
อีคอมเมิร์ซไทยใกล้สูญพันธุ์ NocNoc ขาดทุนสะสม 5 ปี 4.39 พันล้านบาท
อีคอมเมิร์ซไทยส่อสูญพันธุ์ หลัง NocNoc ประกาศยุติการให้บริการถาวร ผลพิษเศรษฐกิจพ่วงสมรภูมิเดือด เจาะงบ 5 ปี พบแบกต้นทุนการตลาดอ่วม ขาดทุนต่อเนื่องรวมกว่า 4,390 ล้านบาท
KEY
POINTS
- NocNoc แพลตฟอร์มสินค้าตกแต่งบ้าน ประกาศยุติการให้บริการอย่างเป็นทางการ โดยให้เหตุผลจากสภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขันที่รุนแรง
- บริษัทมีผลขาดทุนสะสมต่อเนื่องตลอด 5 ปี (พ.ศ. 2563-2567) รวมเป็นมูลค่าสูงถึง 4.39 พันล้านบาท
- สาเหตุหลักของการขาดทุนมาจากการทุ่มงบประมาณด้านการตลาดและการบริการ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายได้รวมหลายเท่าตัว
- การปิดตัวสะท้อนความท้าทายของแพลตฟอร์มสัญชาติไทยในการแข่งขันกับทุนต่างชาติที่ใช้กลยุทธ์เผาเงินเพื่อครองตลาด
สัญญาณอันตรายของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทยมาถึงจุดใกล้สูญพันธุ์หมด ล่าสุด บริษัท เบ็ตเตอร์บี มาร์เก็ตเพลส จำกัด ผู้ให้บริการ NocNoc แพลตฟอร์มซื้อ-ขายวัสดุและสินค้าตกแต่งบ้านออนไลน์ พร้อมบริการติดตั้งครบวงจร ประกาศยุติการให้บริการแพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการ โดยจะหยุดรับคำสั่งซื้อสินค้าและบริการตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 00:00 น. เป็นต้นไป
บริษัท เบ็ตเตอร์บี มาร์เก็ตเพลส จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2548 มีทุนจดทะเบียนปัจจุบัน 3.9 พันล้านบาท โดยเป็นบริษัทระหว่างกลุ่ม SCG และกลุ่มไทยเบฟ-เฟรเซอร์ส (ถือหุ้นฝ่ายละ 50%)
เจาะงบการเงิน 5 ปี "ยิ่งโตยิ่งเจ็บ"
จากการตรวจสอบข้อมูลผลประกอบการของ บริษัท เบ็ตเตอร์บี มาร์เก็ตเพลส จำกัด หรือ NocNoc ย้อนหลัง 5 ปี (2563–2567) ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากระบบ Creden Data พบว่าบริษัทเผชิญกับภาวะขาดทุนสุทธิอย่างต่อเนื่อง แม้รายได้จะมีการเติบโตแบบก้าวกระโดดก็ตาม
- 2563 : ขาดทุนสุทธิ 459,118,188 บาท
- 2564 : ขาดทุนสุทธิ 670,124,191 บาท
- 2565 : ขาดทุนสุทธิ 891,393,875 บาท
- 2566 : ขาดทุนสุทธิ 1,246,676,698 บาท
- 2567 : ขาดทุนสุทธิ 1,123,053,011 บาท
รวมยอดขาดทุนสะสม 5 ปีย้อนหลัง สูงถึง 4,390,365,963 บาท
เมื่อพิจารณาในรายละเอียด พบว่ารายได้รวมเคยพุ่งขึ้นสูงสุดในปี 2566 ที่ระดับ 411,997,710 บาท แต่ในปี 2567กลับปรับตัวลดลงเหลือ 322,067,965 บาท ขณะที่ "ค่าใช้จ่ายในการขายและบริการ" กลับเป็นตัวฉุดรั้งสำคัญ โดยในปี 2566 พุ่งสูงถึง 1,555,277,494 บาท ซึ่งสูงกว่ารายได้หลายเท่าตัว สะท้อนถึงการทุ่มงบประมาณการตลาดเพื่อดึงดูดผู้ใช้งานในสมรภูมิที่ขับเคี่ยวกันด้วยราคา
3 กับดักที่ทำให้แพลตฟอร์มไทยไปต่อไม่ได้
นักวิเคราะห์มองว่ากรณีของ NocNoc สะท้อนบทเรียนสำคัญของธุรกิจ Marketplace ในประเทศไทย ดังนี้:
- เกม "เผาเงิน" ที่ไร้จุดจบ: การทำแพลตฟอร์มยุคนี้ต้องใช้กระสุนมหาศาล ทั้งค่าโฆษณา แคมเปญแจกคูปอง และการพัฒนาระบบ หากไม่มีทุนหนาระดับหมื่นล้านบาทเพื่อหล่อเลี้ยงในช่วง 3-5 ปีแรก ก็ยากที่จะยืนระยะได้
- ต้นทุนต่อออเดอร์ที่สูงเกินจริง: แม้จะเป็นตลาดเฉพาะทาง (Vertical Marketplace) แต่หากไม่สามารถขยายขนาดธุรกิจได้เร็วพอ ต้นทุนการบริหารและค่าการตลาดจะกินรวบกำไรจนหมดสิ้น
- เสียเปรียบยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ: แพลตฟอร์มต่างชาติมีข้อได้เปรียบทั้งด้านเงินทุนที่พร้อมขาดทุนเพื่อครองตลาดระยะยาว และการมีตลาดในหลายประเทศช่วยลดต้นทุนเฉลี่ย ขณะที่นักลงทุนไทยส่วนใหญ่ยังติดกับดักที่ต้องการเห็นกำไรในระยะเวลาอันสั้น
การปิดตัวของ NocNoc ในครั้งนี้ จึงเป็นการตอกย้ำถึงความยากลำบากของสตาร์ทอัพและแพลตฟอร์มไทย ท่ามกลางการรุกคืบของทุนข้ามชาติที่เบ็ดเสร็จทั้งระบบนิเวศการค้าออนไลน์










