
ปิดประตูกัญชาเสรี ร่าง พ.ร.บ. ควบคุมกัญชาฯ ห้ามสูบ-ห้ามขายออนไลน์ ฝ่าฝืนคุกสูงสุด 5 ปี
สาธารณสุข เดินหน้าจัดระเบียบพืชกัญชา เปิดรับฟังความเห็นร่างกม.ควบคุมกัญชา-กัญชงฉบับใหม่ ล็อกเป้าให้ใช้เฉพาะทางการแพทย์และสุขภาพเท่านั้น จัดตั้ง คกก.ชุดใหญ่คุมเข้ม ห้ามขายให้เด็ก -สตรีมีครรภ์ ห้ามโฆษณาช่อดอกเด็ดขาด
KEY
POINTS
- ร่าง พ.ร.บ. ควบคุมกัญชาฯ ฉบับใหม่ มีสาระสำคัญคือการห้ามจำหน่ายกัญชาผ่านช่องทางออนไลน์ และห้ามขายให้แก่บุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปี สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร
- ห้ามการสูบหรือบริโภคกัญชาเพื่อสันทนาการโดยเด็ดขาด โดยอนุญาตให้ใช้ได้เฉพาะในทางการแพทย์และเพื่อการวิจัยเท่านั้น
- กำหนดบทลงโทษรุนแรงสำหรับผู้ฝ่าฝืนกฎหมาย โดยมีโทษสูงสุดคือจำคุก 5 ปี สำหรับการนำเข้าโดยไม่มีใบอนุญาต และมีโทษจำคุก 3 ปี สำหรับการขายให้กลุ่มเสี่ยง
จากสถานการณ์ที่กัญชาและกัญชงถูกปลดล็อกออกจากบัญชียาเสพติด ส่งผลให้เกิดภาวะสูญญากาศที่ประชาชนสามารถครอบครองและบริโภคได้อย่างแพร่หลาย จนอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสังคมในวงกว้าง ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุขเปิดรับฟังความเห็นร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง.. ที่ได้ปรับเปลี่ยนให้ชื่อใหม่เป็น ร่าง พ.ร.บ.ควบคุมกัญชา พ.ศ.... เพื่อให้เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้นตามแนวคิดของนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
เข้าสู่กระบวนการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดมาตรการควบคุมและกำกับดูแล ตั้งแต่การเพาะปลูก การผลิต นำเข้า ส่งออก และการจำหน่าย รวมถึงการคุ้มครองสุขภาพประชาชน ควบคู่ไปกับการส่งเสริมประโยชน์ทางการแพทย์และเศรษฐกิจตามนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา โดยเปิดรับฟังความเห็นผ่านทางเว็บไซต์ระบบกลางทางกฎหมายระหว่างวันที่ 3- 17 กรกฎาคม 69 ก่อนจะรวบรวมข้อมูลนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมครม.ต่อไป
ตั้ง "คณะกรรมการกัญชา กัญชง" กลไกหลักขับเคลื่อนกฎหมาย
กลไกสำคัญในการควบคุมกฎหมายฉบับนี้ คือ การจัดตั้ง "คณะกรรมการกัญชา กัญชง" โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานและปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นรองประธาน ร่วมกับกรรมการโดยตำแหน่งจากกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีก 13 คน พร้อมด้วยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอีก 7 คน โดยคณะกรรมการชุดนี้จะมีอำนาจหน้าที่ในการเสนอนโยบายและยุทธศาสตร์ รวมถึงกำหนดมาตรการส่งเสริม วิจัย และพัฒนาการใช้ประโยชน์จากกัญชาและกัญชงต่อคณะรัฐมนตรี
ปลูก ผลิต ขาย ต้องโปร่งใส ไม่ผูกขาด
ร่างกฎหมายฉบับนี้กำหนดให้ผู้ที่ประสงค์จะเพาะปลูก ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือจำหน่ายกัญชา กัญชง และสารสกัด ต้องได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดยจะพิจารณาภายใน 60 วัน และสามารถขยายเวลาได้ไม่เกิน 30 วัน ทั้งนี้ การออกใบอนุญาตต้องไม่มีลักษณะที่เป็นการกีดกันหรือผูกขาดทางการค้า สำหรับการแบ่งขนาดพื้นที่เพาะปลูกกัญชาและกัญชง ถูกแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่
พื้นที่ขนาดเล็ก: ไม่เกิน 5 ไร่
พื้นที่ขนาดกลาง: เกิน 5 ไร่ แต่ไม่เกิน 20 ไร่
พื้นที่ขนาดใหญ่: เกิน 20 ไร่ แต่ไม่เกิน 400 ไร่
กำหนดให้ผู้ขอใบอนุญาตจะต้องเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี หรือเป็นนิติบุคคลสัญชาติไทย วิสาหกิจชุมชน หรือหน่วยงานของรัฐ โดยใบอนุญาตจะมีอายุ 3 ปี
อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับนี้จะไม่บังคับใช้กับการผลิตหรือจำหน่ายส่วนของ ราก กิ่ง ก้าน ใบ ลำต้น หรือเมล็ด รวมถึงการจ่ายกัญชาเพื่อการบำบัดรักษาโรคโดยผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และหมอพื้นบ้าน
เข้มงวดปกป้องกลุ่มเปราะบาง กำหนดโซนนิ่งพื้นที่ห้ามขาย
นอกจากนี้ยังมีข้อห้ามที่เข้มงวดในการปกป้องเยาวชนและสังคมเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค โดยร่างกฎหมายได้วางมาตรการสกัดกั้นการเข้าถึงกัญชาในกลุ่มเสี่ยงและพื้นที่เปราะบางอย่างเด็ดขาด โดยมีข้อห้ามสำคัญ ดังนี้
ห้ามจำหน่ายกัญชา กัญชง หรือสารสกัดเพื่อการบริโภค แก่บุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปี, สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร, ห้ามจำหน่ายด้วยวิธีการเฉพาะ เช่น ห้ามขายผ่านตู้หยอดเหรียญ, ห้ามขายผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (ออนไลน์), ห้ามเร่ขาย และห้ามจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย แจก แถม หรือแลกเปลี่ยน พร้อมกำหนดโซนนิ่งพื้นที่ห้ามขาย ได้แก่ วัดหรือสถานที่ศาสนา, สถานศึกษา, หอพัก, สวนสาธารณะ, สวนสัตว์ และสวนสนุก รวมถึงห้ามขายอาหารที่มีกัญชาเป็นส่วนประกอบในสถานศึกษาด้วย
ห้ามบริโภคทั่วไป เว้นแต่จะเป็นไปเพื่อการบำบัดรักษาโรคภายใต้การดูแลของแพทย์ หรือเพื่อการศึกษาวิจัย และห้ามขับขี่ยานพาหนะในขณะมึนเมากัญชา โดยเจ้าพนักงานมีอำนาจสั่งให้หยุดรถและตรวจทดสอบได้ทันที หากผู้ขับขี่ไม่ยอมรับการตรวจโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า มึนเมาจริง
ในร่างกฎหมายฉบับนี้ยังสั่งห้ามโฆษณาหรือทำการสื่อสารการตลาดเกี่ยวกับช่อดอกหรือยางของกัญชา กัญชง สารสกัด รวมถึงเครื่องมือและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการสูบโดยเด็ดขาด สำหรับการโฆษณาส่วนอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ข้อห้าม เน้นย้ำจะต้องไม่เป็นเท็จ ไม่โอ้อวดสรรพคุณเกินจริงและไม่สนับสนุนให้ทำผิดกฎหมายหรือศีลธรรม
บทกำหนดโทษ ปรับหนัก-คุกจริง โทษสองเท่าหากทำผิดกับเด็ก
ร่างกฎหมายฉบับนี้กำหนดบทลงโทษทางอาญาไว้อย่างชัดเจนสำหรับผู้ฝ่าฝืน เช่น การเพาะปลูกโดยไม่มีใบอนุญาต สำหรับพื้นที่ขนาดเล็กมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากเป็นพื้นที่ขนาดกลางหรือใหญ่ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีนำเข้าโดยไม่มีใบอนุญาตมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากฝ่าฝืนโฆษณาช่อดอกมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับและปรับรายวันอีกวันละไม่เกิน 50,000 บาท การขายให้เด็ก (ต่ำกว่า 20 ปี) สตรีมีครรภ์ หรือสตรีให้นมบุตร มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ในร่างกฎหมายฉบับใหม่นี้ยังได้ระบุไว้กรณีหากมีการกระทำความผิดเกี่ยวกับการจำหน่าย การโฆษณา หรือการบริโภค ที่กระทำต่อบุคคลกลุ่มเสี่ยง (เด็กต่ำกว่า 20 ปี, สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร) ผู้กระทำผิดจะต้องรับโทษเป็น 2 เท่าของอัตราโทษที่กำหนดไว้
กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตนำเข้ากัญชา กัญชง สารสกัดสูงสุด 1 แสนบาท
พร้อมกันนี้ในร่างกฎหมายฉบับนี้ได้กำหนดรายละเอียดแนบท้ายค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เกี่ยวกับธุรกิจกัญชา กัญชง โดยครอบคลุมเรื่องของการเพาะปลูก นำเข้า ส่งออก และการจำหน่ายกัญชาที่ผู้ประกอบการไทยต้องรู้เอาไว้ด้วย อาทิ ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเพาะปลูกกัญชาหรือกัญชง ฉบับละ 50,000 บาท, ใบอนุญาตผลิตกัญชา กัญชง หรือสารสกัด ฉบับละ 50,000 บาท, ใบอนุญาตส่งออกกัญชา กัญชง หรือสารสกัดที่ฉบับละ 10,000 บาท
ขณะที่ใบอนุญาตนำเข้า กัญชา กัญชง หรือสารสกัด มีอัตราค่าธรรมเนียมสูงที่สุด ฉบับละ 100,000 บาท ส่วนใบออนุญาตนำเข้าเฉพาะคราว ทั้งกัญชา กัญชงหรือสารสกัด จะอยู่ที่ฉบับละ 20,000 บาท ส่วนใบอนุญาตส่งออกเฉพาะคราว ทั้งกัญชา กัญชงหรือสารสกัด จะอยู่ที่ฉบับละ 2,000 บาท, ใบอนุญาตจำหน่ายกัญชา กัญชงหรือสารสกัด ฉบับละ 5,000 บาท ส่วนการต่ออายุใบอนุญาตมีอัตราค่าธรรมเนียมครั้งละเท่ากับค่าธรรมเนียมใบอนุญาตินั้น
อย่างไรก็ดี ช่วงการเปลี่ยนผ่านมีบทเฉพาะกาลกำหนดไว้สำหรับกลุ่มผู้เพาะปลูกกัญชาหรือกัญชงเพื่อการแพทย์และสุขภาพอยู่ก่อนแล้ว กฎหมายกำหนดให้มายื่นคำขอใบอนุญาตภายใน 60 วันนับแต่วันที่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ และให้สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้จนกว่าจะมีคำสั่งไม่อนุญาต ขณะที่ผู้ถือใบอนุญาตศึกษาวิจัยหรือจำหน่ายสมุนไพรควบคุมเดิมจะได้รับการเปลี่ยนผ่านให้ถือเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตตาม พ.ร.บ. นี้โดยอัตโนมัติจนกว่าใบอนุญาตเดิมจะหมดอายุ







