
บุหรี่ - PM 2.5 ต้นเหตุ “มะเร็งปอด” ทำคนไทยเสียชีวิต 40 คน/วัน
สถาบันมะเร็งแห่งชาติ เตือน “มะเร็งปอด” พบบ่อยในคนไทย 1.7 หมื่นคนต่อปี เสียชีวิต 40 คนต่อวัน ระบุปัจจัยเสี่ยง บุหรี่ แร่ใยหิน และฝุ่น PM 2.5
นายแพทย์สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า มะเร็งปอดเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดทั่วโลก จากข้อมูลองค์การอนามัยโลก ปี 2565 ทั่วโลกพบผู้ป่วยรายใหม่ 2.48 ล้านราย และมีผู้เสียชีวิต 1.81 ล้านราย
สำหรับประเทศไทยโรคมะเร็งปอดถือเป็น 1 ใน 5 ของมะเร็งที่พบบ่อย ซึ่งพบมากเป็นอันดับ 2 ในเพศชาย และอันดับ 4 ในเพศหญิง แต่ละปีจะมีผู้ป่วยมะเร็งปอดรายใหม่ประมาณ 1.7 หมื่นราย เป็นเพศชาย 1 หมื่นราย และเพศหญิง 6,456 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 1.45 หมื่นราย หรือคิดเป็น 40 รายต่อวัน
ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของโรคมะเร็งปอดคือการสัมผัสสารก่อมะเร็งมาอย่างต่อเนื่อง เช่น การสูบบุหรี่หรือการได้รับควันบุหรี่มือสอง การสัมผัสแร่ใยหิน การได้รับมลภาวะทางอากาศ รวมทั้งฝุ่น PM 2.5 เป็นต้น
ว่าที่ร้อยตำรวจโทหญิงนภา ศิริวิวัฒนากุล ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งปอดระยะแรกมักจะไม่มีอาการ แต่เมื่อโรคดำเนินไปมากขึ้นก็จะเริ่มมีอาการแต่มักไม่มีอาการจำเพาะจึงอาจทำให้เกิดการวินิจฉัยที่ล่าช้า ระยะของโรคจึงอาจลุกลามหรือแพร่กระจายไปมาก ส่งผลให้การรักษาได้ผลไม่ดีเท่าที่ควรและมีโอกาสการรักษาหายจากโรคน้อย
โดยทั่วไปมะเร็งปอดมีสัญญาณเตือน เช่น อาการไอเรื้อรัง ไอมีเสมหะปนเลือด หายใจลำบาก เหนื่อยหอบ มีเสียงหวีด เจ็บหน้าอก ปอดติดเชื้อบ่อย เหนื่อยง่ายเรื้อรัง เป็นต้น หากมีอาการผิดปกติเหล่านี้ผู้ป่วยควรรีบปรึกษาแพทย์ สำหรับการรักษามีวิธีหลัก ๆ ได้แก่ การผ่าตัด การให้ยาเคมีบำบัด และการฉายรังสี ซึ่งแพทย์จะพิจารณาจากระยะของโรค ตำแหน่งของก้อนมะเร็ง และการกระจายตัว รวมถึงสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย
มะเร็งปอดสามารถป้องกันได้โดยการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวข้างต้น ตลอดจนสวมหน้ากากป้องกันที่มีประสิทธิภาพขณะปฏิบัติงาน หรือขณะอยู่นอกอาคาร/บริเวณที่มีมลพิษสูง ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดที่มีประสิทธิภาพในระดับประชากร แต่มีคำแนะนำให้ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดมะเร็งปอดเข้ารับการตรวจคัดกรองโดยการเอกซเรย์ปอดเป็นประจำทุกปี






