่หลายประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางนั้น ททท.สำนักงานต่างประเทศได้ติดตามสถานการณ์และรายงานถึงผลกระทบในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด ททท. ได้เปิดศูนย์ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวในภาวะวิกฤต (ศตท.) เพื่อเป็นศูนย์ปฏิบัติการด้าน
การบูรณาการข้อมูลข่าวสาร ติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวด้านการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ
รวบรวมข้อมูลและประเมินผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากสถานการณ์ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตะวันออก
กลาง บริหารจัดการสื่อสาร และฟื้นฟูตลาดการท่องเที่ยวจากเหตุการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้น
นอกจากนี้ได้สั่งการให้ด้านตลาดในประเทศประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ตกค้าง และพร้อมเดินหน้าเตรียมแผนพร้อมเร่งดึงตลาดทดแทนเมื่อสถานการณ์สงบแล้ว
ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์ในเบื้องต้น พบว่า สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงกับตลาด
ตะวันออกกลาง โดย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานกระบี่ ได้รับการแจ้งยกเลิกเที่ยวบินจากสายการบินระหว่างประเทศของตะวันออกกลาง
ขณะที่สายการบินที่มีเส้นทางบินไปยังประเทศในตะวันออกกลาง หรือมีจุดเชื่อมต่อเครื่องในตะวันออกกลาง
อาทิสายการบิน Emirates, Qatar Airways, Etihad Airways, Gulf Air, Kuwait Airways, Air Arabia, Fly
Dubai, El Al, Arkia Israeli และ Saudi Arabian Airlines รวมจำนวน 59 เที่ยวบิน ส่งผลให้การเดินทางเข้าและ
ออกภูมิภาคตะวันออกกลางหยุดชะงักลง
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันตลาดตะวันออกกลางอยู่ในช่วงเทศกาลถือศีลอด (รอมฎอน) ซึ่งเป็นช่วงที่มีการชะลอตัวของการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางอยู่แล้ว
ขณะที่นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคต่าง ๆ อาทิ ยุโรปและอเมริกา ที่อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การบิน
ระหว่างประเทศ ททท. ได้เร่งประสานพันธมิตรในพื้นที่ เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้สำหรับสถานการณ์การยกเลิกเที่ยวบินที่ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวและผู้โดยสารที่ตกค้างในประเทศไทย ททท.ได้เผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์การเดินทางและมาตรการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรองรับ และดูแลนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ
โดยทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้เพิ่มเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกผู้โดยสาร ตั้งจุดคอยให้บริการและอำนวยความสะดวก พร้อมทั้งจัดหาน้ำดื่มและเปิดจุดพักพิงชั่วคราวให้กับผู้โดยสาร ขณะที่ทางสายการบินได้มีการจัดหาที่พักสำรองให้กับผู้โดยสารส่วนใหญ่ ทำให้จำนวนผู้โดยสารตกค้างในสนามบินมีจำนวนไม่มากนัก
ทั้งนี้สำหรับในพื้นที่ท่าอากาศยานอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกเที่ยวบิน ททท. ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ รวมถึงกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิด






