กระทรวงพาณิชย์สาธารณรัฐประชาชนจีน เปิดเผยผลการประชุมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ระดับประเทศ เพื่อสรุปผลการดำเนินงานในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 14 โดยเฉพาะความสำเร็จในปี 2568 และวางแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลในปี 2569
ที่ประชุมระบุว่า นับตั้งแต่เริ่มแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 กระทรวงพาณิชย์จีนได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผลักดันการเติบโตของอีคอมเมิร์ซอย่างมีคุณภาพ ผ่านนโยบายส่งเสริมการบริโภคดิจิทัล อีคอมเมิร์ซในชนบท และอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างตลาดขนาดใหญ่ที่เป็นหนึ่งเดียวกันทั่วประเทศ
สำหรับผลงานที่โดดเด่นในช่วงที่ผ่านมา ประกอบด้วย:
- การขยายตัวของการบริโภคดิจิทัล: ขนาดการบริโภคดิจิทัลโดยรวมพุ่งสูงเกินกว่า 23.8 ล้านล้านหยวน (106.62 ล้านล้านบาท) ส่งผลให้จีนครองตำแหน่งตลาดค้าปลีกออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกติดต่อกันเป็นปีที่ 13
- การผสานรวมเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจดั้งเดิม: มีการจัดกิจกรรมเชื่อมโยงอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซกว่า 1,500 ครั้ง ครอบคลุมผู้ประกอบการเกือบ 10,000 ราย ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมดั้งเดิมและสร้างการเชื่อมต่อระหว่างช่องทางออนไลน์และออฟไลน์อย่างมีประสิทธิภาพ
- การขยายความร่วมมือระหว่างประเทศ: โครงการ "Silk Road E-commerce" มีประเทศพันธมิตรเพิ่มขึ้นเป็น 36 ประเทศ พร้อมเดินหน้าสร้างเขตสาธิตความร่วมมือเพื่อแบ่งปันโอกาสในตลาดอีคอมเมิร์ซจีนสู่ระดับสากล
- การสร้างประโยชน์ทางสังคม: อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องสร้างงานแล้วกว่า 78 ล้านตำแหน่ง ส่งผลให้ปริมาณการขนส่งพัสดุด่วนเติบโตเฉลี่ยเกือบ 20% ต่อปี รวมถึงกระตุ้นการเติบโตของบริการซอฟต์แวร์และข้อมูล เช่น คลาวด์คอมพิวติ้ง และบิ๊กดาต้า
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเน้นย้ำว่าปี 2569 จะเป็นปีแรกของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปูรากฐานสู่การเป็นประเทศสังคมนิยมทันสมัย โดยวางเป้าหมายหลัก 4 ด้าน คือ การเสริมสร้างการนำของพรรคและวางโครงสร้างระดับบน การขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจให้ยั่งยืน และการขยายความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อสร้างผลประโยชน์ร่วมกันในทุกภาคส่วน