อีคอมเมิร์ซไทยใกล้สูญพันธุ์ NocNoc ขาดทุนสะสม 5 ปี 4.39 พันล้านบาท

09 ม.ค. 2569 | 10:24 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ม.ค. 2569 | 10:42 น.

อีคอมเมิร์ซไทยส่อสูญพันธุ์ หลัง NocNoc ประกาศยุติการให้บริการถาวร ผลพิษเศรษฐกิจพ่วงสมรภูมิเดือด เจาะงบ 5 ปี พบแบกต้นทุนการตลาดอ่วม ขาดทุนต่อเนื่องรวมกว่า 4,390 ล้านบาท

KEY

POINTS

  • NocNoc แพลตฟอร์มสินค้าตกแต่งบ้าน ประกาศยุติการให้บริการอย่างเป็นทางการ โดยให้เหตุผลจากสภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขันที่รุนแรง
  • บริษัทมีผลขาดทุนสะสมต่อเนื่องตลอด 5 ปี (พ.ศ. 2563-2567) รวมเป็นมูลค่าสูงถึง 4.39 พันล้านบาท
  • สาเหตุหลักของการขาดทุนมาจากการทุ่มงบประมาณด้านการตลาดและการบริการ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายได้รวมหลายเท่าตัว
  • การปิดตัวสะท้อนความท้าทายของแพลตฟอร์มสัญชาติไทยในการแข่งขันกับทุนต่างชาติที่ใช้กลยุทธ์เผาเงินเพื่อครองตลาด

สัญญาณอันตรายของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทยมาถึงจุดใกล้สูญพันธุ์หมด ล่าสุด บริษัท เบ็ตเตอร์บี มาร์เก็ตเพลส จำกัด ผู้ให้บริการ NocNoc แพลตฟอร์มซื้อ-ขายวัสดุและสินค้าตกแต่งบ้านออนไลน์ พร้อมบริการติดตั้งครบวงจร ประกาศยุติการให้บริการแพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการ โดยจะหยุดรับคำสั่งซื้อสินค้าและบริการตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 00:00 น. เป็นต้นไป

บริษัท เบ็ตเตอร์บี มาร์เก็ตเพลส จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2548 มีทุนจดทะเบียนปัจจุบัน 3.9 พันล้านบาท  โดยเป็นบริษัทระหว่างกลุ่ม SCG และกลุ่มไทยเบฟ-เฟรเซอร์ส (ถือหุ้นฝ่ายละ 50%) 

อีคอมเมิร์ซไทยใกล้สูญพันธุ์ NocNoc ขาดทุนสะสม 5 ปี  4.39 พันล้านบาท ทางบริษัทระบุสาเหตุสำคัญของการยุติบริการ NocNoc มาจากสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน และการแข่งขันที่รุนแรงอย่างมากในตลาดอีคอมเมิร์ซ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานจนต้องตัดสินใจยุติบทบาทตัวกลางสินค้าและบริการเรื่องบ้านที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2559

เจาะงบการเงิน 5 ปี "ยิ่งโตยิ่งเจ็บ"

จากการตรวจสอบข้อมูลผลประกอบการของ บริษัท เบ็ตเตอร์บี มาร์เก็ตเพลส จำกัด หรือ NocNoc ย้อนหลัง 5 ปี (2563–2567) ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากระบบ Creden Data พบว่าบริษัทเผชิญกับภาวะขาดทุนสุทธิอย่างต่อเนื่อง แม้รายได้จะมีการเติบโตแบบก้าวกระโดดก็ตาม

  • 2563 : ขาดทุนสุทธิ 459,118,188 บาท
  • 2564 : ขาดทุนสุทธิ 670,124,191 บาท
  • 2565 : ขาดทุนสุทธิ 891,393,875 บาท
  • 2566 : ขาดทุนสุทธิ 1,246,676,698 บาท
  • 2567 : ขาดทุนสุทธิ 1,123,053,011 บาท

รวมยอดขาดทุนสะสม 5 ปีย้อนหลัง สูงถึง 4,390,365,963 บาท

อีคอมเมิร์ซไทยใกล้สูญพันธุ์ NocNoc ขาดทุนสะสม 5 ปี  4.39 พันล้านบาท

เมื่อพิจารณาในรายละเอียด พบว่ารายได้รวมเคยพุ่งขึ้นสูงสุดในปี 2566  ที่ระดับ 411,997,710 บาท แต่ในปี 2567กลับปรับตัวลดลงเหลือ 322,067,965 บาท ขณะที่ "ค่าใช้จ่ายในการขายและบริการ" กลับเป็นตัวฉุดรั้งสำคัญ โดยในปี 2566  พุ่งสูงถึง 1,555,277,494 บาท ซึ่งสูงกว่ารายได้หลายเท่าตัว สะท้อนถึงการทุ่มงบประมาณการตลาดเพื่อดึงดูดผู้ใช้งานในสมรภูมิที่ขับเคี่ยวกันด้วยราคา

3 กับดักที่ทำให้แพลตฟอร์มไทยไปต่อไม่ได้

นักวิเคราะห์มองว่ากรณีของ NocNoc สะท้อนบทเรียนสำคัญของธุรกิจ Marketplace ในประเทศไทย ดังนี้:

  1. เกม "เผาเงิน" ที่ไร้จุดจบ: การทำแพลตฟอร์มยุคนี้ต้องใช้กระสุนมหาศาล ทั้งค่าโฆษณา แคมเปญแจกคูปอง และการพัฒนาระบบ หากไม่มีทุนหนาระดับหมื่นล้านบาทเพื่อหล่อเลี้ยงในช่วง 3-5 ปีแรก ก็ยากที่จะยืนระยะได้
  2. ต้นทุนต่อออเดอร์ที่สูงเกินจริง: แม้จะเป็นตลาดเฉพาะทาง (Vertical Marketplace) แต่หากไม่สามารถขยายขนาดธุรกิจได้เร็วพอ ต้นทุนการบริหารและค่าการตลาดจะกินรวบกำไรจนหมดสิ้น
  3. เสียเปรียบยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ: แพลตฟอร์มต่างชาติมีข้อได้เปรียบทั้งด้านเงินทุนที่พร้อมขาดทุนเพื่อครองตลาดระยะยาว และการมีตลาดในหลายประเทศช่วยลดต้นทุนเฉลี่ย ขณะที่นักลงทุนไทยส่วนใหญ่ยังติดกับดักที่ต้องการเห็นกำไรในระยะเวลาอันสั้น

การปิดตัวของ NocNoc ในครั้งนี้ จึงเป็นการตอกย้ำถึงความยากลำบากของสตาร์ทอัพและแพลตฟอร์มไทย ท่ามกลางการรุกคืบของทุนข้ามชาติที่เบ็ดเสร็จทั้งระบบนิเวศการค้าออนไลน์