
วิกฤตน้ำมันแพง ทุบอีคอมเมิร์ซ ต้นทุนพุ่งขนส่งพุ่ง 140% ค่าธรรมเนียมขยับ
วิกฤตพลังงานโลกพ่นพิษใส่สมรภูมิอีคอมเมิร์ซไทย Priceza Insights เผยราคาน้ำมันจ่อแตะ 130 ดอลลาร์สหรัฐ ดันต้นทุนขนส่งพุ่งสูงกว่า 140% ฉุดแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ปรับขึ้นค่าธรรมเนียมร้านค้าแตะ 18% ต่อออเดอร์ ขณะที่ดราม่า "ส่งฟรีไม่มีจริง" ระอุโซเชียล
KEY
POINTS
- ราคาน้ำมันโลกที่คาดว่าจะพุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนค่าขนส่งและโลจิสติกส์ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซอาจเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 140%
- แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ เช่น TikTok Shop, Shopee, และ Lazada ได้ปรับขึ้นค่าธรรมเนียมและค่าคอมมิชชัน ทำให้ร้านค้าต้องแบกรับต้นทุนรวม 10-18% ต่อคำสั่งซื้อ
- ผู้บริโภคได้รับผลกระทบจากเงื่อนไขคูปองส่งฟรีที่ยากขึ้นและค่าส่งที่แพงขึ้น ขณะที่ร้านค้าไทยเผชิญต้นทุนสูงในการแข่งขันกับสินค้าต่างประเทศ
สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการคาดการณ์ว่าอาจพุ่งแตะระดับ 100-130 ดอลลาร์สหรัฐ (3,250-4,225 บาท) ต่อบาร์เรลในช่วงปี 2569 จากปัจจัยความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น
ข้อมูลจาก Priceza Insights ระบุว่าสถานการณ์ดังกล่าวได้ส่งแรงกระเพื่อมอย่างหนักต่อโครงสร้างต้นทุนของภาคธุรกิจไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่พึ่งพาการขนส่งและห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ต้นทุนโลจิสติกส์พุ่ง-FT ขยับซ้ำเติม SME
ผลกระทบอันดับแรกที่เห็นได้ชัดคือต้นทุนการดำเนินงาน (Rising Operational Costs) โดยเฉพาะค่าขนส่งและโลจิสติกส์ ซึ่งหากเส้นทางเดินเรือสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดหรือมีความเสี่ยงสูงขึ้น จะส่งผลให้ค่าระวางเรือและค่าประกันภัยสินค้าปรับตัวสูงขึ้นทันที 50-140% นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงยังส่งผลต่อเนื่องไปยังราคาเม็ดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในภาคการผลิต
ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจยังต้องเผชิญกับค่าไฟฟ้าและพลังงานในระบบผลิตที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามค่า FT (Fuel Tariffs) หากราคาก๊าซธรรมชาติขยับตัวตามราคาน้ำมัน กลุ่มที่น่ากังวลที่สุดคือ SME ซึ่งเป็นกลุ่มที่เปราะบางและมีสายป่านสั้นที่สุด ในการแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นท่ามกลางกำลังซื้อของผู้บริโภคที่เริ่มชะลอตัว
แพลตฟอร์มปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียม 10-18%
- TikTok Shop: มีการปรับค่าธรรมเนียม Commerce Growth Fee อยู่ที่ประมาณ 6.42% (เพดานสูงสุด 199 บาท) เพื่อแลกกับสิทธิประโยชน์ด้าน Traffic และการมองเห็น รวมถึงการจัดเก็บ Platform Infrastructure Fee อีก 1.07 บาทต่อคำสั่งซื้อ
- Shopee และ Lazada: มีการปรับขึ้นค่าคอมมิชชันเฉลี่ย 1-2% ตามประเภทหมวดหมู่สินค้า
- ภาพรวมต้นทุน: ส่งผลให้ในปัจจุบัน ร้านค้าต้องแบกรับค่าธรรมเนียมรวมที่จ่ายให้กับแพลตฟอร์มสูงถึง 10-18% ต่อคำสั่งซื้อ ซึ่งกลายเป็นภาระหนักสำหรับร้านค้าขนาดเล็ก
สมรภูมิ 3 ฝ่าย และดราม่า "ส่งฟรีที่ไม่มีอยู่จริง"
ความตึงเครียดด้านต้นทุนได้นำไปสู่ความขัดแย้งระหว่าง แพลตฟอร์ม-ร้านค้า-ผู้บริโภค อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยในโลกออนไลน์เริ่มเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในหลายประเด็น:
- คูปองส่งฟรีใช้ยากขึ้น: ผู้ซื้อเริ่มตั้งคำถามถึงเงื่อนไขการใช้คูปองส่งฟรีที่ปรับขั้นต่ำสูงขึ้นจาก 99 บาท เป็น 199 หรือ 300 บาท จนเกิดคำบ่นยอดฮิตว่า "ค่าส่งแพงกว่าค่าของ" ขณะที่ร้านค้าเองมองว่าการแบกรับค่า Service Fee เพิ่มขึ้นแต่การมองเห็นกลับลดลงหากไม่เข้าร่วมแคมเปญ
- ดราม่ารถขนส่ง EV: แม้บริษัทขนส่งจะเริ่มหันมาใช้รถไฟฟ้า (EV) เพื่อลดต้นทุนน้ำมัน แต่ผู้บริโภคกลับตั้งคำถามว่าเหตุใดค่าขนส่งจึงไม่ลดลง และยังคงมีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมัน (Fuel Surcharge) อยู่เหมือนเดิม
- ร้านไทย vs ร้านต่างประเทศ: กระแส #Saveร้านค้าไทย กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง เมื่อร้านค้าไทยต้องแบกรับต้นทุนพลังงานและค่าโฆษณาที่สูงขึ้น ในขณะที่ต้องแข่งกับสินค้าจากต่างประเทศที่สามารถทำราคาได้ถูกกว่ามาก
ในภาพรวม สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าโลกของอีคอมเมิร์ซไม่ได้แยกขาดจากเศรษฐกิจจริง เมื่อราคาน้ำมันขยับเพียงเล็กน้อย ย่อมส่งผลสะเทือนถึงต้นทุนทั้งระบบ และอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ทุกฝ่ายในห่วงโซ่อุปทานต้องเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในปี 2569 นี้






